issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
บุญลาภประการที่ 9
บ.ไพศาล ยอแซฟ

ในพระวรสารของนักบุญมัทธิว มีอยู่ตอนหนึ่งที่ได้ถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ มาก คือตอน "คำเทศนาบนภูเขา" หรือที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า "บุญลาภ 8 ประการ" ( มัทธิว บทที่ 5 ข้อที่ 1-12) ซึ่งผมขอคัดลอกมาให้ท่านได้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง "ครั้นทอดพระเนตรเห็นคนมากดังนั้น พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปบนภูเขา และเมื่อประทับแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาเฝ้าพระองค์ แล้วพระองค์จึงตรัสสอนเขาว่า

บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา
บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการปลอบประโลม
บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก
บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่มบริบูรณ์
บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระกรุณาตอบ
บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า
บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร
บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา เมื่อเขาจะติเตียมข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายเป็นความเท็จเพราะเรา ท่านก็เป็นสุข จงชื่นชมยินดี เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะเขาได้ข่มเหงผู้เผยพระวจนะทั้งหลายที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน" (ฉบับประชานิยม)

ในสมัยของพระองค์ ประชาชนต้องพบกับความทุกข์ยากจากการเป็นอาณานิคมของชาวโรมัน และแม้ในหมู่ชาวยิวด้วยกันเองก็มีการกดขี่กันเองทางด้านสิทธิ เป็นต้น พวกผู้ใหญ่ฝ่ายศาสนาและผู้มีอำนาจในสังคมยิวในขณะนั้น ด้วยเหตุนี้ชาวยิวจึงรอคอยการเสด็จมาของพระผู้ไถ่อย่างใจจดใจจ่อ เขาปรารถนาชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ เขาไม่อยากเป็นเมืองขึ้นของใคร แต่เมื่อพระเยซูเจ้าซึ่งเป็นพระผู้ไถ่มาแล้ว พวกเขากลับไม่ยอมรับพระองค์ เพราะพระเยซูเจ้าไม่ใช่พระผู้ไถ่ตามความคิดของเขา พระเยซูเจ้าเป็นพระผู้ไถ่บาปของมนุษย์ ภารกิจของพระองค์คือทำให้มนุษย์เป็นอิสระจากบาป แต่ชาวยิวคิดอยู่แต่เรื่องของการเป็นอิสระฝ่ายโลก ดังนั้นความสุขที่พระเยซูเจ้าได้สอนเราในบุญลาภ จึงเป็นความสุขฝ่ายจิตใจ มิใช่ความสุขตามประสาโลก จึงไม่แปลกหากผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามคำเทศนาบนภูเขาแล้วจะประสบกับความทุกข์ในชีวิต

แม้ว่าคำสอนของพระเยซูเจ้าจะปรากฏมา 2000 ปีแล้ว แต่คำสอนของพระองค์ก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ สภาพการณ์ทางสังคมในสมัยของพระองค์นั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากสภาพการณ์ทางสังคมในปัจจุบันมากนัก ในปัจจุบันสังคมของเรามีการล่าอาณานิคม มีการกดขี่ แต่เปลี่ยนรูปแบบจากการการใช้กำลังทางทหารเป็นการใช้วิธิการทางเศรษฐกิจแทน ซึ่งแม้นจะไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อของประชาชน แต่สิ่งที่ประชาชนต้องสูญเสียคือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จากภาวะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้ผู้คนไม่น้อยต้องฆ่าตัวตาย หลายคนต้องประกอบอาชีพที่ไม่สุจริต เป็นโจร ขายบริการทางเพศ ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่ได้อยากทำในสิ่งที่ผิดๆ แต่เมื่อเขาไม่มีทางออกจริงๆ และเมื่อเขาเห็นทางออกเขาก็ต้องไขว่คว้าเอาไว้ก่อน แม้ว่ามันจะผิดศีลธรรม มันจะทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาก็ตาม

แต่สิ่งที่แตกต่างกันในสังคมของพระเยซูเจ้าและสังคมของเราคือ การเอาใจใส่อาทรต่อกันและกัน ปัจจุบันนี้สังคมขาดความเอาใจใส่และความอาทรต่อกัน ทุกคนคิดแต่เรื่องของตัวเองมากกว่าจะคิดถึงคนอื่น ตื่นเช้ามาก็มีเรื่องต้องคิดมากมาย วันนี้จะเอาอะไรกิน วันนี้จะต้องจ่ายอะไรบ้าง ยิ่งถ้าใครมีครอบครัวก็ต้องคิดมากขึ้นเป็นหลายเท่า ต้องออกแต่เช้าไปทำงาน กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ จึงไม่แปลกที่แม้จะอยู่บ้านติดกันแต่ไม่เคยพูดกันเลยก็มีให้เห็นในทุกวันนี้ สิ่งที่หายไปจากสังคมของเราคือ เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ซึ่งแสดงถึงไมตรีจิตต่อกัน นี่แหละคือบุญลาภประการที่ 9 ที่เป็นหัวข้อในบทความนี้ "บุคคลผู้ใดทำให้ผู้อื่นหัวเราะและยิ้มได้ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับความสุขใจเป็นการตอบแทน" นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู เป็นบุคคลหนึ่งที่มักจะทำให้บุคคลรอบข้างของท่านมีเสียงหัวเราะ ชีวิตในอารามชีลับคงจะไม่มีอะไรสนุกสนานมากนักแต่ท่านก็มีพระพรพิเศษที่ทำให้ใครที่เข้าใกล้ท่านจะได้รับความชื่นบาน บังเกิดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แม้จะตายด้วยวัยเยาว์และไม่นานนักท่านได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญ และเป็นนักบุญที่สำคัญเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก

ดังนั้นสังคมของเราทุกวันนี้นอกจากต้องการบุญลาภทั้ง 8 ประการแล้ว บุญลาภประการที่ 9 ก็มีความสำคัญกับสังคมของเราไม่น้อย คงจะมีความสุขถ้าเราหันไปทางไหนก็มีแต่เสียงหัวเราะ หันไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้มให้แก่กันและกัน หากทุกที่มีสภาพเช่นนี้ นี่แหละคือสวรรค์น้อย ๆ ณ แผ่นดิน เลยทีเดียว ท่านคิดว่าจริงหรือไม่?

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

22 มกราคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001