| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
สมมติว่าเรามีชีวิตอยู่ในช่วงแรกๆ ของพระศาสนจักร คำถามที่เราได้ยินแล้วอาจจะสะดุดใจไม่น้อยคือ คุณคิดว่ามารีย์ตายจริงหรือ?
ผมว่าไม่น่ะ!! มารีย์ไม่ได้ตายดอก ศิษย์ของลูกชายของนางพาไปซ่อนที่อื่นมากกว่า... ก็นางอายจนไม่อยากจะพบหน้าใครๆ น่ะสิ! ฯลฯ คำพูดคำถามเหล่านี้สำหรับเราที่มีชีวิตในสมัยที่มีการยอมรับความเชื่อว่าพระนางมารีย์เสด็จขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณนั้น ฟังแล้วคงจะรู้สึกขัดใจนิดๆ แต่ในสมัยนั้น คำถามนี้มีอยู่ทั่วไปในหมู่ชาวยิว และไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร บทความนี้ข้าพเจ้าจะพาท่านผู้อ่านหวนกลับไปศึกษาประวัติความเป็นมาของข้อความเชื่ออันสำคัญประการนี้ของพระศาสนจักร โดยจะเริ่มตั้งแต่
พระนางมารีย์สิ้นพระชนม์จริงๆหรือ?
คำถามนี้ถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้ว เราคงไม่อาจจะหาหลักฐานใดมายืนยันหรือให้ความกระจ่างได้ว่าพระนางมารีย์สิ้นพระชนม์จริง สิ้นพระชนม์เมื่อไร ที่ไหน หรือสิ้นพระชนม์อย่างไร? หลักฐานที่มีก็เป็นเพียงคำเล่าลือเท่านั้น ซึ่งสำหรับนักประวัติศาสตร์แล้ว ก็ถือว่าไม่มีค่าพอจะเชื่อถือได้ เช่น บ้างก็ว่าพระนางใช้ชีวิตบั้นปลายที่กรุงเยรูซาเล็ม บ้างก็ว่าที่เมืองเอเฟซัส อย่างไรก็ตาม บรรดาปิตาจารย์แห่งพระศาสนจักรต่างก็เชื่อกันเป็นส่วนมากว่าพระนางสิ้นพระชนม์จริง และได้ยืนยันในพิธีกรรมและบทภาวนา นักบุญเอปิฟานอุส ผู้ทำการศึกษพระนางมารีย์อย่างใกล้ชิดได้บอกเราว่า "ไม่มีใครรู้ว่าพระนางมารีย์จากโลกนี้ไปอย่างไร" นั่นหมายความว่าท่านมั่นใจจริงๆว่าพระนางสิ้นพระชนม์ แต่ไม่ทราบว่าสิ้นพระชนม์อย่างไร
หลักฐานที่พอจะนำมากล่าวถึงได้ก็มีเพียงเท่านี้ นอกนั้นก็เป็นความเชื่อล้วนๆ ของพระศาสนจักร พระศาสนจักรเชื่อว่าสำหรับพระนางมารีย์นั้น ความตายมิได้เป็นผลมาจากโทษบาปของพระนาง เพราะพระนางปราศจากบาปกำเนิดและไม่เคยทำบาปแม้แต่ประการเดียวในชีวิตบนโลกนี้ อย่างไรก็ตาม ร่างกายของพระนางนั้นยังคงอยู่ใต้กฎธรรมชาติคือกฎแห่งความตาย ดังที่พระบุตรของพระนางเองก็มิได้อยู่เหนือกฎนี้
การเสด็จสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางมารีย์
1. ความจริงทางสัจธรรม
เรื่องราวต่างๆ ในพระศาสนจักร ก่อนที่จะมีการประกาศออกมาเป็นข้อความเชื่อนั้น จำต้องมีขั้นตอนการพิจารณาอย่างละเอียดหลายขั้นตอน เรื่องของแม่พระนี้ก็เช่นกัน มีการพิจารณานานหลายปี จนกระทั่งในวันที่ 1 พฤษภาคม 1946 พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ได้ทรงถามความคิดเห็นจากคณะที่ประชุมพระสังฆราชทั่วโลกว่าควรที่จะประกาศเรื่องดังกล่าวออกมาเป็นความเชื่อหรือไม่ บรรดาพระสังฆราชครั้งนั้นก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรอย่างยิ่ง มาถึงปี 1950 พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 จึงได้ประกาศในพระธรรมนูญ MUNIFICENTISSIMUS DEUS ว่าด้วยเรื่องสัจธรรมที่เผยแสดงโดยพระเจ้า มีใจความว่า "พระนางพรหมจารีย์มารีย์ มารดาพระเจ้า หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตในโลกนี้อยู่เพียบพร้อมสมบูรณ์แล้ว ทรงได้รับการยกขึ้นสู่พระสิริโรจนาแห่งสรวงสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ" และตั้งแต่นั้นมา สิ่งนี้ก็กลายเป็นสิ่งที่คริสตชนทุกคนต้องเชื่อและยอมรับ
