issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ

article

จอร์จ คอลลิน เขียน ณ วันที่ 11กันยายน
(ตึกเวิรด์เทรดถล่มและภรรยาเขาตาย)


George Carlin
จอรจ์ คอลลิน เขียน
บ๊อบบี้ เรียบเรียง

amazing that George Carlin - gross and mouthy comedian of the 70's and 80's -
could write
แปลกไหมที่ จอร์จ คอลลิน ซึ่งโด่งดังในฐานะดาราตลก จะสามารถเขียน

something so very eloquent ...
อะไรบางอย่างที่ซาบซึ้ง

and so very appropriate post 9-11.
และเหมาะสมกับวันนั้น

A wonderful Message by George Carlin
นี่คือข้อความที่วิเศษ โดย จอร์จ คอลลิน

The paradox of our time in history is that we have taller buildings
but shorter tempers, wider freeways, but narrower viewpoints. We
spend more, but have less, we buy more, but enjoy less. We have bigger
houses and smaller families, more conveniences, but less time.
We have more degrees but less sense, more knowledge,
but less judgment, more experts, yet more problems, more medicine,
but less wellness.
นี่เป็นความขัดแย้งอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของเรา
เรามีตึกสูง! เสียดฟ้าแต่อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย มีถนนกว้างใหญ่ แต่ ความคิดสั้นแคบ
เราใช้จ่ายมาก แต่มีสมบัติน้อยลง เราซื้อมากแต่มีความสุขน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่มีครอบครัวที่เล็กลง
เรามีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่มีเวลาน้อยลง
เรามีการศึกษาสูงขึ้นแต่มีความสำนึกที่น้อยลง
มีความรู้มากขึ้น แต่ตัดสินใจได้น้อยลง
มีผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น แต่ก็มีปํญหามากยิ่งขึ้นอีก
มียารักษาโรคมากขึ้น แต่สุขภาพกลับเลวลง

We drink too much, smoke too much, spend too recklessly, laugh
too little, drive too fast, get too angry, stay up too late, get up too
tired, read too little, watch TV too much, and pray too seldom. We have
multiplied our possessions, but reduced our values.
We talk too much, love too seldom, and hate too often.
เราดื่มเหล้ามาก สูบบุหรี่มาก ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และ หัวเราะน้อยมาก
ขับรถเร็วเกินไป โกรธง่าย นอนดึก และ ตื่นเช้าขึ้นมาเจอกับความอ่อนเพลียทุกวัน
เราอ่านหนังสือน้อย ดูทีวีมาก และ สวดมนต์ภาวนา น้อยมาก
เราได้เป็นเจ้าของสิ่งของมากมาย แต่ก็ต้องสูญเ! สียคุณค่าของชีวิต
เราพูดมาก รักน้อยลง และเกลียดคนโน้นคนนี้บ่อยบ่อย

We've learned how to make a living, but not a life. We've added
years to life not life to years. We've been all the way to the moon and
back, but have trouble crossing the street to meet a new neighbor. We
conquered outer space but not inner space. We've done larger things, but
not better things.
เราเรียนรู้ที่จะดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่แต่ไม่ได้เรียนรู้ชีวิตเลย
เราเพิ่มเวลาเข้าไปในชีวิต แทนที่จะเพิ่มชีวิตเข้าไปในเวลาที่เหลืออยู่
เราสามารถไปถึงดวงจันทร์และกลับมาโดยไม่มีอุปสรรค
แต่มีอุปสรรคมากมายที่ขวางเราไว้จากการเดินข้ามถนนไปคุยกับเพื่อน
บ้านที่ ย้ายเข้ามาใหม่ฝั่งตรงข้าม
เราพิชิตอวกาศ แต่ไม่สามารถพิชิตสิ่งที่อยู่ในใจเรา
เราสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ใช่ สิ่งที่ดีกว่า

We've cleaned up the air, but polluted the soul. We've conquered the
atom, but not our prejudice. We write more, but learn less. We plan more,
but accomplish less. We've learned to rush, b! ut not to wait. We build more
computers to hold more information, to produce more copies than ever,
but we communicate less and less.
เราได้พยายามทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมรอบรอบตัวเราในขณะที่เราทำให้จิตใจเราสกปรกขึ้น
เราสามารถค้นพบสิ่งมองไม่เห็นเช่น อะตอม
แต่ไม่สามารถค้นพบความอคติและความลำเอียงในใจเรา
เราเขียนมากขึ้นแต่เรียนรู้น้อยลง
เราวางแผนมากขึ้น แต่ประสบความสำเร็จน้อยลง
เราถูกสอนให้เร่งรีบขึ้นแทนที่จะถูกสอนให้รอคอย
เราสร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมากมายเพื่อบันทึกข้อมูล และเก็บสำเนาข้อมูลไว้เพื่ออ่าน
แต่เราพูดคุยติดต่อสื่อสารระหว่างกันน้อยลง เรื่อยเรื่อย

