ทุกวันนี้ ผู้ปฏิบัติภารกิจต่างๆในพระศาสนจักรจำนวนมากรู้สึกเหน็ดเหนื่อย พวกเขาต้องต่อสู้กับความยากลำบากและความเข้าใจผิดนานา กระทั่งอยากจะถอยหลังออกมา นิ่งเฉยดีกว่า
แม้แต่ผู้มีความรับผิดชอบมากที่สุด ผูกพันกับภารกิจมากที่สุดก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตนกำลังอยู่ในหนทางที่ผิดหรือไม่ พวกเขาควรจะสวดให้มาก และ...ปล่อยสิ่งต่างๆให้เป็นเรื่องของพระหรือ?
สภาวะเช่นนี้เป็นเรื่องหนัก เป็นเรื่องหนักยิ่งนัก พระเป็นเจ้าไม่ได้ให้ "โลกสำเร็จรูป" แก่เรา แต่ให้โลกเพื่อพวกเราร่วมกันสร้าง ไม่มีทางที่คริสตชนจะลาสู่กระโจมพักแล้วปฏิเสธภาระหน้าที่นี้ พวกเขาถูกเรียกให้ทำงานนี้ยิ่งกว่าใครอื่น ทำงานตามความสามารถของตน นี่คือข้อพิสูจน์ถึงความรักที่แท้จริงที่พวกเขามีต่อพี่น้องชายหญิง
การมีความเชื่อที่มีชีวิตชีวา ไม่ได้หมายถึงการหลบหนีจากเขตก่อสร้าง แล้ววอนขอพระให้ทำงานแทนเรา แต่หมายความว่าเราให้พลังงานทั้งหมดของเราแก่สิ่งที่กำลังทำอยู่ และขณะเดียวกันก็สวดขอให้พระทำงานร่วมกับเรา
มันง่ายนัก พระเจ้าเข้า
ที่จะละทิ้งการต่อสู้เพื่อโลกที่ดีกว่า...
โลกที่ยังกำลังก่อกำเนิด
มันง่ายนัก
ที่จะยกเลิกการประชุมอันน่าเหน็ดเหนื่อย
การปรึกษาหารือ
รายงาน
กิจกรรมและพันธกิจนับไม่ถ้วน
ที่ว่าสำคัญนักหนา
และยามเย็นที่แสนเหนื่อยอ่อน
มันง่ายนัก เมื่อข้าพเจ้าทวีความสงสัยทุกขณะ
ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเหลือพี่น้องชายหญิงของข้าพเจ้าได้อย่างไรกัน
มันง่ายนัก
ที่จะฟังเสียงที่ดังรอบตัว
เสียงที่ดูฉลาดและเป็นมิตร
รักใคร่ห่วงใย
เสียงที่บอกข้าพเจ้าว่า
"เธอทำงานหนักเกินไป"
"เธอกำลังเอาหัวชนกำแพง"
"เธอกำลังหลงทางนะ"
และเสียงที่กระซิบกระซาบตามหลังข้าพเจ้า
"เขาชอบงานนั่นล่ะสิ"
"นั่นล่ะ นิสัยของเขาล่ะ"
"เขาไม่อยากถูกใครมองข้าม"
มันง่ายนัก
ที่จะยอมจำนนต่อความสิ้นหวัง
แล้วให้ชื่อมันใหม่ว่าเป็นความตั้งใจดี มีศรัทธา
ลืมความผูกพันที่มี
คำสัญญาที่เคยให้ไว้
ก็คงง่ายกว่านัก
ที่จะอำลาสู่บ้านของข้าพเจ้า
มียามเย็นอันปลอดภาระ
มีวันสุดสัปดาห์ที่สนุกสนาน
และมีเสียงหัวเราะของลูกๆ
มีอ้อมกอดของภรรยา
มันง่ายกว่านักที่จะนั่งลง
และพันบาดแผลที่ได้รับหลังการต่อสู้หลายๆครั้งที่ผ่านมา
ที่จะเหยียดขาอ่อนล้า
แขน ศีรษะ
และหัวใจของข้าพเจ้า
ง่ายกว่านักที่จะแสวงหาสันติภาพห่างไกลจากสนามรบ
และรับฟังเสียงความเงียบสงัด ที่เขาว่ากันว่า
พระองค์จะตรัสกับผู้สัตย์ซื่อของพระองค์
ห่างไกลจากความอึกทึกวุ่นวาย
มันง่ายกว่านัก พระเจ้าข้า
ที่จะยืนอยู่ข้างๆ ไม่ทำให้มือตัวเองสกปรก
ที่จะดูคนอื่นต่อสู้และถกเถียง
ที่จะแนะนำและบ่นว่าพวกเขา
ที่จะตัดสินพวกเขา...และสวดให้พวกเขา
มันง่ายกว่านัก...
แต่ข้าพเจ้าขอถามพระองค์ พระเจ้าข้า
ว่านั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ประสงค์จากข้าพเจ้าแน่หรือ?
ข้าพเจ้าไม่รู้
ข้าพเจ้าไม่รู้เลย
พระเจ้าข้า ช่วยข้าพเจ้าด้วย ให้ความกระจ่างแก่ข้าพเจ้าที
ข้าพเจ้าไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่าข้าพเจ้าควรทำอย่างไร
เพราะในท่ามกลางเสียงต่างๆที่ดังอยู่รอบตัว
คำแนะนำอันชาญฉลาด
เสียงของเพื่อน
และผู้ที่ข้าพเจ้ารัก
ข้าพเจ้าก็มักได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่ง
เสียงที่ลึกซึ้งและเป็นจริงเป็นจัง
ท้าทายข้าพเจ้าอย่างไม่หยุดหย่อน
ในส่วนลึกของหัวใจอันปั่นป่วนของข้าพเจ้า
"เจ้ากำลังทำตัวเป็นพระเป็นเจ้า
มีแต่พระองค์เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงมนุษย์และโลก
ทิ้งตัวของเจ้าลงในพระองค์
แล้วพระองค์จะทำสิ่งที่เจ้ากระทำ
ด้วยความหยิ่งยะโสของเข้า
ที่คิดว่าเจ้าสามารถกระทำได้"
นี่เป็นเสียงของพระองค์หรือ พระเจ้าข้า?
ข้าพเจ้าไม่รู้
ข้าพเจ้าไม่รู้เลย
...แต่หากว่านี่เป็นสิ่งที่พระองค์ประสงค์ในเย็นนี้
ข้าพเจ้าขอวางจดหมายนี้ในพระหัตถ์ของพระองค์
...
เราขอปฏิเสธจดหมายลาของเธอ (พระเจ้าตรัส)
อย่าฟังเสียงจากตัวเธอ
นั่นไม่ใช่เสียงจากเรา
ไม่มีวันที่เราจะแทนที่เธอ
เพราะที่นั้น เรามอบให้เธอเอง
หากเธอและพี่น้องชายหญิงของเธอไม่กระทำ ก็ไม่มีใครทำ
เพราะว่าเราต้องการให้พวกเธอร่วมกันรับผิดชอบต่อมนุษยชาติและโลก
แต่หากเราไม่กระทำ ก็จะไม่มีการกระทำด้วยเช่นกัน
และบางที เธออาจจะหลงลืมประการนี้ไป
ไปเถิด เด็กเอย ขอให้หลับอย่างสงบ
และพรุ่งนี้
เธอกับเรา
เรากับเธอ
ร่วมกัน
เราทั้งสอง พร้อมกับพี่น้องชายหญิงของเธอ
จะฝ่าฟันอีกครั้ง |