2. ข้อพิสูจน์จากพระคัมภีร์และธรรมประเพณี
เราคริสตชนทราบว่าพระคัมภีร์คือหัวใจของพระศาสนจักร สิ่งต่างๆ ล้วนมาจากพระคัมภีร์เป็นเบื้องต้น ก่อนที่จะกลายมาเป็นความเชื่อถือของชาวเรา อย่างไรก็ตามก็มิใช่ว่าความเชื่อทุกอย่างต้องมาจากพระคัมภีร์ เพราะความเชื่อบางประการมีที่มาจากความเชื่อที่วัฒนาและสืบทอดกันมาในพระศาสนจักร จากคำสอนของปิตาจารย์ ประวัตินักบุญ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ที่เราเรียกว่าธรรมประเพณีศักดิ์สิทธิ์
ความเชื่อที่ว่าแม่พระทรงกลับคืนชีพนั้นเป็นไปได้และน่าจะเป็นเช่นนั้นด้วย เพราะพระนางมารีย์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอยู่แล้ว คือ พระนางไม่มีบาปกำเนิด เมื่อไม่มีบาป ผลของบาปก็ไม่สามารถจะครอบงำพระนางได้ ความตายนิรันดร์คือผลของบาปก็ไม่อาจจะมีอำนาจเหนือพระนางด้วย พระนางจึงกลับเป็นขึ้นมาและมีชัยเหนือความตาย
พระนางเป็นมารดาของพระเจ้า บรรดาปิตาจารย์ให้ความคิดว่าพระเยซูเจ้าทรงมีส่วนในร่างกายของพระนาง ร่างของพระนางจึงควรจะมีส่วนในชีวิตของพระคริสตเจ้าที่กลับคืนชีพด้วย เหตุนี้การกลับคืนชีพของพระนางจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะพระบุตรของพระนางได้ทรงกลับคืนชีพก่อนแล้ว
พระนางทรงเป็นพรหมจารีย์เสมอ เมื่อร่างกายของพระนางไม่ด่างพร้อย พระนางทรงบริสุทธิ์เสมอ จึงเป็นการเหมาะสมที่ร่างกายของพระนางจะได้รับการรักษาไว้มิให้เน่าเปื่อยไป
พระนางมีส่วนร่วมในงานไถ่บาปของพระคริสตเจ้า พระนางมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในภารกิจของพระเยซูคริสตเจ้า เหตุนี้เมื่อวาระแห่งการมีชีวิตบนโลกนี้หมดลง จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่พระนางควรจะได้รับตำแหน่งสูงสุดหรือผลสูงสุดของการไถ่บาป นั่นคือ ได้รับความรุ่งเรืองทั้งร่างกายและวิญญาณ
สรุป
เราคริสตชนต่างรู้สึกยินดีในคำประกาศข้อความเชื่อนี้ มีการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่โตและถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในพระศาสนจักร เป็นวันที่ให้เกียรติแด่แม่พระ ความจริงที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้อีกประการหนึ่ง คือบรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรถือมานานแล้วว่าพระนางมารีย์ คือราชินีแห่งสวรรค์ พระนางอยู่เหนือบรรดานิกรเทวดาและนักบุญทั้งหลาย พระนางอยู่ข้างเคียงกับพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระนาง ในระยะเวลาอันยาวนานแห่งการรอคอยการประกาศรหัสธรรมแห่งความเชื่อข้อนี้นั้น มิได้ทำให้ความรักและความภักดีหายไปจากใจคริสตชนเลย เพราะพระนางคือราชินีสวรรค์อย่างแท้จริง |
8 กันยนยน 2000
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000