| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | ||
เกริ่นนำ บทความที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นว่า กระบวนการสอนคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกไทยเรานั้นมีปัญหาที่ต้องขบคิดและต้องเผชิญกับการท้าทายอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความพร้อมด้านอุปกรณ์การสอน เช่น หนังสือคำสอนที่เหมาะกับสภาพท้องถิ่น สื่อการสอนคำสอนด้านต่างๆที่ยังขาดแคลนและยังไม่สามารถกระจายไปทั่วถึงระดับรากหญ้าตามวัดต่างๆได้ และนอกนั้นปัญหาของการเปลี่ยนแปลงของภาษาที่ไม่ทันสมัยและไม่สอดคล้องกับคนในยุคปัจจุบันโดยโดยไม่ต้องพูดถึงปัญหาของผู้สอนคำสอนที่รักและศรัทธาในวิชาคำสอนที่หาได้ยากพอๆกับหากระแสเรียกนักบวช พูดให้ตรงจุด บทความนี้ผมจะพูดถึงปัญหาของการแปลศัพท์คำสอนผิดและเป็นเหตุให้สอนผิดๆกันมาจนถึงปัจจุบันดังคำว่า ตระหนี่ ที่ผมตั้งชื่อบทความนี้ว่า ตระหนี่ไม่ใช่บาปต้น เป็นไปได้หรือ? ได้และเป็นไปแล้วด้วย บาปต้น 7 ประการ คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกได้พูดถึงบาปต้น (Captital Sins)ว่ามี 7 ประการ ผมจะนำเสนอเป็นภาษาลาติน ภาษาอิตาเลียน ฝรั่งเศส อังกฤษและไทย เพื่อเปรียบเทียบภาษาและชี้ให้เห็นว่า เหตุใดผมจึงบอกว่า ตระหนี่ไม่ใช่บาปต้นดังที่เราเคยเรียนกันมาไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบปี(นับจากอายุของหนังสือคำสอนที่พิมพ์เป็นภาษาไทยในปี 1923)
| ||||
| ลาติน | อิตาเลียน | ฝรั่งเศส | อังกฤษ | ไทย |
| Superbia | Superbia | L'orgueil | Pride | จองหอง |
| Avaritia | Avarizia | L'avarice | Avarice | ตระหนี่ |
| Invidia | Invidia | L'envie | Envy | ริษยา |
| Ira | Ira | La colere | Wrath(Anger) | โมโห |
| Luxuria | Lussuria | L'impurete | Lust | อุลามก |
| Gula | Golosita | La gourmandise | Gluttony | โลภอาหาร |
| Desidia | Pigrizia | La paresse | Sloth | เกียจคร้าน |
ตระหนี่แปลว่าอะไร? พจนานุกรมไทยได้ให้คำแปล ตระหนี่ ว่า หวงไม่อยากให้ง่ายๆ เหนียวแน่น หรือแปลตามประสาชาวบ้านคือ ขี้เหนียว จากความหมายนี้ตั้งคำถามจริยะตามประสาชาวบ้านทั่วไปได้ว่า ขี้เหนียวเป็นบาปหรือไม่? ท่านผู้อ่านคิดว่าเป็นบาปหรือไม่ ลองตอบในใจดู? Avaritia แปลว่าอะไร? จากภาษาลาตินข้างต้น แปลเป็นอิตาเลียน สเปน ฝรั่งเศส ก็ยังมีเค้าให้เห็นรากเดียวกันกับลาติน แปลว่า การปรารถนาในสิ่งของเครื่องใช้หรือความร่ำรวยมั่งคั่งจนมากล้นเกินพอดี ถ้ามองในแง่จริยธรรมแล้วมันผิดตรงที่คนเราเอาความร่ำรวยเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตแทนที่จะเป็นแนวทางหรือวิถีทางนำเราไปสู่ชีวิตแห่งความดีงาม