issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
สงเคราะห์บนทะเล
เชอรี่

หนึ่งปีกับชีวิตที่เป็นพระพร และความรักของพระเป็นเจ้า ทุกๆสถานที่มีความประทับใจแตกต่างกันตามแต่จะหาประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆจากที่นั้นๆ

อยากจะเขียนถึงประสบการณ์ธรรมทูตที่ได้รับในเขตจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นที่ที่ประทับใจมากที่สุด จะว่าเป็นสุดยอด(ก็ว่าได้) แต่ก็อย่างว่าแหละถ้าคนที่ชอบของแปลก(อย่างผม) ก็อยากจะเล่นเรื่องที่ไม่เคยมีใครพูดถึง….มาเล่าสู่กันฟังบ้าง..ปะไร

ผมได้ติดต่อกับคณะแมรี่โนลล์ ว่าผมต้องการที่จะสัมผัสงานอภิบาลผู้เดินทางทะเล เขาก็ตอบมาว่า "ยินดีครับ ยินดีช่วย…แต่ขอให้คุณมาคุยกันนิดนึงก่อน" วันที่ไปคุยกับเขา ก็มีผู้จัดการของศูนย์ฯ เป็นคนที่รับเรื่องของผมเอาไว้ "คุณเรียนอะไรมา?" "จบจากแสงธรรม สาขาปรัชญา ศาสนาครับ" "แล้วคุณจะไปทำอะไร?" "ผมสนใจแล้วก็อยากจะสัมผัสงานอภิบาลผู้เดินทางทะเล" อีกไม่รู้กี่คำถาม.."เรารับคุณไม่ได้หรอก เพราะคุณอยู่กับเราแค่สองเดือน คุณจะเป็นอาสาสมัครก็ไม่ได้ จะเป็นเจ้าหน้าที่ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย คุณจะเอายังไง" "ยังไงก็ได้ครับ เพราะผมสนใจงานแบบนี้จริงๆ" "แล้วเราจะให้เงินเดือนคุณยังไง?" "สิ่งที่ผมต้องการคือประสบการณ์ และการเรียนรู้งานแบบนี้ครับ เงินไม่ต้องให้ผมก็ได้" สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปก่อนที่จะร้องออกมา "เฮ้อ!(ถอนหายใจแบบไม่มีการเกรงอกเกรงใจกันอีกแล้ว) เราก็ไม่หวังอะไรจากคุณหรอกนะ และไม่คิดจะหวังด้วย เพราะไอ้สิ่งที่คุณเรียนมาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเจ้าหน้าที่ของเราได้มากแค่ไหน และงานของเราก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาสัมผัสแต่คุณต้องทำ แต่คุณก็พอจะมีประสบการณ์จากที่อื่นๆที่คุณเคยสัมผัสมา ก็คงพอจะช่วยได้บ้าง" เหมือนกับผมไปสมัครงานแล้วมีแววว่าเขาจะไม่รับแต่ดันฟลุ๊ค เขาส่งผมไปที่สงขลา (ถ้าพ่อแม่ผมไม่เปลี่ยนอาชีพจากดูดแร่ที่ภาคใต้ไปขายขนมผมคงไม่ต้องลำบากเรื่องการเดินทางขนาดนี้) โชคดีแล้วเรา…

เขาส่งผมไปที่ บ้านสุขสันต์ ซึ่งเป็นศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทางทะเล เป็นองค์กรเอกชนซึ่งให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้เดินทางทะเลภายใต้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และมีผู้รับผิดชอบโดยตรงคือ คณะแมรี่โนลล์ ลักษณะงานที่ทำ ช่วยเหลือลูกเรือประมงที่เดือดร้อน เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเถ้าแก่เรือ หรือ ลูกเรือด้วยกัน, พาผู้ป่วยที่เป็นลูกเรือ หรือผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนไปโรงพยาบาล ประสานงานกับสังคมสงเคราะห์ประชาสงเคราะห์ของจังหวัด และของโรงพยาบาลในการรักษา หรือการส่งกลับภูมิลำเนา ลงเยี่ยมลูกเรือประมงและให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ เรื่องยาเสพติด และกฎหมายบางอย่างที่จำเป็น, เยี่ยมลูกเรือเดินสมุทร ลงเยี่ยมชุมชนซึ่งส่วนมากเป็นผู้ป่วยเอดส์ และวัณโรค

