issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
มีคนหาว่าผมสอนผิดหลักคำสอนพระศาสนจักร
คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช, C.Ss.R.

เมื่อวานนี้ท่านบรรณาธิการอิสระดอทคอมได้แจ้งให้ผมทราบว่า บทความของผมที่เขียนตอบคำถามของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเกี่ยวกับปัญหา การช่วยตัวเองทางเพศ นานมาแล้วนั้น เกิดมีผู้อ่านแล้วไม่พอใจและนำไปแจ้งให้สภาสังฆราชทราบ ทางพระสังฆราชก็แจ้งมายังทางกองบรรณาธิการ ให้ความเห็นว่าสิ่งที่ผมเขียนไปนั้น ไม่ใช่คำสอนของพระศาสนจักรที่ยอมรับได้ ผมเองก็ร้อนตัวสิครับ ที่จู่ๆจะมีคนมาบอกคุณว่า นายสอนสิ่งที่ผิดและพระศาสนจักรไม่ยอมรับน่ะ ถ้าพูดภาษาเก่าก็สอนแบบเฮเรติกน่ะ อันนี้ร้อนตัวแน่นอนครับและยิ่งร้อนมากขึ้นเพราะพระสังฆราชบอก ในชีวิตผมนั้นตั้งใจจะรับใช้พระศาสนจักรอย่างซื่อสัตย์ไปจนตลอดชีวิตอยู่แล้ว คำกล่าวหาว่าผมสอนผิดนั้นจึงทำให้ผมร้อนตัวและต้องชี้แจงดังต่อไปนี้ครับ

ข้อหนึ่ง) ขอเรียนชี้แจงว่า เนื้อหาที่ผมเขียนไปเรื่องปัญหาของการ ช่วยตัวเองทางเพศ (Masturbation) นั้นล้วนมีพื้นฐานมาจากหนังสือคำสอนคาทอลิกเล่มใหม่ ข้อที่ 2352 และข้อที่ 2396 ทั้งสิ้น ในการตอบคำถามครั้งนั้นผมไม่ได้แปลข้อคำสอนดังกล่าวมาทั้งหมดเพียงแต่อ้างข้อที่ 2396 อย่างเดียวว่า การช่วยตัวเองทางเพศนั้นพระศาสนจักรยังเห็นว่าเป็นบาปตรงข้ามกับความบริสุทธิ์ ต่อไปนี้ผมจะยกข้อคำสอนดังกล่าวมาอ้างอิงโดยแปลออกมาดังนี้ครับ

ข้อที่ 2352 โดยคำว่า การช่วยตัวเองทางเพศ (masturbation) นั้นเป็นที่เข้าใจว่าหมายถึงการกระตุ้นอวัยวะเพศเพื่อจะได้มาซึ่งความพึงพอใจทางเพศ ทั้งคำสอนของพระศาสนจักรและในแนวทางของประเพณีที่สืบมา และความเข้าใจทางจริยธรรมของสัตบุรุษก็ไม่มีข้อสงสัยและยังคงยืนยันมั่นคงว่า การช่วยตัวเองทางเพศ นั้นเป็นกิจการเบี่ยงเบนอย่างร้ายแรงภายในจิตใจ การตั้งใจใช้เพศ นอกการสมรส ไม่ว่าจะโดยเหตุผลอันใดเป็นการกระทำที่ขัดอย่างแท้จริงกับเป้าหมายของเพศ เพราะเรื่องนี้ ความเพลิดเพลินทางเพศนั้นได้มาจากข้างนอกขอบเขตของ ..เพศสัมพันธ์ที่เรียกร้องโดยกฎระเบียบจริยธรรม ซึ่งมีความหมายทั้งครบของการมอบตัวแก่กันและกัน และการก่อกำเนิดมนุษย์ในบริบทของความรักแท้