ศัพย์คำนี้ตรงกับภาษาไทยคือ ความโลภนั่นเอง ดังนี้ Avritia หรือ Avarizia หรือ l'avarice หรือ avarice ต้องแปลว่า โลภ ตามความหมายของรากศัพท์ที่หมายถึงไม่รู้จักพอในสิ่งของเครื่องใช้ ยศถาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ใช่ตระหนี่!! ส่วนคำว่า ตระหนี่ นั้นมีความหมายตรงกันข้ามแปลว่า ขี้เหนียว ไม่ยอมแบ่งปัน เช่นนี้เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่า การที่แปลคำว่า avritia เป็น ตระหนี่ นั้น ผิด แน่นอน!!! ผมไปเช็คพจนานุกรมคำดังกล่าวในภาษาลาติน ฝรั่งเศส อิตาเลียน สเปน อังกฤษก็ล้วนแปลว่า โลภ ไม่ใช่ตระหนี่ ดังนั้นตระหนี่จึงไม่ใช่หนึ่งในบาปต้น 7 ประการตามที่พระศาสนจักรคาทอลิกสอนแน่นอน แปลผิด ทำไมถึงแปลผิดล่ะ? ผมได้ไปค้นที่ศูนย์คำสอนกรุงเทพฯเริ่มจากหนังสือคำสอนเก่าที่สุดเท่าที่จะหาได้มาเปรียบเทียบดูว่า คำว่า ตระหนี่ นั้นเริ่มใช้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ หนังสือคำสอนภาษาไทยเก่าที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้นั้นย้อนไปเมื่อปี 1923 ข้อ 2) มัจฉริยะ บาปมัจฉริยะ เปนบาป ชอบของโลกนี้เหลือขนาด เปนต้น เงินทอง เราเคยทำบาป มัจฉริยะหรือบาปขี้เหนียว ตระหนี่ เมื่อเรานับถือเงินทองและทรัพย์สินอื่นๆ เมื่อเรามักได้ของโลกนี้เกิน เราจึงหาด้วยลำบากเกิน เมื่อเราไม่ยอมหรือเราผัดใช้หนี้หรือค่าจ้างแก่ลูกจ้าง เมื่อเรามีใจแข็งต่อคนยากจน เมื่อเราเลี้ยงตนหรือบุตร์ภรรยาไม่พอ เมื่อเราบ่นว่าพระเปนเจ้าเพราะว่าเราได้เสียทรัพย์บ้าง เมื่อเราลืมหาพระคุณฝ่ายวิญญาณไปหาทรัพย์ฝ่ายโลก เปนต้นเมื่อเราทำบาปหาทรัพย์ใด ๆ (อธิบายคำสอน พระศาสนา คฤศตัง ภาค 1 ตีพิมพ์คราวที่หนึ่ง ณ โรงพิมพ์ มิซซัง โรมัน กาทอลิก พระมหานคร คฤศตะศักราช 1923 หน้า 75 ข้อ 12 เรื่องบาปต้น 7 ประการ พระคุณเจ้า แปรอส สังฆราช) หนังสือเก่าอีกเล่มพิมพ์ซึ่งในปี ค.ศ. 1943 มีการใช้คำว่า ตระหนี่ ในบาปต้นประการที่ 2 ว่าดังนี้ บาปตระหนี่คือ ผูกไจในทรพัย์สินเงินทอง ข้าวของ จนเปนเหตุไห้หลงลืมพระผู้เปนเจ้าและไม่มีความเมตตาปรานีต่อคนจน ( หนังสือคำสอนพระสาสนา คริสตังค์ พิมพ์ครั้งที่ 11 ที่ บริสัทโสภณพิพัธนากร คริสตสักราช 1943 พระสังฆราช เรอเน แปรอส) ทำไมแปลผิด? เป็นไปได้หรือไม่ว่า ในยุคของท่านแปรอสนั้นคำว่า ตระหนี่ แปลว่า ไม่รู้จักพอ หรือ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ? ซึ่งก็ไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าผมจะชั่งน้ำหนักภาษาและตีความภาษาข้างต้นตามความเข้าใจภาษาไทยของผมในปัจจุบันแล้ว ตระหนี่คือ หวง ขี้งก หลงใหลในสิ่งของมากจนลืมพระเจ้าและขาดความเมตตาต่อคนยากจนไม่ยอมแบ่งปันกับผู้ที่อดอยากหิวโหย จากคำอธิบายข้างต้นผมก็ว่าท่านแปลถูกต้องตามความหมายของภาษาไทยแล้ว แต่.....