issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เรื่องสั้น-เรื่องแปล "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เรื่องสั้น-เรื่องแปล

story

เรื่องสั้น-เรื่องแปล

ไม่ได้บังเอิญ (There Are No Coincidences)
เขียน Warren Miller แปล Don
ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น (1 ยอห์น 1:9)

พายุฤดูหนาวโหมกระหน่ำข้ามมหาสมุทรแบซิฟิกทางตอนเหนือจากรัฐอลาสกา ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 วัน เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนักทั่วไปจากภูเขาเซียรา เมืองเนวาดาจนถึงเมืองอื่น ๆ ทางตะวันออก หิมะตกหนักกองเป็นภูเขาจนสามารถเล่นสกีได้อย่างสบาย ๆ

เชิงเขาเซียราในเมืองแกรสแวลี รัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดน้ำท่วมและต้นไม้ล้มระเกะระกะอยู่ทั่วไป ณ วัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ฝนกำลังตกหนัก ลมพัดตีกระจกบ้านของคุณพ่อโอมัลลี

ในห้องนอนเล็ก ๆ ขณะที่คุณพ่อโอมัลลีกำลังเขียนบทเทศน์ประจำวันอาทิตย์อยู่ใต้แสงเทียน มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้สมาธิต้องหยุดชะงัก คุณพ่อหยิบเทียนแล้วเดินไปรับโทรศัพท์ที่ห้องทำงาน เมื่อรับสาย เสียงผู้หญิงก็รีบถามว่า

"นั่นคุณพ่อโอมัลลีใช่หรือเปล่าค่ะ ?"

"ใช่ครับ" คุณพ่อตอบ

"ดิฉันเป็นพยาบาลโทรมาจากโรงพยาบาลในเมืองออเบิร์น" เสียงของเธอกำลังวิตกกังวลมาก "เรามีคนป่วยที่กำลังจะสิ้นใจคนหนึ่ง ขอร้องให้เราโทรเรียกหาคุณพ่อเพื่อขอรับศีลครั้งสุดท้ายค่ะ ขอรบกวนคุณพ่อรีบมาที่นี่ได้มั้ยค่ะ?"

"ครับ พ่อจะพยายามไป เพราะตอนนี้พายุเข้าหนักมาก ไม่แน่ใจว่าสะพานข้ามแม่น้ำได้หรือเปล่า และตามถนนมีแต่ต้นไม้ล้มเต็มไปหมด พ่อขอเวลาซักสองชั่วโมงก็แล้วกันนะครับ"

โรงพยาบาลอยู่ห่างจากวัดประมาณ 40 กิโลเมตร แต่การเดินทางในคืนนั้นยากลำบากเนื่องจากฝนตกหนัก แสงไฟจากรถเก่า ๆ รุ่น 20 ปีที่แล้วของคุณพ่อแทบจะไม่สามารถทะลุผ่านสายฝนได้ ทางไปโรงพยาบาลต้องผ่านสะพานเล็ก ๆ ข้ามแม่น้ำหลายครั้งหลายครา น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ต้นไม้ล้มระเนระนาดอยู่ตามฝั่ง คุณพ่อต้องขับไปช้า ๆ และระมัดระวัง แต่ยังโชคดีที่มีทางให้พ่อโอมัลลีขับผ่านไปได้

ประมาณเที่ยงคืนกว่า ไม่มีรถสักคันขับผ่านมาเลย เพราะคงไม่มีใครขับรถในช่วงเวลาที่มีพายุแบบนี้แน่ นอกจากมีเหตุจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เมื่อใกล้ถึงโรงพยาบาล แสงไฟจากโรงพยาบาลช่วยนำทางและบอกให้คุณพ่อโอมัลลีรู้ว่าเหลืออีกประมาณ ครึ่งกิโลเมตรก็จะถึง 'หวังว่าผมคงจะมาทันเวลา' คุณพ่อคิดอยู่ในใจ

คุณพ่อโอมัลลีจอดรถอยู่หลังรถอีกสามคันเพื่อหลบลมที่พัดอยู่ข้างนอก สวมเสื้อกันฝน เหน็บพระคัมภีร์ใต้เสื้อกันฝนนั้น แล้วก็เปิดประตูรถออกมารีบเดินมุ่งหน้าไปที่ทางเข้าทันที ทั้งฝนและลมพัดอย่างแรงคุณพ่อแทบจะปลิวไปตามลมก่อนจะถึงประตูโรงพยาบาล

ประตูทางเข้าถูกลมพัดปิดดังปัง คุณพ่อสะบัดน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามเสื้อ เสียงฝีเท้าของนางพยาบาลมุ่งตรงมาหาคุณพ่อโอมัลลีทันที

"ดิฉันดีใจจริง ๆ ที่คุณพ่อมาได้" นางพยาบาลพูด "คนไข้กำลังอาการแย่มากเลยค่ะคุณพ่อ แต่ยังพอมีสติอยู่ เขาเป็นโรคติดสุรามาหลายปีแล้ว ตับแย่มาก เขานอนอยู่ที่นี่มาได้สองสามอาทิตย์แล้ว ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย รู้สึกว่าเขาอาศัยอยู่ในป่าแถวนี้คนเดียว ไม่ค่อยมีใครรู้จักเขามากเท่าไร เวลาจ่ายเงินก็จ่ายเป็นเงินสด เป็นคนเงียบ ๆ และเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลของเราหลายครั้งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้อาการแย่มากและดูเหมือนจะสิ้นหวังเสียแล้วค่ะคุณพ่อ"

"คนไข้ชื่ออะไรครับ" คุณพ่อถาม

"พวกเราที่นี่เรียกเขาว่าทอมค่ะ" นางพยาบาลตอบ

แสงสลัว ๆ ในห้อง ทำให้เห็นใบหน้าที่ซีดผอมของทอม มองดูแล้วราวกับผีมีเครารุงรัง ดูสภาพก็พอรู้ได้ว่าชีวิตของทอมใกล้จะจบแล้ว

"สวัสดีครับทอม ผมคือคุณพ่อโอมัลลี ผมผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเยี่ยม เราคุยกันสักหน่อยก่อนที่คุณจะหลับดีมั้ยครับ?"

