การรำพึงภาวนานับว่าเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจ และกล่าวถึงกันอย่างมากในปัจจุบัน และท่านสามารถพบกับรูปแบบของการรำพึงภาวนาได้นับสิบ ๆ แบบตามร้านหนังสือ ข้าพเจ้าเองสอนแนวทางการรำพึงภาวนามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และก็ได้รับการบอกเล่าจากหลาย ๆ คนอยู่เป็นประจำถึงการได้รับการปลอบใจและการกระตุ้นจากการภาวนาแบบนี้ ถ้าท่านยังไม่เคยลองข้าพเจ้าก็อยากท้าให้ท่านมาลองฝึกดู การรำพึงภาวนาไม่ได้มีไว้ให้คนเพียงสองสามคนที่ชอบมีประสบการณ์แปลกใหม่ในการสวดภาวนา แต่เป็นการฝึกฝนที่จะให้ประโยชน์ฝ่ายวิญญาณแก่ทุกคน
รำพึงภาวนาเป็นรูปแบบการสวดภาวนาที่ง่ายที่สุด ท่านคงพอจะเคยทราบมาบ้างถึงการรำพึงโดยใช้คำว่า เยซู โดยท่องคำว่าเยซูช้า ๆ ซ้ำ ๆ อย่างอ่อนโยนในขณะที่เงียบ
คำจำกัดความของการรำพึงภาวนาที่ดีที่สุดน่าจะเป็น ดำเนินไปกับพระเป็นเจ้า การดำเนินไปกับพระองค์จะเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งถ้าเราปลีกตัวเราออกมาเพียงลำพัง สถานที่ควรเป็นจุดที่เงียบปราศจากเสียงจ๊อกแจ๊กรบกวน และความรีบเร่งในชีวิตประจำวัน เช่น ในวัด เป็นต้น ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกในการเข้าวัด อาจจะมีเก้าอี้สักตัวนั่งริมหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ ท้องฟ้า หรือห้วงน้ำ ก็คงจะเข้าท่าดี
ควรจะหาเวลาต่างหากในแต่ละวัน บางคนก็พบว่าเวลาพักก่อนเข้านอนเป็นเวลาที่เหมาะแก่การรำพึงที่สุด ข้าพเจ้าสอนหนังสือที่โรงเรียนและช่วงเวลาพักหลังจากกลับมาถึงบ้านในตอนบ่ายคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามักจะรำพึงถึงความสวยสดงมงามของโลก รำพึงถึงชีวิตในแต่ละวัน ท่านและคนอื่นอาจจะชอบเวลาในตอนเช้าตรู่ก็ได้ สิ่งที่สำคัญในการรำพึงภาวนาคือ การรำพึงควรที่จะเป็นช่วงเวลาเดิมทุก ๆ วัน
คิดและจินตนาการ
หลาย ๆ คนที่ฝึกการรำพึงภาวนามักจะใช้มันตราในการรำพึง มันตรามาจากศาสนาฮินดู เป็นประโยคที่ช่วยขจัดความคิดในระหว่างรำพึงได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็คล้ายกับการที่ข้าพเจ้าใช้คำว่า เยซู และยังมีคำอื่น ๆ อีกที่ท่านอาจเลือกมาใช้ได้ เช่น พระบิดา พระจิต ความรัก แม่พระ ห่วงใย หรือแบ่งปัน การท่องมันตราช้า ๆ นั้นจะช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากการรู้ตัวในระดับร่างกายได้
จินตนาการที่ข้าพเจ้าประสบมาได้แก่ การเดินไปเรื่อย ๆ หรือการเดินทางท่องเที่ยว ให้ท่านจินตนาการว่าท่านกำลังเดินไปตามทางเดินท่ามกลางต้นสูงในฤดูใบไม้ร่วง ท่านเดินมาจนถึงริมทะเลสาป มีลูกคลื่นซัดกระทบโขดหินอย่างแผ่วเบา พระเยซูเจ้ากำลังนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่และเชิญชวนท่านให้เข้าไปหาพระองค์ ท่านยังสามารถเลือกทางเดินในจินตนาการของท่านได้อีกเป็นร้อย ๆ แบบ เช่น ปีนเขา เดินบนน้ำกลางมหาสมุทร หรือท่องเที่ยวไปตามทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้
