issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เรื่องสั้น-เรื่องแปล "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เรื่องสั้น-เรื่องแปล

story

เรื่องสั้น-เรื่องแปล

บทกวี : พ่อล้างผลาญ
มักดาเลนา

"ชายคนหนึ่งมีบุตรอยู่สองคน" (ลก.15:11)

ผู้เฒ่ารูเบนกำลังตกอยู่ในความวิตกกังวล ตั้งแต่อิซฮาร์ลูกคนเล็กของเขาซมซานกลับมา บ้านก็ไม่เคยมีความสงบสุขอีกเลย โอกรานลูกคนโตของเขาตีสีหน้าบึ้งตึงไม่พูดจาตลอดวัน (ตามปรกติเขาก็ไม่ค่อยรื่นเริงเหมือนอิซฮาร์อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ดูจะเป็นหนักกว่าแต่ก่อน) และปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดของน้องชาย เขาไม่เพียงแค่ไม่ใส่ใจเท่านั้น แต่เมื่อกลับเข้ามาในบ้านก็ยังพูดจาถากถางแดกดันน้องว่าเป็นเหมือนขยะโสโครกและคนไร้ประโยชน์อีกด้วย ผู้เฒ่ารู้ดีว่าลูกชายคนโตรู้สึกอย่างไรกับน้องชาย ความโกรธที่สั่งสมขึ้นเรื่อย ๆ อาจนำหายนะมาให้ในอนาคตก็เป็นได้

เวลานี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ความมืดกำลังย่างกรายเข้ามา ตาเฒ่าเกอร์ชอน พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ได้เข้ามารายงานเรื่องสำคัญประการหนึ่งแก่ท่านผู้เฒ่า

"นายท่าน" พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงวิตกกังวลอย่างยิ่ง "ข้าเห็นโอกรานกำลังลับมีดล่าสัตว์อยู่ที่มุมโรงนา เขาไม่เห็นข้าหรอก แต่ข้าได้ยินเขาพูดว่า 'ข้าจะไปเชือดแพะละ! ข้าจะจัดการกับไอ้ลูกหมาที่น่ารักของพ่อ! ใช่แล้ว คืนนี้ที่ใต้ต้นโอ๊ก ใคร ๆ จะคิดว่าเป็นพวกคนจรจัดที่ทำ นี่แหละวาระสุดท้ายของไอ้ลูกล้างผลาญ' เขากล่าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเช่นนี้แหละ นายท่าน"

พ่อบ้านชราว่าไปพลางยกมือขึ้นเหนือหัว "ได้โปรดเถิด นายท่าน โปรดทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้โอกรานทำอะไรน้องชายของเขา! ข้าขอร้องท่าน กลิ่นความตายลอยอวลอยู่ในอากาศแล้ว ข้ารู้สึกได้ถึงมัน"

เหล่านี้คือคำขอร้องของตาเฒ่าเกอร์ชอน ตอนนี้พ่อบ้านขอตัวออกไปแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรได้เล่า? ผู้เฒ่าครุ่นคิดหนัก รู้สึกเหมือนความปวดร้าวใจใหญ่หลวงกำลังกร่อนกินเข้าไปในกระดูก ยากนักที่จะนำสองพี่น้องมาประสานกันได้! เพราะพวกเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผู้เฒ่าถอนใจหนักหน่วง มีเพียงคำภาวนาเท่านั้นกระมังที่จะช่วยให้พบหนทางปัดเป่าและผ่อนคลายสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไปได้ ว่าแล้วผู้เฒ่าก็คุกเข่าลงภาวนาเหมือนคนที่ไม่เคยสวดภาวนามาก่อน ราวจะให้หัวใจของพ่อผู้เจ็บช้ำได้เชื่อมโยงไปยังหัวใจของพระบิดาผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย และด้วยวิธีนี้เองผู้เฒ่ารูเบนจึงพบทางออกที่ต้องการ