"อย่าหลอกผมเลยครับ ไม่มีใครเขามาเยี่ยมกันตอนตีสามหรอกครับคุณพ่อ ผมขอร้องให้นางพยาบาลโทรเรียกคุณพ่อมาโปรดศีลครั้งสุดท้ายให้กับผม เพราะผมรู้ตัวว่าผมไม่ไหวแล้ว เชิญคุณพ่อทำพิธีได้เลยครับ" ทอมตอบ

"อดทนไว้นะครับ" คุณพ่อพูดแล้วเริ่มทำพิธีโปรดศีลเจิมคนไข้ให้แก่ทอม

หลังจากตอบรับอาแมน ทอมผงกศีรษะขึ้น เขาดูเหมือนว่าอยากจะพูดอะไรบ้างอย่าง

"คุณอยากจะแก้บาปไหมครับ?" คุณพ่อเอ่ย

"ไม่ครับ" ทอมตอบ "แต่ผมอยากจะคุยกับพ่อสักนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะตาย"

ทอมและพ่อโอมัลลีได้คุยกันเรื่องสงครามเกาหลี พายุฤดูหนาว และทุ่งหญ้าในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง บางครั้งคุณพ่อถามทอมอีกว่า

"คุณแน่ใจหรือที่จะไม่ต้องการแก้บาป"

ทอมก็ปฏิเสธอีก หลังจากสองสามชั่วโมงผ่านไปคุณพ่อยังคงถามคำถามเดิมอีกสี่ห้าครั้ง คราวนี้ ทอมพูดว่า

"คุณพ่อครับ ตอนที่ผมเป็นหนุ่ม ผมทำบางอย่างที่ผิดมากซึ่งผมไม่เคยบอกกับใครเลย และผมคิดถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายนั้นทุกวัน ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้และไม่รู้ว่าจะลืมมันได้อย่างไร"

"คุณอยากจะเล่าให้พ่อฟังไหมครับ?" คุณพ่อถาม

"ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากบอกใคร….แม้แต่กับคุณพ่อ" ทอมตอบ

แสงจากดวงอาทิตย์ในตอนเช้ามืดเริ่มคืบคลานเข้ามาในห้องพอมองเห็นเงาที่เกิดขึ้นราง ๆ ทอมเริ่มพูดอย่างเสียใจว่า "ตกลงครับ ผมคงไม่มีเวลาที่จะแก้ตัวอีกแล้ว ผมควรจะบอกกับคุณพ่อ"

"ตลอดชีวิตผมทำงานเป็นคนสับรางรถไฟ จนผมเกษียณเมื่อสองสามปีที่แล้ว จากนั้นก็ย้ายมาอยู่ในป่าที่นี่ เมื่อสามสิบสองปี สองเดือน กับอีกสิบเอ็ดวันที่แล้วผมกำลังอยู่ที่แบเกอร์ฟิล์ด คืนนั้นก็คล้ายกับคืนนี้"

สีหน้าทอมดูตึงเครียดก่อนที่จะเริ่มพูดต่อไป "มันเกิดขึ้นตอนช่วงพายุฤดูหนาว ฝนตกหนัก ลมแรงจัด และแทบจะมองอะไรไม่เห็น เวลาหัวค่ำก่อนวันคริสตมาสสองวัน คนงานทั้งหมดรวมกันตั้งวงกินดื่มกันอย่างหนัก ผมเมากว่าเพื่อนเลยคืนนั้น แต่ผมก็อาสาที่จะไปสับรางรถไฟบรรทุกสินค้าเที่ยวสองทุ่มครึ่ง ผมเดินผ่านลมผ่านฝนไปที่สถานี"

เสียงของทอมเริ่มเบาลงราวกับเสียงกระซิบ "ผมเมามากกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก ผมดันไปสับรางผิด ทำให้รถไฟบรรทุกสินค้าที่วิ่ง 45 ไมล์ต่อชั่วโมงชนกับรถธรรมดาที่ทางแยกข้างหน้า ผู้ชายกับภรรยาของเขา และลูกสาวอีกสองคนเสียชีวิตเพราะรถไฟชนครั้งนั้น"

"ผมรู้ตัวอยู่เสมอว่าผมเป็นเหตุให้พวกเขาต้องตาย"

ทั้งสองต่างเงียบเมื่อคำสารภาพของทอมได้ถูกเปิดเผย หลังจากเวลาผ่านไปพอสมควร คุณพ่อโอมัลลีได้วางมือลงบนไหล่ของทอม แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ถ้าผมยกโทษให้คุณ พระเป็นเจ้าก็ยกโทษให้คุณด้วย เพราะว่าคนในรถคันนั้นคือพ่อ แม่ และพี่สาวสองคนของผมเอง"

 

หน้ารัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002