| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
ในขณะนี้ ได้มีความพยายามผลักดันการแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้มีการทำแท้งในประเทศไทยด้วยเงื่อนไขที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เกือบจะอยู่ในลักษณะการทำแท้งเสรี ซึ่งจะมีการจัดประชาพิจารณ์เรื่องนี้ (ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการประชาพิจารณ์ที่ประชาชนทั่วไปได้รับทราบหรือไม่) ในส่วนนี้ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้แสดงความห่วงใย และได้มอบหมายให้คณะกรรมการคาทอลิกหลาย ๆ คณะได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหว เช่น คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรี คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อครอบครัว และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการสุขภาพอนามัย รวมทั้งคณะนักบวชหญิงด้วย ซึ่งต่อมาสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศ จึงได้ออกสารยืนยันหลักธรรมศาสนาคาทอลิกว่าด้วยชีวิตมนุษย์ และคัดค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวดังต่อไปนี้ สารของสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยว่าด้วยเรื่อง "การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 305" จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้แพทยสภาตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 305 เพื่อพิจารณาในแง่ของวิชาการและวิชาชีพเพิ่มเติมนั้น บัดนี้ คณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าว ได้มีมติให้แก้ไขจากปัจจุบัน ซึ่งให้หญิงทำแท้งได้โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย หากครรภ์นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหญิง หรือตั้งครรภ์เพราะถูกข่มขืน โดยเพิ่มเงื่อนไขให้หญิงสามารถทำแท้งได้อันเนื่องจากสุขภาพกายและใจของหญิง ทั้งนี้ต้องผ่านการวินิจฉัยจากคณะกรรมการแพทย์ 2 คนขึ้นไป หรือสุขภาพของทารกในครรภ์ ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าผิดปกติ สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความสนใจและห่วงใยในปัญหาต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่เห็นด้วยกับมติให้เพิ่มเติมเงื่อนไขในประมวลกฎหมายดังกล่าวของแพทยสภา เพราะนอกจากจะขัดกับหลักศาสนธรรมแล้ว ยังไม่เป็นการแก้ไขปัญหาสังคมที่ตรงประเด็นอย่างแท้จริงอีกด้วย ด้วยหลักศีลธรรมตามคำสอนของศาสนาคาทอลิก และศาสนาอื่น ๆ เช่น พุทธศาสนาและศาสนาอิสลามยืนยันถึงการเคารพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การปฏิสนธิ และดำเนินต่อเนื่องกันไปจนจบชีวิต "การยุติการตั้งครรภ์ หรือการทำแท้ง จึงถือเป็นอาชญากรรมที่น่าเกลียดน่าชังที่สุด" (ธรรมนูญพระศาสนจักรในโลกสมัยนี้ ข้อ 51) ดังนั้น การที่จะให้สิ่งที่ขัดกับหลักศีลธรรมกลายเป็นความชอบธรรมในสังคม ศาสนิกจึงไม่สามารถยอมรับได้ สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตของหญิง ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งครรภ์โดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความความคิดคำนึงอยู่กับสภาพปัจจุบันและการคาดการณ์ล่วงหน้า ผู้ที่อยู่ในสภาพจิตเช่นนั้น ควรได้รับความช่วยเหลือให้สามารถยอมรับความเป็นจริง กล้าเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล แทนที่จะทำลายชีวิตในครรภ์ ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า หลังจากการยุติการตั้งครรภ์แล้ว หญิงนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวอีกด้วย สำหรับการตั้งครรภ์ที่ว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่หากไม่ทำลายทารกในครรภ์นั้น ผลการวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่แทบจะไม่ปรากฏให้เห็นเลย ส่วนในกรณีการให้ยาหรือการผ่าตัดที่จำเป็นเพื่อรักษาชีวิตของแม่แล้วมีผลทำให้เด็กในครรภ์เสียชีวิตไปโดยไม่เจตนา ไม่ถือเป็นความผิด เพราะไม่มีความตั้งใจจะทำแท้ง ที่สำคัญที่สุด คือการเพิ่มเติมให้หญิงยุติการตั้งครรภ์โดยคำนึงถึงสุขภาพเด็ก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเด็กผิดปกติถือเป็นความคิดที่ผิด ไร้มนุษยธรรม เพราะมองคุณค่าชีวิตมนุษย์ในด้านผลประโยชน์ และตัดสินว่ามิควรมีคนพิการเกิดมาเติบโตในโลกมนุษย์นี้ ปัญหาการทำแท้งเป็นปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน การใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีการแพทย์ หรือความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 2-3 คนเพียงด้านเดียว จะช่วยคลี่คลายปัญหาในด้านชีววิทยาเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ ตามมา จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการแก้ไขที่รอบด้านมากขึ้น เช่น การสร้างทางเลือกให้กับผู้หญิงที่ประสบปัญหาในการตั้งครรภ์และอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ การสร้างกระบวนการและกลไกทางสังคมเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ให้ผู้ชายและครอบครัวมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบ และการให้ความรู้เรื่องเพศศาสตร์ศึกษา เป็นต้น การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตเป็นไปอย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับคุณค่าชีวิตมากขึ้น สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเสมอมา เพียงแต่เห็นว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 305 ในเชิงสาระเนื้อหาแล้ว เป็นการมองชีวิตและปัญหาสังคมอย่างแยกส่วน การแก้ปัญหาแต่เพียงเฉพาะจุดโดยเจาะจงที่การทำแท้ง ไม่ทำให้คุณภาพชีวิตของพลเมืองและสังคมไทยดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงขอเสนอความคิดเห็นดังกล่าวนี้มาด้วยความห่วงใยอย่างจริงใจ และเพื่อร่วมสร้างแนวทางสู่สังคมที่มีสันติสุข และเคารพในคุณค่าของชีวิตซึ่งกันและกัน สันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังมีการทำลายชีวิตโดยไม่คำนึงถึงหลักศาสนธรรม ขอพระผู้เป็นเจ้าประทานพระพรแก่ประเทศไทยอันที่รักยิ่งของเราเสมอไป พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู
|
6 กันยายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001