ถ้าหากการเดินทางในจินตนาการนี้มันยากเกินไปสำหรับท่าน หรือท่านทำไม่ได้ ท่านอาจจะใช้พระคัมภีร์ช่วยก็ได้ ท่านสามารถเลือกเรื่องสั้น ๆ จากพระคัมภีร์ในแต่ละวันหรือ เลือกเปิดเรื่องง่าย ๆ สักสองสามข้อมาอ่าน ลองหลับตาและปล่อยให้พระเป็นเจ้าพูดกับท่าน ท่านจะประหลาดใจและเบิกบานใจกับความคิดที่มีความหมาย และจินตนาการอันสวยงามซึ่งถ้อยคำเหล่านั้นได้บอกแก่ท่าน
ท่านอาจเลือกถ้อยคำเหล่านี้ก็ได้ ขณะนี้ยังมีความเชื่อ ความหวังและความรักอยู่ทั้งสามประการ แต่ยิ่งใหญ่กวาหมดคือ ความรัก(1คร.13:13) เป็นบุญของท่านผู้สร้างสันติ เหตุว่าเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรพระเจ้า(มธ.5:9) ข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้าอยู่ไปเป็นนิตย์(สดด.23:6) ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า(สดด.127:1) หรือท่านจะเลือก มีฤดูสำหรับทุกสิ่ง
มีวารร้องไห้และวารหัวเราะ มีวารไว้ทุกข์และงานเต้นรำ (ปญจ.3:1-4)
ดนตรีและบทกวี
ดนตรีก็เป็นเครื่องช่วยอีกอันที่ช่วยในการรำพึงภาวนา เพลงบางเพลงมีดนตรีที่เหมาะแก่การเลือกมาใช้รำพึง เช่น I Know That My Redeemer Liveth จาก Handels Messiah. Ode to joy จากเพลงท่อนที่ 4 ของ Beethovens Ninth Symphony, หรือ Be Not Afraid ของ Robert Dufford, S.J. ซึ่งมีพื้นฐานมาจากอิสยาห์บทที่ 43 ข้อ 2 และ 3
เสียงเพลงเป็นเครื่องมือที่เรามีอิสระที่จะเลือกด้วยตัวเอง เราอาจจะเลือก Claire de Lune sหรือ La Mer ของ Debussy เพลง Patsetique Symphony, ของ Tchaikovsky หรือว่าจะเป็น Romantic Symphony, ของ Howard Hanson ก็ตามซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีคลาสสิคที่มีอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งอาจจะกระตุ้นความคิดและจินตนาการของเราได้บ้าง
บทกวีอย่างบทประพันธ์ของ โทมัส เกร ชื่อ Elegg in a Country Church และของ ซิดนีย์ ลาเนียร์ชื่อ Into the Woods My Master Wentก็ทำให้เรามีความคิดและจินตนาการได้เช่นกัน บางครั้งข้าพเจ้าจะไปที่ร้านศิลปะ และรำพึงกับรูปภาพและรูปแกะสลักที่เกี่ยวกับชีวิตของพระเยซูเจ้า ประสบการณ์ของบรรดานักบุญและฉากต่าง ๆ ในพระวรสารนักบุญมัทธิว
ความมหัศจรรย์ของสิ่งสร้าง
การรำพึงอีกรูปแบบหนึ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบคือ การเดินไปตามธรรมชาติ หลาย ๆ ครั้งความเงียบก็ทำให้เกิดทางเดินสำหรับการรำพึงภาวนาขึ้นมา ท่านสามารถจะใช้ทางเดินนั้นเดินไปยังสวนสาธารณะหรือริมรั้วของเพื่อนบ้าน ตามทางเดินนี้ให้รำพึงถึงความมหัศจรรย์ของสิ่งที่พระเป็นเจ้าทรงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ พืชพันธุ์ หมู่นก ฝูงผึ้ง ต้นไม้ แมลง และอีกมากมาย แต่ถ้าหากท่านกำลังเดินอยู่ในเมืองให้ท่านสังเกตความมหัศจรรย์ของหน้าตามนุษย์ แล้วปล่อยให้พระเป็นเจ้าพูดกับท่านผ่านทางสิ่งสร้างเหล่านี้
มีวิธีการรำพึงภาวนาอีกมากมายหลายหลากที่ท้าทายให้ท่านได้ลองฝึกฝน ซึ่งจะทำให้ท่านมีประสบการณ์ที่ไม่อาจบรรยายได้ในการดำเนินไปกับพระเป็นเจ้า พระผู้สร้างและผู้เป็นองค์ความรักของเรา