การตัดสินอย่างเที่ยงตรงเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางจริยธรรมของบุคคลและการแนะนำกิจการทางอภิบาลนั้น บุคคลต้องนำเรื่องแรงผลักดันของความรักที่ยังไม่ถึงวุฒิภาวะของนิสัยใจคอ เงื่อนไขของความวิตกกังวลหรือองค์ประกอบทางจิตวิทยาต่างๆ หรือองค์ประกอบทางสังคมซึ่งเจือจางหรือแม้แต่ทำให้ความผิดทางจริยธรรมนั้นเหลือน้อยที่สุดมาพิจารณาด้วย

ข้อที่ 2396 ในบรรดาบาปทั้งหลายที่ตรงกันข้ามอย่างรุนแรงต่อความบริสุทธิ์นั้นมี การช่วยตัวเองทางเพศ (masturbation) เพศสัมพันธ์นอกสมรส (fornication) ภาพลามก (pornography) และการรักร่วมเพศ (homosexual)

(โปรดสังเกต ในข้อ 2352 นั้นไม่ได้ใช้คำว่า บาปเลย ส่วนในข้อ 2396 นั้นแม้จะใช้คำว่าบาปแต่ก็ไม่ได้ใช้คำว่า บาปหนักเลย )

ข้อสอง) นอกจากหลักคำสอนในหนังสือคำสอนคาทอลิกเล่มใหม่ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผมยังเอาเนื้อหาคำสอนมาจาก อาจารย์ทางเทวจริยศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของคณะพระมหาไถ่ที่ล่วงลับไปแล้วคือ หนังสือของคุณพ่อ เบอร์นาร์ด แฮริ่ง ที่ชื่อ Free and Faithful in Christ เล่มที่ 2 หน้า 503; 544; 559-563 ซึ่งเป็นหนังสือที่ยอมรับและใช้เป็นแนวทางในการสอนเทวจริยศาสตร์ยุคปัจจุบันด้วย ในหน้าดังกล่าวนั้นพูดถึงเรื่อง ปัญหาการช่วยตัวเองทางเพศโดยตรง ซึ่งต้องขออภัยที่ผมไม่อาจจะแปลมาหมด ณ ที่นี้ แต่สรุปเนื้อหาก็คล้ายกับคำสอนในหนังสือคำสอนคาทอลิกที่ว่า การตัดสินทางจริยธรรมว่าบาปหรือไม่บาปในเรื่องการช่วยตัวเองทางเพศนั้นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนของการเจริญวัยทางเพศ เรื่องจิตวิทยา เรื่องแรงผลักทางสังคม ฯลฯ