เป็นนิสัยของอิซฮาร์ เมื่อพระจันทร์ขึ้นทาทาบขอบฟ้า เขาจะกระชับเสื้อคลุมยาว(ตกกลางคืนในช่วงฤดูนี้อากาศจะหนาวเย็นกว่าปรกติ) เดินออกไปนั่งเล่นที่ใต้ต้นโอ๊กใหญ่นอกรั้วริมถนนหลวง ที่นั่นเป็นจุดลับตาคนในยามวิกาล เพราะมีพุ่มไม้เตี้ย ๆ ขึ้นปกคลุมทั่วไป อิซฮาร์ชอบมานั่งที่นี่เพราะมันทำให้เขารู้สึกสบายใจ และที่นี่แหละที่โอกรานได้วางแผนจะปลิดชีพน้องชายให้ดับดิ้น หลังพุ่มไม้รกทึบนั้นเขาจะนั่งคอยน้องอย่างใจเย็น พอเจ้าน้องชายตัวดีนั่งลงที่ใต้ต้นโอ๊ก เขาจะชักมีดออกปักใส่หลังมันโดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย

ผู้เฒ่ารูเบนพอคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร เวลานี้เขารู้ดีว่าควรจะทำประการใด เขาไปหาลูกคนเล็กที่ห้อง ขณะนั้นชายหนุ่มกำลังสวมเสื้อคลุมเตรียมตัวออกไปที่ใต้ต้นโอ๊ก ชายหนุ่มยิ้มอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นบิดาเข้ามา แสงตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นหน้าท่านเพียงสลัว ๆ

"ลูกเอ๋ย" ผู้เฒ่ารูเบนกล่าวอย่างกล้ำกลืน "เจ้าเชื่อใจพ่อไหม?"

อิซฮาร์รู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินคำถามของบิดา

"เชื่อสิ พ่อ!" เขาตอบจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ "ข้าเชื่อพ่อด้วยชีวิตของข้าเลยทีเดียว"

ผู้เฒ่ารูเบนรู้สึกปวดร้าวในหัวใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารู้ดีว่าลูกชายคนนี้ตอบออกมาจากหัวใจของตัวเองจริง ๆ ว่าแล้วจึงหันไปกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

"เช่นนั้นคืนนี้เจ้าต้องทำตามที่พ่อบอกโดยไม่ต้องถามอะไรทั้งสิ้น แล้วพรุ่งนี้เจ้าจะเข้าใจ"

และคืนนั้นเอง เสียงหนึ่งร้องก้องไปในความมืด เป็นเสียงของพ่อบ้านเกอร์ชอนร้องขอความช่วยเหลือ เขาออกไปซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ใกล้ ๆ ต้นโอ๊กใหญ่ หวังจะบอกให้อิซฮาร์รู้ตัวถึงแผนชั่วของโอกราน แต่ช้าไปเสียแล้ว! ชายหนุ่มไปถึงที่นั่นก่อนเขา เมื่อชายในเสื้อคลุมยาวเดินเข้าไปใต้ต้นโอ๊ก โอกรานก็ปราดออกจากที่ซ่อน ชักมีดแทงกลางหลังของเขาเต็มเหนี่ยว ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วจนเกอร์ชอนทำอะไรไม่ถูก โอกรานวิ่งหนีไปอีกทาง ขณะที่เกอร์ชอนวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ร้องตะโกนสุดเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ

ผู้คนในบ้านแตกตื่น ชายหนุ่มสี่คนวิ่งไปที่ต้นโอ๊ก ช่วยกันยกร่างที่หมดสตินั้นกลับเข้ามาในบ้าน มีเกอร์ชอนวิ่งกระเซอะกระเซิงตามมาด้วย พวกเขาวางร่างนั้นไว้ที่ลานบ้าน แสงจากคบไฟส่องไปยังร่างตรงหน้า ทุกคนแทบผงะหงายเมื่อพบว่าร่างที่จมกองเลือดอยู่นั้นเป็นร่างของผู้เฒ่ารูเบนนั่นเอง เวลานี้ผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่และมีสติสมบูรณ์ดี แต่อาการเข้าขั้นโคม่าเต็มที ท่านคงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นคืนนี้เป็นแน่แท้