เจ้าหน้าที่มีอยู่สามคน คนไทย 1 คน(พี่สุชาติ) อีกสองคนเป็นคนพม่า คนหนึ่งพูดภาษาไทยพอได้ (Ye Chan) อีกคนหนึ่ง(Aung Htay) พูดได้นิดหน่อย(ต่างกันมั้ยเนี่ย) ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกัน (พูดกันเมื่อยมือเลยล่ะพี่น้องเอ๋ย)

วันแรกที่ไปถึงที่นั่นก็มีผู้ป่วยพักอยู่ที่ศูนย์ฯอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เล่าให้ฟังว่ามีผู้ป่วยที่เป็นเอดส์ตายในห้องน้ำชั้น 3 ตายในท่านั่งซักผ้าซะด้วย และชั้น 3 ก็เป็นชั้นที่ผมพัก ห้องน้ำเป็นห้องเดียวกันที่จะต้องใช้ทุกวัน ที่นี่เป็นที่แรกที่ผมอาบน้ำแบบไม่อยากจะจับฝักบัว แต่ก็คิดว่าโรคมันคงจะไม่ติดกันง่ายๆหรอกวะแค่ใช้ห้องน้ำแค่นี้

มีผู้ป่วยคนหนึ่ง (เป็นลูกเรือเหมือนกัน) ทำงานไม่ได้แล้วและก็มีเชื้ออยู่ด้วย (ระยะสุดท้าย) เดินไม่ไหว นอนอยู่หน้าคลินิกแล้วมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอก ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ที่ศูนย์นอกจากผม ก็เลยต้องไปกับเขา พอไปถึงคลินิกก็เข้าไปหาคนป่วยคนนั้น พูดยังไงก็ไม่มีปฏิกิริยา ถามชื่อก็ไม่รู้เรื่อง มาจากไหนก็ไม่รู้ จะพาไปหาหมอก็ยังไม่รู้เรื่องสรุปว่าไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง พูดไม่ได้อีกต่างหาก(ลิ้นมันแข็งไปแล้ว และในปากก็มีแต่แผล น้ำหนองไหลเยิ้มเชียวแหละพี่น้องที่รัก) ผมก็เลยพยุงเขาให้ยืนขึ้น พี่ที่ไปด้วยกันก็เดินไปเรียกรถ (รถป๊อกป๊อก ซูบารุ) ลองนึกดูว่าช่วงบ่ายใกล้เวลาเลิกเรียน ซึ่งบางโรงเรียนเลิกแล้ว จะหารถว่างๆคงไม่ใช่เรื่องง่าย พี่แกก็เลยเรียกรถคันที่มีผู้โดยสารน้อยที่สุด (3 คน) พอขึ้นไปบนรถเท่านั้นแหละครับ 3 คนนั้นลงป้ายต่อมาทันที คงจะทนกับสารพัดกลิ่นไม่ไหว (ก็เล่นถ่ายซะเต็มกางเกงทั้งสองข้างอีกต่างหาก) ใครจะทนล่ะงานนี้ สิ่งที่ผมต้องการคือประสบการณ์ และไม่รู้จะดีใจหรือสมเพชตัวเองดี..นี่แหละที่เราต้องการ เมื่อมาถึงบ้านก็แก้ผ้าอาบน้ำ เขาไม่มีแรงแม้แต่จะถอดเสื้อผ้าก็ต้องเป็นหน้าที่เราล่ะครับจัดการให้เขา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้(เสื้อ 25 ปีแสงธรรมอีกต่างหาก) แล้วก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสงขลา ดูจากอาการแล้วก็คุยกันว่าไม่น่าจะเกินสามวันแน่นอน วันต่อมาไปเยี่ยมเคสที่เคยพาไปส่งรพ.ก็ไม่เจอเขาซะแล้ว มารู้ทีหลังจากเพื่อนของเขาที่เคยทำงานเรือด้วยกันว่าเป็นคนอุดรชื่อดำ แล้วก็ไม่รู้อะไรอีก(ขอคำภาวนาสำหรับนายดำ ณ อุดร ด้วยนะครับ)