These are the times of fast foods and slow digestion, big men and
small character, steep profits and shallow relationships. These are the days
of two incomes but more divorce, fancier houses, but broken homes.
These are days of quick trips, disposable diapers, throwaway morality,
one night stands, overweight bodies, and pills that do everything from cheer, to
quiet, to kill. It is a time when there is much in the showroom window
and nothing in the stockroom. A time when technology can bring this letter
to you, and a time when you can choose either to share this insight, or
to just hit delete.
นี่เป็นเวลาของการกินอาหารจานด่วน
และระบบย่อยอาหารที่ต้องทำงานช้าลงเพราะอาหารจานด่วนนั้น
นี่เป็นเวลาของผู้ยิ่งใหญ่และคนที่ไม่มีความหมายอะไรเลยบนโลก
นี่เป็นเวลาของการทำการค้าแบบเน้นทำกำไรสูงแต่
ความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีต่อกันนั้นตื้นเขิน
นี่เป็นเวลาของการทำงานหลายอาชีพเพื่อเงินมากขึ้น
แล้วก็การหย่าร้างที่มากขึ้นตามไปด้วย
นี่เป็นเวลาของ การมีบ้านที่สวยงาม แต่มีครอบครัวที่แตกสลาย
นี่เป็นเวลาของการเดินทางแบบรวดเร็! ว กระดาษชำระแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่มีศีลธรรม
ความสัมพันธ์แบบชั่วค่ำคืน คนที่มีน้ำหนักเกิน ยาที่สามารถให้คุณทุกอย่าง
ตั้งแต่ เสียงหัวเราะ ความเงียบ หรือ แม้แต่ความตาย
นี่เป็นเวลาที่คนจะโชว์สมบัติมากมายเพื่อแสดงออกทั้งทั้งที่ไม่มีสมบัติอะไรหลงเหลือเก็บไว้เลย
เวลาที่เทคโนโลยี่สามารถทำให้คุณได้เห็นจดหมายฉบับนี้
และ เวลาที่คุณสามารถที่จะอ่านและแบ่งปันความรู้สึกนี้ให้กับเพื่อนคนอื่น
หรือลบทิ้งไป

Remember, spend some time with your loved ones, because they are not
going to be around forever. Remember, say a kind word to someone
who looks up to you in awe, because that little person soon will
grow up and leave your side. Remember, to give a warm hug to the one next to
you,
because that is the only treasure you can give with your heart and it doesn't
cost a cent.
จงจำไว้ว่า คุณควรใช้เวลาอยู่กับคนท ี่คุณรักให้มากมาก
เพราะเวลาเหล่านี้ไม่ได้คงอยู่ชั่วนิรันดร์
จงจำไว้ว่า คุณควรพูดจาอ่อนโยนให้กับลูกลูกที่หวาดกลัวคุณ
ก่อนที่วันหนึ่งเขาเหล่านั้นจะโตขึ้นและจากคุณไป
จงจำไว้ว่า คุณควรกอดคนที่คุณรักด้วยความอบอุ่นบ่อยบ่อยเพราะนี่คือสิ่งที่คุณทุกคน
สามารถให้กับคนที่คุณรักได้ด้วยใจ และไม่ได้ทำให้คุณเสียเงินแม้บาทเดียว

Remember, to say, "I love you" to your partner and your loved ones,
but most of all mean it. A kiss and an embrace will mend hurt when it
comes from deep inside of you.
Remember to hold hands and cherish the moment for someday
that person will not be there again. Give time to love, give time to speak,
and give time to share the precious thoughts in your mind.
อย่าลืมที่จะพูด "ผมรักคุณ" ให้ แฟนของคุณหรือคนที่คุณรัก และสิ่งมากไปกว่านั้นคือ
แสดงให้เขาเห็นตามคำที่คุณพูด
การกอดจูบและแสดงความรักจะช่วยประสานความรู้สึกที่เจ็บปวดในใจของคนที่คุณรัก
เมื่อการกระทำนั้นมาจากก้นบึงของหัวใจคุณ
อย่าลืมที่จะกุมมือและทนุถนอมความรู้สึกที่ดีดี
และแสดงให้เขาเห็นว่าคุณมีความสุขกับเขาในเวลาที่คุณมีความสุข
เพ! ราะคนคนนั้นและเวลาเหล่านั้นจะไม่ย้อนกลับมาอีก
ให้เวลากับความรัก ให้เวลาที่จะพูดที่จะแสดง
และให้เวลาที่จะแบ่งปันความรู้สึกดีดีในใจของคุณ กับ คนที่คุณรัก

Life is not measured by the number of breaths we take, but by the moments that
take our breath away.
ชีวิตไม่ได้ถูกวัด ด้วยจำนวนครั้งของลมที่เราหายใจ
แต่ถูกวัดด้วย จำนวนครั้งที่เราลืมหายใจเพราะความดีใจต่างหาก

 

 

หน้ารัง | บทความ

10 มีนาคม 2004
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2004