ข้อสาม) บางคนบอกว่า ข้อแนะนำด้านการอภิบาลนั้นรับยาก เป็นต้นเรื่องที่ว่าไม่จำเป็นต้องแก้บาปทุกครั้งเมื่อทำบาปเบา จะใช้วิธีชดเชยบาปอย่างอื่นได้ เช่น ทำบุญ ฟังมิสซา สวดสายประคำ ฯลฯ อันนี้ผมก็ยึดหลักคำสอนของพระศาสนจักรเช่นเดียวกันว่า บาปที่จะต้องไปสารภาพขออภัยจากพระเจ้าผ่านทางพระสงฆ์นั้นคือบาปหนัก บาปเบาไม่ได้มีข้อกำหนดทางกฎหมายใด แม้พระศาสนจักรจะสนับสนุนให้ขออภัยบาปบ่อยๆก็ตาม คำสอนอันนี้พระสงฆ์ต่างก็ทราบทุกคน แต่คงจะยังมีหลายคนติดอยู่กับความไม่แน่ใจ เป็นต้นในเรื่องปัญหาการช่วยตัวเองนั้นว่าเป็นบาป ระดับใด หนักหรือเบา ข้อแนะนำของผมที่ให้หนุ่มน้อยคนนั้นยึดความตั้งใจของตัวเองไว้เป็นเกณฑ์ว่าตัวเองไม่ต้องการทำบาปและพยายามต่อสู้แม้ภายหลังจะพ่ายแพ้ก็ตามนั้น ผมเห็นว่านี่เป็นคำแนะนำในภาคปฏิบัติที่ทำได้ดีที่สุดเมื่อบุคคลมีแรงผลักดันทางเพศเกิดขึ้น เจตจำนง คือสิ่งสำคัญยิ่งในกฎจริยธรรม ลองเปรียบเทียบสองกรณีต่อไปนี้ดูก็แล้วกันครับ หนุ่มหรือสาวแรกรุ่นคนหนึ่งรู้ว่าตัวเองมีความอ่อนแอทางเพศเพราะยังไม่บรรลุวุฒิภาวะทางเพศ เขารู้ว่าคำสอนของพระศาสนจักรห้าม เขาก็พยายามตั้งใจจะเอาชนะตัวเองให้ได้ทุกครั้งแต่ก็พ่ายแพ้ และเขาก็เบื่อที่จะไปแก้บาปซ้ำแล้วซ้ำเล่า กรณีที่สอง หนุ่มหรือสาวแรกรุ่นที่อยู่ในวัยเจริญทางเพศเขาไม่เคยหักห้ามใจตัวเองเลย เพราะเขารู้ว่าเมื่อทำบาปนั้นแล้วเขาก็ไปแก้บาปได้ เขาทำเมื่อไหร่ก็ไปแก้บาปเมื่อนั้น ท่านคิดว่าหนุ่มสาวในกรณีไหนที่จะเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณได้ดีกว่ากัน คนที่ตั้งใจจะเอาชนะให้ได้เพื่อเห็นแก่คำสอนของพระศาสนจักรและเคารพในพระเจ้า หรือหนุ่มสาวที่ไม่ได้คำนึงในจุดนี้เพียงแต่เดินตามกฎเท่านั้น กฎว่าให้แก้ก็แก้แล้วก็ตกลงไปในบาปอีก สำหรับผมแล้ว ผมเห็นว่าคนที่มีความพยายามนั้นน่ายกย่องสรรเสริญและน่าให้อภัยมากกว่า เพราะเขามีความรู้สึกว่าอย่างน้อยเกรงใจพระ เหตุนี้เองผมจึงแนะนำดังที่เขียนไปครับ

มาถึงตอนนี้จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ผมเขียนตอบคำถามเด็กหนุ่มผู้มีปัญหาคราวนั้น ผมไม่ได้เขียนโดยไม่มีหลักการ หรือเขียนแบบเอาใจตัวเองเป็นที่ตั้ง ตรงกันข้ามจุดยืนของผมคือ ผมจะต้องเป็นลูกที่ซื่อสัตย์ของท่านบิดาอัลฟอนโซ และเป็นศิษย์ที่รักพระศาสนจักรอย่างอาจารย์คุณพ่อเบอร์นาร์ด แฮริ่ง ผู้ล่วงลับ และที่สำคัญ ผมเป็น ศิษย์มีสำนัก ครับ ข้อกล่าวหาใดๆที่ว่าผมสอนผิดหรือไม่ได้สอนตามคำสอนของพระศาสนจักรนั้น ทำความเสียหายให้สำนักและตัวผมยิ่ง

ท่านผู้อ่านท่านใดเมื่อกลับไปอ่านบทความเรื่อง การช่วยตัวเองทางเพศ ในอิสระดอทคอมแล้ว ยังเห็นว่าผมสอนผิดหลักคำสอนอยู่ หรือมีข้อโต้แย้งอ้างอิงที่น่าเชื่อถืออื่นๆโต้แย้งมาผมยินดีรับฟังครับ ถ้าหากผมผิด ผมยินดีกราบขออภัยโทษด้วยใจจริง แต่ถ้าหากเป็นการกล่าวหาลอยๆหรือมีอคติแล้วล่ะก้อ ...กิจการใช้โทษบาป สวดสายประคำหนึ่งสายและให้ทานคนจนนะครับ
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

23 มิถุนายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001