เมื่อบรรดาคนใช้ช่วยกันวางร่างของผู้เฒ่าลงที่ลานบ้านนั้น ผู้เฒ่ารูเบนก็เรียกเกอร์ชอนที่กำลังกังวลถึงชีวิตของเจ้านายให้เข้ามาใกล้ ๆ ผู้เฒ่าหันมองพ่อบ้าน เอ่ยขึ้นเบา ๆ โดยที่คนใช้คนอื่นไม่ได้ยินว่า "ไม่ต้องพูดอะไรนะ เพื่อนรัก ต้องไม่ให้ใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

แล้วผู้เฒ่าก็ร้องเรียกโอกรานซึ่งหลังจากปฏิบัติการลอบฆ่าสำเร็จแล้วก็รีบหลบกลับเข้าไปในห้องพักขณะที่เกอร์ชอนกำลังร้องเรียกให้คนช่วย เขาแกล้งทำเป็นเหมือนเพิ่งตื่นนอน แต่ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบแข็งเป็นหินไป

"เป็นพ่อหรือนี่!" เขาร้องลั่น

แต่เพราะกลัวว่าลูกชายจะมีพิรุธให้พวกคนใช้สงสัย ผู้เฒ่าจึงปรามให้เขาเงียบ

"เข้ามาใกล้ ๆ นี่สิ ลูกพ่อ" ผู้เฒ่าเรียกเขาเข้าไปหาด้วยความรัก สั่งให้ทุกคนรวมทั้งเกอร์ชอนถอยห่างออกไปเพื่อพูดสั่งเสียลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ขณะนั้นอิซฮาร์ยังคงอยู่ในห้องของตนตามคำสั่งของพ่อที่ให้เขาอยู่ในห้อง "ห้ามออกไปไหน"จนกว่าเกอร์ชอนจะมาเรียกให้ออกไป

ฝ่ายโอกรานคุกเข่าลงข้างร่างที่อาการกำลังเพียบหนักของบิดา ท่านกระซิบบอกเขาว่า "พูดเบา ๆ หน่อย เพื่อทุกสิ่งที่เราพูดคุยกันจะได้เป็นความลับไปตลอดกาล"

โอกรานครางอย่างปวดร้าว "พ่อรู้…พ่อรู้…" เขาเริ่มตระหนักว่าตนเองได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเสียแล้ว

ผู้เฒ่ายิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง

"ใช่ พ่อรู้"

แล้วทำนบหัวใจของโอกรานก็พังทลาย เขาเริ่มร้องสะอึกสะอื้น ทั้งที่เขาไม่ใช่คนอ่อนแออย่างนั้นเลย ใคร ๆ ก็คิดว่า ถึงเขาจะรักพ่อมากแต่ก็คงไม่มีทางร้องไห้เมื่อพ่อจากไปเป็นแน่ แต่เวลานี้น้ำตาของเขากำลังไหลอาบแก้ม โอกรานแทบควบคุมตนเองไม่ได้ เขาตัดพ้อว่า "ทำไมพ่อยอมให้ข้าทำอย่างนี้? ทำไมต้องช่วยชีวิตไอ้อิซฮาร์ด้วย?" โอกรานเสียงแข็งเหมือนจะย้ำคำถามสุดท้าย

ผู้เฒ่าทราบดีว่า ภายใต้ม่านน้ำตานั้นหัวใจของลูกคนนี้ยังถูกปกคลุมด้วยความอิจฉา เขาถอนใจด้วยความเศร้าเมื่อนึกถึงความเกลียดชังในจิตใจของลูกชาย

"ไม่ใช่เลย ลูกรัก พ่อได้ช่วยชีวิต'เจ้า'ไว้ตะหาก"