สองสัปดาห์ผ่านไปที่บ้านสุขสันต์ ผมได้เพื่อนใหม่อีก 2 คน คนหนึ่งเป็นคนพม่าเชื้อสายมอญ(โทน) อีกคนหนึ่งเป็นคนใต้(ศักดิ์) ทั้งสองคนได้รับอุบัติเหตุที่ขา โทนถูกเชือกอวนรัดขาและโดนสะบัดลงน้ำ กว่าจะขึ้นจากน้ำได้ก็ต้องรอให้ทิ้งอวนหมดเสียก่อน และกว่าจะวกกลับมารับก็กินเวลาไปชั่วโมงกว่า มารู้อีกทีก็อีตอนที่ปีนขึ้นมาบนเรือแล้วยืนไม่ได้ หน้าคะมำอยู่ตรงท้ายเรือนั่นแหละ "มันชาไปหมด ไม่รู้สึกตัวเลยว่าขาห้อยต่องแต่งอยู่ มันชาขึ้นไปถึงหน้าอก" ยาพาราร่วม 30 เม็ด หมดไปภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที หลังจากที่โทนอยู่บนเรือ ยาหม่องอีก 3 ตลับ หมดไปพร้อมๆกัน "เอาปืนมาให้กู..ไม่ไหวแล้ว ปวด ช่วยยิงกูหน่อยก็ได้ ไม่อยากอยู่แล้ว…" เพื่อนที่เป็นคนมอญด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะปลอบยังไง ทุกคนมีสีหน้าที่ไม่สู้จะดีนัก มีคนหนึ่งหยิบมีดปาดอวนส่งให้ โทนรับมีดมาแล้วจัดการเฉือนส่วนที่เป็นรอยต่อทันที พร้อมกับจับขาส่วนที่ขาดยกขึ้นดูก่อนที่จะโยนทิ้งทะเลไป "เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้" น้ำแข็งสำหรับแช่ปลาคงจะพอช่วยบรรเทาปวด และระงับเลือดของโทนที่ทะลักออกมาได้บ้าง ไม่ถึง 20 นาที โทนสลบไป (38 ชม.) เมื่อตื่นขึ้นมาก็ได้สำรวจดูตัวเองพบว่ามีแผลอีกที่หนึ่ง "เมื่อวานไม่รู้สึกเพราะว่าที่ขามันปวดมากกว่า "แผลตรงนี้เชื่อว่าพวกเราสามเณรก็ไม่อยากให้เกิดกับเราแม้จะไม่ได้ใช้(หรือเปล่า?)ในวันข้างหน้า…และ 9 วัน หลังจากนั้นเรือก็กลับเข้าฝั่งก่อนกำหนด เจ้าของเรือพาโทนไปส่งรพ.ด้วยตนเอง ส่วนศักดิ์ต้องใช้ walker ช่วยพยุงตังเองไปตลอดชีวิต ที่นี่ยังมีคำว่า "ค่าหัว" ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเองก็คงจะไม่รู้ว่าคำนี้เป็นคำที่แสนจะเจ็บปวด และทุกข์ทรมานขนาดไหน "มันเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น…ตอนนี้ผมรอดแล้ว เหมือนผมได้เกิดใหม่…ชีวิตนี้ผมไม่เอาแล้วถ้าใครจะมาชวนผมให้ลงเรือ…น้องไม่โดนอย่างพี่น้องไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอย่างไร…" คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับชีวิตของพวกเขา และเชื่อว่าคำพูดเหล่านี้คงมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่หลุดออกมาพร้อมกับคราบน้ำตา

