| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
การค้นพบแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา? เปลี่ยนทันทีเลย เรื่องการสวดภาวนาก็ดีขึ้น นิสัยก็เริ่มเปลี่ยน อารมณ์ร้อนวู่วามก็เย็น ครูยังบอก เออ บราเดอร์ยิ้มออก เอ๊ะ เดี๋ยวนี้บราเดอร์ไม่โมโหเหรอ อะไรต่างๆ เห็นอะไรบางทีก็ยอมได้ ปล่อยไปเถอะ การปล่อยได้วางได้เพราะว่ามันมีกำลังภายใน การจะบอกให้คุณรู้ ไปโน่นไปนี่ ไม่ได้หรอก มันจะต้องปล่อยเอง เราก็เรียนมาเยอะ เรารู้วิธีทำโน่นทำนี่ แต่เราก็ทำไม่ได้สักที มันไม่มีกำลัง เราสอนกันให้ทำ แต่เราไม่ฝึกให้เขามีกำลังจะทำ ใช้เวลาสักกี่ปีในการเปลี่ยนแปลง? เปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ยังเปลี่ยนอยู่ แต่หลังจากที่เริ่มฝึกภาวนา จากโน่นมานี่ก็ราว 12 ปี ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เปลี่ยนแปลงพรึบพรับ มันเป็น turning point ตรง turning point มันเป็นจุดเปลี่ยนพรึบนึง แล้วก็เริ่มเห็นแสงสว่าง ก็เริ่มทำต่อ พอจะทำต่อ มันก็เริ่มสว่างไปเรื่อยๆ บราเดอร์ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมหรือเปล่า? ก็ศึกษาด้วยตัวเอง ไอ้นี่มันอยู่ในจิตแล้ว ได้เห็นความสว่างของชีวิตภายในแล้ว เราก็เริ่มลุยน่ะสิ เพราะไอ้นี่เราไม่จำเป็นจะต้องไปลุยกับใครเขา เราก็ลุยกับเราเอง เราจะตายก็ตายไป ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร หน้าที่ของเราก็ทำอย่างดีแล้ว ไม่ได้ทำให้เกิดมีปัญหา เมื่อเราไม่มีปัญหา คณะก็ต้องให้เวลาเราเจริญเติบโตบ้าง ตรงนี้มารู้ว่า อ๋อ ตัวใครตัวมันโว้ย จะไปโตแทนใครก็ไม่ได้ เราจะไปบังคับให้สวดภาวนา บังคับยังไงก็ไม่ได้ มันไม่มีกำลังจะไปน่ะ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ทีหลังก็รู้ เออ ไอ้ตัวเราก็ยังเอาไม่อยู่ มาดู เออ เราต้องโตเองนะ ก็เกิดตัวนี้ขึ้นมา เราก็เริ่มปล่อยวาง ความเชื่อของเราก็เริ่มลึก ก็มาเรื่อยๆ ตอนนี้ยังมาเรื่อยๆ ฟังไปเรื่อยๆ ก็แบ่งปัน สอนไปเรื่อยๆ คนปัจจุบัน ถ้าอยากจะมีชีวิตสนิทกับพระ จะให้คำแนะนำเขาอย่างไรเป็นขั้นตอน? ก็ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่าพระอยู่ตรงไหน พระอยู่ที่ไหน จะหาได้อย่างไร ไม่ใช่หาไปทั่วหมด การจะรู้จักพระ นักบุญเทเรซาพูดไว้ชัดเลย อยากจะรู้จักพระมาก ต้องรู้ตัวเองให้มาก ถ้าจะเข้ารู้จักพระได้ต้องเข้าจากรู้จักตัวเอง เพราะตัวเราเองคือธรรมชาติของพระ พระสร้างเรามาเป็นพระฉายาของพระองค์ พระฉายาของพระองค์คือพระฉายาของอมตะนิรันดร์ เรามีอมตะนิรันดร์ของพระในตัวแล้ว ถ้าเราไม่รู้อมตะนิรันดร์ของเรา แล้วจะไปรู้อมตะนิรันดร์ของพระได้อย่างไร นักบุญเทเรซาพูดไว้ชัดเลย อยากจะรู้พระมาก ต้องรู้จักตัวเองมากๆ เหมือนกับนักจิตวิทยาพูดไว้ชัดเลย self-knowledge จำเป็นที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง? แน่นอนเลย ทุกวันนี้ การศึกษาไม่ได้สอนให้รู้จักตัวเองเลย สอนให้รู้จักข้างนอกหมด เรียนไปเถอะ หาพระหาเจ้าให้ทะลุปรุโปร่ง แล้วเสร็จแล้วตัวเองก็ยังเลวอย่างเก่า แล้วมันจะเข้าใจถึงพระยังไง รู้จักตัวเองคือรู้จักอะไร? รู้จักธรรมชาติของพระในตัวเราเสียก่อนซิ อ๊ะ จะรู้จักอะไรล่ะ (เสียงเข้ม) อะไรที่มันดีๆในตัวเราล่ะ มีมั้ย ดูให้มันลึกซึ้ง มันเป็นอะไรอยู่นั่นน่ะ ธรรมชาติของมนุษย์คือคุณงามความดีทั้งหลาย นั่นคือธรรมชาติของพระ รู้ว่าดีแล้วทำไมทำชั่ว นั่นล่ะ เข้าไปดูมัน อยู่ในตัวเราทั้งนั้น สุขอยู่ที่ไหน ในเรา ทุกข์อยู่ที่ไหน ก็ในเรา แล้วจะไปหาอะไรข้างนอกล่ะ เห็นมั้ย เราไปหาทุกข์ เดี๋ยวนี้เราสอนกันผิดๆ ไปโกยไปหาทรัพย์สมบัติกันข้างนอก หาจากข้างนอกเข้าไปข้างใน แต่ตัวข้างในมันทุกข์อยู่ตรงนั้นเอง ทำอย่างไรถึงจะรู้? ก็ต้องศึกษา สวดขอพระ ยอมรับมั้ยว่าจะแสวงหาชีวิตที่แท้จริง เปิดหนังสือที่พระเยซูสอน พระเยซูว่ายังไง ให้ละ ปล่อยวาง เอาวิญญาณก่อนนะ ไม่ใช่เอาวัตถุก่อนนะ เวลานี้ไม่มีเวลาให้กับวิญญาณกันเลยใช่มั้ย พระเยซูบอกว่ามีประโยชน์อะไรได้ครอบครองทั้งโลกแล้วเสียวิญญาณ มีประโยชน์อะไร แต่ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังห่วงทรัพย์สมบัติข้างนอก มีเวลากี่นาทีให้กับวิญญาณ แล้วมันจะรู้ได้ยังไง ไม่ใช่จะรู้ได้ด้วยหัว มันต้องรู้ด้วยใจสิครับ เรื่องจิตมันต้องเรียนด้วยใจนะ ไม่ใช่เรียนด้วยหัว ถึงได้บอกว่าเรียนหัวโตยังไงก็ไม่รู้เรื่อง วิธีเรียนจึงต้องเรียนด้วยใจ ใจสะอาดแล้วยัง ใจซื่อตรงแล้วยัง ใจแน่วแน่รึเปล่า แสวงหาอยากรู้จริงมั้ย ที่บอกว่าอยากรู้ๆน่ะ จริงรึเปล่า ถ้าอยากรู้ พร้อมสละมั้ย ก็ไม่พร้อมอีกน่ะล่ะ แล้วจะไปรู้ทำไม ฮะ เห็นหรือยัง ที่อยากจะรู้อยากจะได้นี่มันโลภนะ มีหลายคนถาม บราเดอร์นั่งสมาธิได้อะไร อย่ามาถามนะ ถ้านั่งสมาธิแล้ว นั่งแล้วทิ้งอะไรไปบ้าง ไม่ใช่นั่งแล้วได้อะไรบ้าง นั่งแล้วต้องทิ้งอะไรได้บ้าง ถ้าทิ้งได้แสดงว่านั่งสมาธิได้ผล ถ้าทิ้งไม่ได้แสดงว่านั่งสมาธิไม่ได้ผล ถ้ามีคนอยากจะรู้จริงๆ ฝึกถึงขั้นนั้นนี้ จะเป็นอย่างไร? มันจะไปเอง ก็ยังบอก