โอกรานฟังแล้วแทบจะเป็นใบ้ไป…

"ใช่แล้ว" ผู้เฒ่ากล่าวสืบไป "พ่อรู้ดีว่า หากพ่อเผชิญหน้ากับเจ้าในวันนี้และห้ามไม่ให้เจ้าทำร้ายน้อง ต่อไปภายหน้าเจ้าก็คงหาโอกาสทำร้ายเขาอยู่นั่นเอง บางทีเจ้าอาจจะจัดการกับน้องหลังจากพ่อตายไปแล้วก็ได้ โชคดีที่เกอร์ชอนแอบได้ยินแผนการของเจ้าเสียก่อน ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นสำเร็จ ไม่ช้าก็เร็วความจริงย่อมต้องปรากฏอย่างแน่นอน และเจ้าต้องทนรับชะตากรรมของฆาตกรไปตลอดชีวิต ดังนั้นการที่พ่อต้องตายด้วยน้ำมือเจ้าย่อมเป็นการดีกว่า เพื่อเคราะห์กรรมจะได้ไม่เกิดกับเจ้า"

โอกรานแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เป็นไปได้อย่างไรที่พ่อยอมสละชีวิตเพื่อเขา ลูกที่ไม่เคยได้รับแม้แต่ลูกวัวสักตัวสำหรับเลี้ยงเพื่อน ๆ?

"ก็เจ้านั่นมันลูกโปรดพ่อนี่" เขาตัดพ้อแม้ใจจะเปี่ยมไปด้วยความเศร้าก็ตาม

ผู้เฒ่าหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด เขาเจ็บปวดไม่ใช่เพราะบาดแผลที่กลางหลัง แต่เจ็บปวดหัวใจที่ลูกชายคนนี้ไม่ยอมเข้าใจเขาเสียที ผู้เฒ่าเปิดตาขึ้น พยายามเอื้อมมือไปกุมมือของลูกชายไว้

"โอกรานลูกรัก" เสียงของผู้เฒ่าอ่อนลงทุกที "พ่อมีสองตา มีสองหู มีสองเท้า พ่อจะเลือกชอบข้างใดข้างหนึ่งได้หรือ?" แล้วย้ำเสียงหนักว่า "พ่อรักเจ้าทั้งสองเท่าเทียมกันตลอดมา สิ่งเดียวที่ทำให้พ่อเศร้าใจก็คือการที่เจ้าไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย"

ถ้อยคำของบิดาเหมือนสายลมที่ให้ชีวิตใหม่แก่โอกราน เขารู้แน่แก่ใจว่าสิ่งที่พ่อบอกเป็นเรื่องจริง คำพูดของคนที่กำลังจะจากไปเป็นความจริงอย่างแน่นอน เวลานี้เขารู้สึกละอายต่อสิ่งที่ได้กระทำขณะเดียวกันก็รู้สึกเบิกบานในหัวใจที่ได้รู้ความจริง

"พ่อ ข้าได้ทำผิดต่อสวรรค์และผิดต่อพ่อด้วย ข้าไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่ออีกต่อไป ข้าจะทำอย่างไรเพื่อชดเชยในสิ่งที่ข้าได้ทำกับพ่อได้?" เขากระซิบทั้งน้ำตา

ผู้เฒ่ามองลึกลงไปในดวงตาของเขา

"ลูกรัก สิ่งเดียวที่เจ้าพอจะทำได้คือรักน้องของเจ้าให้มาก ๆ เหมือนที่พ่อรักเจ้า"

นี่คือถ้อยคำสุดท้ายที่หล่นออกมาจากปากของผู้เฒ่ารูเบน

***

รุ่งเช้าวันต่อมามีพิธีฝังศพของผู้เฒ่าที่สุสาน ชายหนุ่มสองคนได้ยืนเคียงข้างกันเบื้องหน้าหลุมศพของผู้เฒ่า และสัญญาว่าจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป

 

หน้ารัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002