ความหมายดังกล่าวก็ไม่ใช่ความหมายของ Avaritia หรือ Avarice (ภาษาอังกฤษ)ที่นักบุญโทมัสอะไควนัสให้ความหมายเป็น 2 ลักษณะคือ 1) มันทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเช่นเมื่อคนหนึ่งสะสมเพิ่มพูนความร่ำรวยจนไม่รู้จักพอก็จะเป็นเหตุให้เบียดบังคนอื่นได้เพราะทรัพย์ในโลกนี้มีจำกัด เมื่อคนหนึ่งเอาไปมากเกินไปก็ย่อมกระทบกับคนอื่น ท่านบอกว่า...ทรัพยากรในโลกนี้ไม่อาจจะครอบครองได้โดยทุกคนในเวลาเดียวกันได้...ลักษณะที่ 2) หมายถึงท่าทีภายในของบุคคลที่มีต่อความร่ำรวยมั่งคั่ง เมื่อบุคคลมีความสุขกับความไม่รู้จักพอในทรัพย์สิน เขาทำบาปต่อตัวเอง แม้ว่าไม่ได้หมายถึงบาปกับร่างกายของเขาแต่ความปรารถนาของเขาก็มีมลทินโดยรักเงินทองมากเกินไป (Summa 2am2ae, q118 art 1) จึงสรุปได้ว่า ความหมายของ avaritia นั้นไม่ใช่ ตระหนี่แน่นอน!! ทีนี้มามองในแง่ของประวัติศาสตร์ หนังสือคำสอนที่เราถ่ายทอดสืบต่อๆกันมานั้นแปลมาจากภาษาฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ เพราะธรรมทูตฝรั่งเศสคือผู้ที่ได้เริ่มแปลหนังสือคำสอนเป็นภาษาไทย ไล่ไปจริงๆก็คงต้องเริ่มตั้งแต่งานเขียนของท่านลาโน ท่านปัลเลอกัว ฯลฯ และได้มีการพิมพ์ต่อๆกันมา มีแก้ไขบ้าง ใช้ภาษาใหม่บ้าง พอมาถึงยุคที่มีคุณพ่อคนไทยเข้ามามีบทบาทในพระศาสนจักร ก็ได้ยึดโครงสร้างหนังสือคำสอนสายฝรั่งเศสเรื่อยมา ท่านยวง นิตโย ได้แปลหนังสืออธิบายคำสอน ต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสเพื่อช่วยให้เข้าใจคำสอนลึกซึ้งมากขึ้น แต่ท่านก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงคำว่า ตระหนี่ (คำถามคือทำไม? ท่านยวงได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญภาษาไทยและบาลีสันสกฤต แต่ทำไมท่านไม่แก้ไขคำว่า ตระหนี่ออกไป)คนรุ่นหลังต่อมาจนถึงปัจจุบันเช่นหนังสือของพ่อสมบูรณ์ หนังสือคำสอนของพ่อกอสเต คุณสวัสดิ์ ครุสุวรรณ จากศูนย์คำสอนหรือของคุณพ่อคนอื่นๆ รวมทั้งคนที่ยังชอบหนังสือคำสอนเล่มครบก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำนี้ คำถามคือ ทำไม? น่าสังเกตว่าในบรรดาหนังสือคำสอนที่พิมพ์ต่อๆมาจากต้นฉบับแปลภาษาฝรั่งเศสแล้วก็มีธรรมทูตจากสายอิตาเลียน คณะซาเลเซียนรุ่นหลังๆ เป็นต้น เอฟ.ศักดิ์ ได้ผลิตหนังสือคำสอนใหม่ๆออกมา โดยแปลจากต้นฉบับภาษาอิตาเลียน เขาได้แปลความหมายของคำว่า Avaritia ถูกต้องคือ แปลว่า ความมักได้ ความโลภอยากได้ (ดู..