เวลาขึ้นไปถึงขั้นแล้ว พระจะเป็นคนนำ เราไม่ต้องไปทำอีกแล้ว เพียงแต่เราไปสร้างศรัทธา สร้างความจริงใจของเรา ถึงเวลา พระจะเป็นคนนำเอง ไปขั้นไหนๆ บราเดอร์คิดเห็นอย่างไรกับพระศาสนจักรไทยของเรา? ก็เห็นว่ากำลังแสวงหา แต่ทิศทางถูกต้องหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ผมก็ไม่กล้าพูดน่ะนะ เพราะเราก็ยังติดกันใน ใน..พูดง่ายๆ อย่างเช่นในการสวดภาวนา เราก็ไปติดกันแค่ขั้นที่ 3 เราก็คิดว่าเราถึงแล้ว คนเราจะถึงก็ต่อเมื่อเข้านิรันดร์ไม่ใช่หรือ เรามาแสวงหาชีวิตนิรันดร์ไม่ใช่หรือ ทั้งนักบวชและฆราวาส ใช่มั้ย ชีวิตทุกคนต้องแสวงหาเพื่อจะเข้าชีวิตนิรันดร์ จะหยุดเมื่อเราเข้าถึงแล้ว ตอนนี้ เราคิดว่าเราเข้าแล้ว มันก็เลยมาหมุนรอบๆตัวเอง เราบอกว่านี่ล่ะ รู้หมด รู้ด้วยหัวน่ะสิ แต่ใจ สุขแล้วยัง ใจเบาใจโล่งใจโปร่งหรือยัง แล้วต้องพยายามทะลุตัวตนตัวกูขึ้นๆไป เห็นมั้ย ทุกวันนี้ เรายังทะเลาะกันอยู่ ทะเลาะกับโน่นกับนี่วุ่นวาย เพราะคิดว่าตัวเองรู้แล้ว รู้ด้วยทฤษฎีน่ะสิ มันยังไม่ถึงนะ มันเดินทางยังไม่ถึงนิรันดร์ ก็ต้องเดินทางกันอยู่ จะว่าเดินทางมันก็เดินทางล่ะนะ แต่ไม่รู้ว่าทิศทางถูกหรือเปล่า ต่างก็สร้างโน่นสร้างนี่เยอะแยะ แล้วก็ติดแหง็กกับสิ่งที่ตัวเองสร้างนั่นล่ะ ส่วนมากสร้างแล้วใจอยู่นั่นไม่ใช่เหรอ เวลาย้ายแล้วก็มีปัญหา ใช่มั้ย เราไปเน้นกันข้างนอก เทศน์กันมากมาย ลืมปฏิบัติ ที่ผมมองดูนะ ปฏิบัติแต่ข้างนอก ไม่ใช่ปฏิบัติข้างใน การจะทำอะไรภายนอกได้ดี มันอยู่ที่สภาพจิตใจมากกว่า อย่าไปวัดที่วัตถุ สภาพระสังฆราชประชุมกันว่าชีวิตภายในต้องมาก่อน ต้องมีชีวิตภายในๆ แต่ไม่บอกว่าจะต้องทำยังไงถึงจะมีชีวิตภายใน แต่ไอ้เรื่องการพัฒนาภายนอกน่ะ มีขั้นมีตอน ชัด (เน้นเสียง) พอถึงเรื่องพัฒนาชีวิตภายใน แกรก หมดเลย จริงมั้ย จริงมั้ย จริงรึเปล่า จะพัฒนายังไง ก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตภายในเป็นยังไง แล้วจะพัฒนาอะไรกันล่ะ ยังไม่รู้จุดที่จะพัฒนา ที่ผมมองนะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เราก็พยายามทำไป แต่ดูให้มันลึกซึ้งอีกหน่อยซิ ตีให้ถูกจุด ความตั้งใจของบราเดอร์ อยากจะให้อะไรเป็นจริงขึ้นมา? ผมไม่ได้ตั้งใจอะไรเวลานี้ ผมก็พยายามดำเนินชีวิตของผมให้เห็น ผมก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้างอยู่นี่แหละ ก็มีแต่ทำตัวเองให้เห็น มีอะไรดีก็แบ่งปันกันไปเท่านั้นเอง |
28 กรกฎาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001