คนที่หาค่าหัว มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และอาจจะมีทั้งที่ไม่ใช่ชายจริงแท้ พวกนี้จะหลอกลวงทุกคนเพื่อไปทำงานเรือ แล้วพวกเหล่านี้จะได้รับเงินเป็นการตอบแทน 3,000-5,000 บาท ต่อหัว เป็นเงินจำนวนที่ดูแล้วมันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ถ้าเราลองคิดเล่น ๆ ดูว่าในหนึ่งวันถ้ามันหาได้ 5 คน หรือ 10 คน และหาทุกวัน แน่นอนที่สุดว่าในวันสิ้นเดือนพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ มีเงินเดือนมากกว่านายก ฯ ซะอีก … คุณค่าของความเป็นคนหายไปไหนหมด ไม่น่าเชื่อใช่ไหม ? เงินสามารถซื้อคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซื้อชีวิตคนได้เป็นร้อย ๆ "…ถ้าคนนั้นไม่ได้บังเกิดมาก็จะดีกว่า" (มก.14:21)

คนที่โดนค่าหัวต้องทำงานใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่ออยู่บนเรือ ไม่ได้เห็นฝั่งหรือถ้าเห็นก็ไกลมาก บางคนถูกขายต่อให้กับเรือลำอื่น ขายกันกลางทะเลนั่นแหละ ส่วนคนที่คิดจะหนีก็ต้องหนีให้รอด ถ้าหนีไม่รอดก็อาจจะไม่ได้ขึ้นฝั่งอีกเลย บางคนไปอยู่ก้นทะเลทันทีถ้าถูกจับได้ อย่างที่มีข่าวอยู่บ่อย ๆ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยนิด ที่มีข่าวเปิดเผยออกมา บางคนที่หนีรอดก็ต้องอดทนอย่างมาก ต้องลอยคออยู่ในทะเลนานเป็นวัน มีคนหนึ่งอยู่ในทะเล 2 วัน 2 คืนเต็ม ๆ ร่างกายช่วงล่างที่แช่อยู่ในน้ำก็โดนปลาตอดจนเป็นแผล ลุงคนหนึ่งโดดน้ำหนีที่อินโด ฯ แล้วไปขึ้นเกาะแถว ๆ นั้น โชคดีตรงที่ลุงคนนี้พอจะพูดภาษาของเขาได้บ้าง

ดูเหมือนว่าทุกคนทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปดีกว่าที่จะต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ไม่ใช่ว่าเรือทุกลำจะเป็นอย่างนั้น มีเรือบางลำที่มาเข้าร่วมโครงการของศูนย์ ฯ และให้ความเป็นธรรมกับลูกเรือของตนตามคำแนะนำของศูนย์ ฯ

เราต้องเรียนรู้ และรู้จักที่จะให้ ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่าเราถูกหลอกหรือไม่ แต่หน้าที่ของเราคือต้องช่วยเหลือ เพราะคนที่ไม่เดือดร้อนอะไรก็มีที่ไปของเขา และทุกคนที่มาที่บ้านสุขสันต์คือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เราต้องพร้อมทุกเวลาที่จะช่วยพวกเขา การได้ช่วยเหลือคนที่สามารถตอบแทนอะไรเราได้นั้น ผมว่ามันช่างเป็นสิ่งที่มีค่าเสียจริง และเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด เพราะคนที่เราช่วยมักจะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิตเสียส่วนใหญ่ เรื่องที่น่าตื่นเต้นยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ เพราะในแต่ละวันเราจะได้พบกับสิ่งที่เราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าจะเจอ การทำงานนี้ก็เสี่ยงพอสมควรอีกด้วย เพราะงานของเราอาจจะไปขัดผลประโยชน์ของผู้ประกอบการที่ไม่มีคุณธรรม สำหรับคนที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้น เราก็ต้องระวังตัวของเราและของผู้ป่วยด้วย งานสังคมสงเคราะห์ชิ้นนี้ ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ความรักความเมตตาเท่านั้น ที่จะเป็นเหมือนพลังคอยขับเคลื่อนให้เราเดินหน้าอย่างไม่ท้อถอย…ขอคำภาวนาสำหรับผู้ที่ถูกเอาเปรียบในสังคมด้วยนะครับ

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

4 สิงหาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001