ควา่มจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน.8:32)
คอลัมน์ประจำ:
หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | คุยกันก่อน | มุมสนทนา | มุมบันเทิง | ป.ล.โมลิ่ง | บทความ | บทกวี | คำสอนคาทอลิก | มุมภาวนา | เสริมศรัทธา | ติดต่อเรา

บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล

วัฒนธรรมดอกไม้
ซาลาเปา


ท่านผู้อ่านคงแปลกใจสงสัยว่าวัฒนธรรมดอกไม้ที่ผมจะกล่าวถึงนี้มันเป็นวัฒนธรรมของประเทศไหนกัน

ความจริงวัฒนธรรมดอกไม้นี้ก็คือ วัฒนธรรมประเพณีของทุกท้องถิ่นนั่นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นป่าอเมซอน รวันดา อ้ายไทย หรือน้องลาว ก็มีวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับดอกไม้ด้วยกันทั้งนั้น

ดอกไม้มีความงดงามและความหมายในตนเอง ดอกไม้หนึ่งอาจเป็นมงคลในท้องที่หนึ่ง แต่อาจเป็นอัปมงคลในอีกที่หนึ่ง หลายๆ ประเทศก็มีดอกไม้ประจำชาติของคน ผู้คนมักมอบดอกไม้ให้กันและกัน เพื่อแสดงความรู้สึกต่างๆ ทั้งดีใจและเสียใจ จึงกล่าวได้ว่าดอกไม้มีความสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างมาก

แม้พระเยซูเองก็ยังกล่าวถึงดอกไม้ไว้ว่า “จงพิจารณาดอกไม้ในทุ่งนาเถอะว่ามันงอกงามได้อย่างไร ทั้งที่มันไม่ต้องทำงานหรือปั่นทอด้าย เราขอบอกความจริงว่ากษัตริย์ซาโลมอนที่แต่งกายอย่างงดงามที่สุดก็ไม่ได้งามเท่าดอกไม้นี่ดอกหนึ่ง” (มธ. 6:28-29)

ดูสิครับ พระเยซูตั้งดอกไม้ที่เราไม่เคยสนใจเลยไว้สูงกว่าซาโลมอนผู้ชาญฉลาดเสียอีก

ถึงแม้ปัจจุบันนี้ มนุษย์จะไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับการปลูกต้นไม้ดอกไม้มากนัก แต่ดอกไม้ก็เป็นสิ่งสร้างหนึ่งที่มนุษย์เราใช้ประโยชน์จากมันบ่อยๆ ดังนั้นลองถามตัวเองดูสิครับว่า ได้ใช้ดอกไม้นี้ให้คุ้มค่ากับประโยชน์ของมันแล้วละหรือ?

หากเราได้เดินเข้าไปในร้านดอกไม้ใหญ่ๆ ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ในร้านมีขายแต่ดอกไม้ต่างประเทศราคาแพงหูฉี่ และเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามแต่เทศกาล ฤดูกาลและอารมณ์ของผู้คน

ช่วงที่ราคาแพงหน่อยก็อย่างเช่น วันวาเลนไทน์ วันไหว้ครู วันรับปริญญา หรือวันจบการศึกษา และวันต่อมามันก็จะลงถังขยะไป เรากำลังกำหนดค่านิยมอย่างผิดๆ ให้ตนเองใช่ไหมครับ?

นี่ผมไม่ได้เจาะจงว่าดอกไม้ควรอยู่แต่ในวัดบนพระแท่นเท่านั้น แต่ดอกไม้ควรมีมากกว่าการมอบให้กันแล้วเอาไปทิ้ง

เมื่อสองสามปีก่อน ได้ข่าวว่านักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ มีนโยบายไม่มอบช่อดอกไม้ให้แก่วิทยากรผู้มาอบรมในโอกาสต่างๆ แต่มอบต้นไม้ให้แทน โดยให้เหตุผลว่าดอกไม้นั้นท่านวิทยากรรับไป สุดท้ายคงลงถังผง แต่ถ้าเป็นต้นไม้ไปคงเป็นการดีกว่า และเป็นการช่วยกันแพร่พันธุ์ต้นไม้ด้วย พูดอย่างนี้ถ้าเจ้าของร้านดอกไม้ได้ยินคงอยากจะเพ่นกบาลผมเป็นแน่

ผมไม่ได้บอกให้ใครเลิกมอบดอกไม้หรือปิดร้านดอกไม้นะครับ เพียงแต่อยากให้ทุกคนพยายามปรับเปลี่ยนค่านิมการใช้ประโยชน์ดอกไม้อย่างผิดๆ ให้ดำเนินในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนร้านขายพวงหรีดต้องมีแผ่นโฟมไว้ใช้เสียบดอกไม้ แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนมาใช้มัดฟางแทนแล้ว พอเทศกาลลอยกระทงโฟมก็ไม่ค่อยมีให้เห็น เขาเปลี่ยนเป็นท่อนกล้วยหรือวัสดุธรรมชาติอย่างอื่นแทน

มีหลายฝ่ายที่เห็นความสำคัญในเรื่องเล็กน้อยนี้ แต่สื่อบางชนิดก็ยังแสดงค่านิยมดอกไม้แบบผิดๆ ให้ผู้บริโภคเห็นอยู่บ่อยๆ ดังนั้นผู้บริโภคสื่อทั้งโทรทัศน์ หรือหนังสือก็ควรใช้วิจารณญาณตัดสินความกันดีๆ

อีกข้อหนึ่งผมอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านลองปลูกดอกไม้กันบ้าง ใครบ้านคับแคบไม่มีที่ทางก็ปลูกใส่กระถาง ไม่เกะกะรกตาอะไรหรอกครับ นอกจากทำให้บ้านมีสีเขียวดูสบายตาแล้ว เรายังเอาไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก เช่น ประดับบ้าน ถวายพระ มอบให้คนอื่น ฯลฯ เป็นการประหยัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย

เห็นไหมครับของธรรมชาติก็มีประโยชน์มากมายอย่างที่เห็นนี้ล่ะครับ เพียงแต่เราไม่ควรเอาของไม่เป็นธรรมชาติ เช่น พลาสติก กระดาษแก้ว มาเติมแต่งจนเกินไป เพราะแม้จะดูงดงามแต่ก็ทำให้ดอกไม้กลายเป็นขยะไปได้ เป็นขยะที่ไม่ย่อยสลายด้วยสิครับ

ว่าแต่ว่าวันนี้ คุณปลูกดอกไม้แล้วหรือยังครับ?

 

หน้ารัง

แนะนำบทความหรือส่งบทความของท่านมาได้ที่ webmaster@issara.com

6 September, 2005

copyright@issara.com. 2005 Product by issara™