ความสว่างที่แท้จริงซึ่งนำทางสู่ความรอด เล่ม 3 หน้า 26) ซึ่งผมเห็นว่าถูกต้อง เพียงแต่ว่าหนังสือของค่ายซาเลเซียนนั้นยังไปไม่ถึงรากเหง้าของสังคมคริสตชนเป็นต้นตามวัดต่างๆที่พระสงฆ์หลายคนก็ยังใช้หนังสือคริสตังเล่มครบเหมือนเดิม และอีกประการเป็นหนังสือที่อธิบายยาว ไม่สะดวกนักสำหรับคนไทยที่ชอบอะไรสั้น ๆ และติดอยู่กับโครงสร้างแบบ ถามตอบของคริสตังเล่มครบ ความบกพร่องดังกล่าวถึงไม่ได้รับการแก้ไข จากคำถามที่ว่า ทำไมใช้กันผิดๆเรื่อยมา ผมขออนุญาตออกความเห็น ณ ที่นี้ว่า เป็นไปได้หรือไม่เพราะ คนไทยเราไม่มีนิสัยตั้งคำถามเรื่องความถูกต้องที่บรรพชนสอนมา เราไม่ชอบตั้งคำถามกับอาจารย์หรือผู้มีอำนาจ เพราะขัดกับนิสัยและค่านิยมของเรา เราไม่ชอบค้นคว้าถึงรากเหง้าและที่มา และเป็นต้นชาวบ้านเองก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะค้นคว้าได้อยู่แล้วเนื่องจากภาษาต้นฉบับนั้นเป็นภาษาลาตินหรือฝรั่งเศสที่เขาไม่รู้ (นี้เป็นเพียงความเห็นของผมนะครับยังไม่ได้เป็นการฟันธงชี้ขาดลงไปเพราะ ผมอาจจะผิดได้) ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลง? กาลเวลาทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ความเข้าใจภาษาของคนในยุคหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็จะเข้าใจต่างกัน ศัพท์ต่าง ๆ ก็จะใช้ในความหมายและบริบทต่างกัน ดังนั้นผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหนังสือคำสอนที่พ้นยุคเสียที 1) เอาหนังสือ คำสอนเล่มครบ ที่นิยมใช้ตามวัดนั้นไปเก็บในห้องหนังสือสำหรับอนุชนรุ่นหลังได้ค้นคว้า เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ได้รับใช้พระศาสนจักรมาเกินคุ้มแล้ว 2) หนังสือคำสอนรุ่นใหม่ที่จะทำนั้นต้องมีบรรทัดฐานในหนังสือคำสอนคาทอลิกที่ออกในปี 1997 เป็นหลักเพื่อจะได้สอนเหมือน ๆ กันทั่วโลก 3) หนังสือคำสอนเล่มใหม่ควรมีการดัดแปลงให้สั้นเพื่อความสะดวกและควรมีการอ้างจากข้อคำสอนของหนังสือคำสอนคาทอลิกฉบับสากลไม่ใช่ตีความตามใจผู้สอน 4) รูปแบบถามตอบนั้นยังใช้ไ ด้และสะดวกสำหรับการสอนคำสอนตามวัด ควรจะใช้ต่อไป ส่วนหนังสือคำสอนที่ใช้ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เท่าที่มีในปัจจุบันผมก็เห็นว่าดีแล้วเพียงแต่กระจายไปสู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น 5) บาปต้น (ซึ่งจริงๆแล้วคำนี้ก็น่าจะเปลี่ยนเพราะมันเป็นท่าทีหรือแนวโน้มที่จะนำไปสู่บาปมากกว่าเป็นบาปเสียเอง) นั้นผมเสนอให้แปลและเรียงลำดับดังนี้
และสุดท้าย อยากพูดดังๆว่า งบประมาณสำหรับคำสอนและครูคำสอนนั้นเพิ่มหน่อยได้ไหม?
|
||||
2 ตุลาคม 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002