issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ
article
โลกนี้มิใช่เพื่อคนสมบูรณ์เท่านั้น
พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู

การเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขกฎหมายอาญาเรื่องความผิดฐานทำให้แท้งลูก ตามมาตรา 301-305 ดำเนินมานาน แต่จริงจังและเป็นรูปธรรมชัดเจนเมื่อปี 2522 โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการทำการศึกษาและปรับแก้เพื่อให้กฎหมายทำแท้งทันสมัย สอดคล้องกับสภาพปัญหามากขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือขอความเห็นจากแพทยสภา เพื่อให้พิจารณาเพิ่มเงื่อนไขและให้โอกาสหญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ สามารถทำแท้งมากขึ้น โดยเพิ่มเงื่อนไขเรื่องความจำเป็นอันเนื่องจากสุขภาพจิตของหญิง และกรณีทารกในครรภ์มีโอกาสพิการหรือเป็นพาหะนำโรค ทั้งนี้ต้องมีผลการตรวจและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างน้องสองคน

พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ประธานสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนคาทอลิกนำการคัดค้านการแก้ไขกฎหมายนี้

เหตุใดเด็กพิการจึงไม่มีสิทธิถือกำเนิด โลกนี้เป็นของคนสมบูรณ์เท่านั้นหรือ?

การที่แพทยสภามีมติในการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเงื่อนไขการทำแท้งให้กว้างครอบคลุมยิ่งขึ้นนั้น แม้จะทำด้วยความหวังดี แต่คำถามที่น่าสนใจคือ เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาไม่มีสิทธิที่จะลืมตามาดูโลกเช่นคนทั้งหลายหรือ เหตุใดเด็กพิการจึงไม่มีสิทธิถือกำเนิด โลกนี้เป็นของคนที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถอยู่รอดได้เท่านั้นหรือ การที่มารดาหรือใครก็ตามจงใจทำลายชีวิตของทารกในครรภ์ก่อนที่จะมาเกิด เราต้องถือว่าเป็นการทำลายชีวิต เป็นการฆาตกรรม ซึ่งผิดต่อศีลธรรมและไม่ให้ความสำคัญแก่คุณค่าของชีวิต

ถ้าเด็กนั้นออกมาพิการ หรือพ่อแม่รับผิดชอบไม่ไหว สังคมควรมีส่วนช่วยกันรับผิดชอบ

การแก้กฎหมายนี้สะท้อนความคิดที่มีแนวโน้มนำไปสู่ความเสื่อมสลายของสังคม นั่นคือ เรากำลังวัดคุณค่าคน มิใช่ในฐานะที่เขาเกิดมาเป็นคน แต่วัดบนพื้นฐานความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย บนพื้นฐานว่าเขาเกิดมาเป็นภาระของบิดามารดาและสังคมมากน้อยเพียงใด ถ้าคาดว่าน่าจะเป็นปัญหาก็สมควรตัดไฟแต่ต้นลมจะดีกว่า ถ้าคนในสังคมมีความคิดเช่นนี้ก็น่าคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นในสังคมไทยภายหน้า เมื่อใดก็ตามที่สังคมให้คุณค่าแก่สิ่งอื่นมากกว่าคุณค่าของชีวิตมนุษย์ เมื่อนั้น รากฐานของสังคมกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงอันจะนำไปสู่ความล่มสลายในที่สุด เพราะชีวิตมนุษย์จะถูกทำลายลงด้วยเงื่อนไขอันใดก็ตามที่สังคมให้คุณค่ามากกว่า

ถ้าแม้แต่แม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดยังไม่เห็นคุณค่าของลูก แต่เห็นแก่ความสุขความสบายของตัวเองมากกว่าแล้ว คนในสังคมจะปฏิบัติต่อกันด้วยความโหดเหี้ยมและเห็นแก่ตัวเพิ่มขึ้น การสังหารคนที่อ่อนแอกว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากสังคมไทยเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าสังคมไทยกำลังดำเนินไปสู่ความอัปยศทางคุณธรรม จริยธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่เสียเปรียบ ไม่มีปากเสียงเพราะอ่อนแอกว่า ไม่ว่าจะเป็นทารกที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก คนแก่คนพิการที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ก็จะกลายเป็นพวกที่ไม่น่าจะเอาไว้ เพราะเป็นภาระของสังคม และในที่สุดสังคมก็จะหาวิธีการจัดการอย่างแยบยลเพื่อให้คนเหล่านี้หลุดพ้นวิถีของตน ถ้าวิธีคิดเราเป็นอย่างนี้ เราจะดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น เพราะสังคมจะเต็มไปด้วยคนที่เห็นแก่ตัว ความรุนแรงและความโหดร้ายย่อมเกิดมากขึ้นๆ

สำหรับหญิงที่ถูกข่มขืนหรือมีเหตุกรณีใดๆก็ตามที่เป็นเหตุให้ตั้งครรภ์ ข้อแรกเราต้องยึดหลักการว่า การที่หญิงคนนั้นจะทำลายชีวิตคนอื่นย่อมเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม ในเวลาเดียวกัน สังคมต้องเห็นใจและเข้าไปโอบอุ้ม นับตั้งแต่ครอบครัวต้องเห็นใจและให้อภัยในความผิดพลาดของหญิงคนนั้น สังคมจะต้องสร้างสิ่งต่างๆขึ้นเพื่ออุปการะเด็กคนนั้น เช่นเดียวกัน คนพิการ เด็กกำพร้า ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย ก็เป็นหน้าที่ของเราในฐานะมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือเขา เพราะเขายังเป็นมนุษย์อย่างที่เราเป็น … ความรัก ความเอื้ออาทรย่อมก่อให้รากฐานของสังคมแข็งแรงมากกว่าการทำลายกัน

(สรุปจากนิตยสาร "สารคดี" ฉบับ 201 พฤศจิกายน 2544)
 

 

หน้ารัง | บทความ |

24 ธันวาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001