issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
บางสิ่งบางอย่างผ่านไปเหมือนสายหมอก
ชบาริมรั้ว

ไอหนาของหมอกในยามเช้ากรุ่นลอยอ้อยอิ่งเหมือนจะโอบทุกสิ่งไว้ในอ้อมไอของสายหมอก ความเยือกเย็นที่ซึมซาบสู่เนื้อในของทุกสิ่งที่หมอกหนาปกคลุมเหมือนกับจะประกาศความเป็นเจ้าของของสิ่งนั้นๆ หยดน้ำเล็กๆในสายหมอกฟุ้งกระจายตามแรงลมแผ่ว เรามักจะเห็นหมอกในตอนเช้ามากกว่าตอนเย็น และเราก็พบว่ามันจากจางไปอย่างรวดเร็วโดยที่กว่าเราจะรู้มันก็สลายไปหมดแล้ว

หลายครั้งที่เราผ่านร้อน-หนาว สุข-ทุกข์ ในชีวิตเหมือนสายหมอกที่ผ่านไปเพียงครั้งคราว และอีกหลายหนที่ผ่านเลยไปแบบไม่รู้ตัวเลย ในความเชื่อของคริสตชนเราไม่เชื่อเรื่องของพรหมลิขิตแต่เราเชื่อในน้ำพระทัยการทรงนำของพระเป็นเจ้า พระองค์จะทรงนำเราไปในหนทางแห่งชีวิตที่แน่นอนว่ามันจะมีครบทุกรสชาดในตัวเอง และนั่นก็คือสายธารแห่งหรรษทานของพระองค์นั่นเอง

เมื่อหมอกหนาจางหายไปใช่ว่ามันจะสลายไปหมดเลยทีเดียว ร่องรอยแห่งความหนาวเหน็บของหมอกหนาปรากฎเป็นหยดน้ำใสที่ดอกไม้ ใบไม้ ก้อนหิน และทุกๆสิ่งที่ไอหมอกได้ปกคลุม และเมื่อหยดน้ำเล็กๆที่แทบมองไม่เห็นไหลรินเป็นหยดหยาดที่ใหญ่ขึ้นมันก็กลิ้งตนเองร่วงลงไปยังที่ต่ำ เมื่อผ่านละอองเกสรดอกไม้มันก็รวบเกสร เมื่อผ่านฝุ่นมันก็รวบฝุ่น ไม่ว่าจะผ่านสิ่งใดที่มันจะรวบไว้กับมันได้มันก็จะพาสิ่งนั้นไป เรื่อยลงไปจนถึงพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นทรายหยาบ ดินเหนียวนุ่ม หรือดินปนหินแข็งมันก็จะค่อยแทรกตัวลงไปในผืนดิน ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นผู้โอบอ้อมทุกสิ่งแต่บัดนี้มันเองกลับถูกไออุ่นแห่งดินโอบกอดไว้แน่นหนา หยดเล็กหยดน้อยที่ค่อยๆซึมลงไป ดินที่กระด้างกลับอ่อนตัวลง ดินที่ที่แหลกเป็นผงจับตัวกันแน่นขึ้น แม้แต่เมล็ดพืชที่พื้นดิน

หยดน้ำที่หล่นมาจากที่สูงก็ห่อหุ้มเมล็ดไว้ให้เปลือกแข็งของเมล็ดอ่อนนุ่มลง

อาทิตย์ขึ้นจนตกวนเวียนซ้ำแล้วเล่า ปรากฏการณ์ของหมอกวนเวียนซ้ำไปมาเช่นกัน เมื่อดินอิ่มน้ำ มันค่อยคลายปล่อยน้ำเรื่อยไหลรินสู่ที่ต่ำ ต่างที่ต่างถิ่นต่างมารวมกันเป็นแอ่งเป็นสายธาร เป็นแม่น้ำ ที่สุดก็เป็นทะเล ไออุ่นของแสงอาทิตย์เปลี่ยนอีกส่วนให้เป็นไอลอยละลิ่วสูงขึ้นไปเหนือยอดไม้ลอยไปไกลโพ้นสู่ห้วงหาวรวมตัวกันเป็นปุยขาวที่เราเรียกว่าเมฆ ส่วนเปลือกแข็งที่หุ้มเมล็ดเมื่ออ่อนนุ่มค่อยปริแยกเพื่อให้รากจิ๋วๆขาวสะอาดโผล่พ้นเปลือกก่อนตามมาด้วยใบเลี้ยงสีเขียว ชีวิตใหม่เริ่มงอกงามมาดูโลก

ชีวิตในจังหวะเวลาของแต่ละคนย่อมต่างกันอาจมีวันกลิ้งหล่นลึกลงไปในที่แสนไกลมอมแมมด้วยฝุ่นผง บางเวลาอาจลอยเลิศเลอ บางครั้งอาจเป็นกำลังใจให้ใครบางคนมีชีวิตใหม่ สิ่งต่างๆย่อมผ่านพ้นไปรวดเร็วเหมือนสายหมอก แต่จารึกร่องรอยที่ปรากฏไว้เสมอ ทุกสิ่งที่ผ่านไปทรงคุณค่าในตนเอง พระเป็นเจ้าทรงเมตตาในทุกเรื่อง ทุกอย่างมีความหมายในตนเอง แม้แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเกิดขึ้นก็มีค่าในชีวิตของใครคนนั้น

วันนี้เมื่อสายหมอกจางหายเราคิดถึงอะไร เราจะขอบคุณพระที่รักเราสุดพ้นพรรณนา เราจะก่นด่าอย่างเคียดแค้นต่อความเจ็บปวดของชีวิต หรือเราจะยอมรับน้ำพระทัยของพระให้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นไปตามวัฎจักรแห่งชีวิตมั่นใจว่ามีพระมองเราด้วยความใส่ใจพระองค์จะทรงให้บางสิ่งแก่ชีวิต ถ้าสังเกตดีๆสิ่งที่ดีมีมากกว่าสิ่งไม่ดี หรือความเลวร้ายนั้นอาจนำพาเราไปสู่ความเติบโต เพียงแต่เราเก็บเกี่ยวสิ่งที่เกิดข้นในชีวิตนำมาไตร่ตรองด้วยใจที่เปิดกว้างยอมรับ แล้วเมื่อหมอกหนาจางหายราก-ใบเล็กๆจะหยั่งรากงอกงามในจิตใจเราเพื่อเกิดร่มเงาแห่งรัก สะสมความไว้วางใจ รินล้นด้วยความศรัทธาต่อความเมตตาของพระ ที่สุดทุกกิจการของเราจะสามารถยกถวายพระเป็นเจ้าด้วยความจริง ให้น้ำพระทัยพระองค์โอบเราไว้ตลอดกาล
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

16 มีนาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001