| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2001 พระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 ได้ประกาศแต่งตั้งมรณสักขี 27 ท่านให้เป็นบุญราศีในพระศาสนจักรยูเครน ขณะการเสด็จเยือนของพระองค์ มรณสักขีทั้ง 27 ท่านนี้ต่างมีเรื่องราวและประวัติส่วนตัวของเขาเอง อย่างไรก็ดี พวกเราคณะพระมหาไถ่ภูมิใจและได้รับการอวยพรเป็นพิเศษ เพราะท่ามกลางมรณสักขีเหล่านี้มีสมาชิกของเราด้วย 4 ท่าน มรณสักขี 25 ท่าน ณ ที่นี้เป็นที่รู้จักในนามของ พระสังฆราช นิโคลัส ชาร์เนทสกี้ C.Ss.R. และเพื่อนมรณสักขี 24 ท่าน พวกเขาทั้งหมดได้ทนทุกข์ภายใต้ระบบการปกครองของโซเวียต ทั้งในระหว่างและหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียตได้ประกาศให้พระศาสนจักรคาทอลิกยูเครนเป็นองค์กรนอกกฎหมาย ไม่มีสิทธิ์ที่จะคงอยู่ต่อไป แต่คาทอลิกหลาย ๆ คนได้ยอมรับการทรมานและความตาย เพื่อยืนยันความเชื่อเอาไว้ พระสังฆราช นิโคลัส มาจากครอบครัวที่ยากจน มารดาของท่านเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาจากข้างถนน หลังจากที่ท่านได้เป็นพระสงฆ์ของสังฆมณฑลและเป็นอาจารย์ในบ้านเณรแล้ว ท่านได้ตอบสนองต่อเสียงเรียกของพระเจ้าในการเป็นพระสงฆ์คณะมหาไถ่ ซึ่งเป็นคณะนักบวชใหม่ในยูเครน ท่านรักคนยากจนและปรารถนาที่จะนำพระวาจาของพระเจ้าและความรอดไปสู่พวกเขาเหล่านั้น ท่านได้ทำงานกับผู้ที่อพยพจากเมืองฮาลีชีนา (Halychyna) มายัง เมืองโวลีเนีย (Volynia) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศยูเครน ณ ที่แห่งนี้ท่านได้พบงานแพร่ธรรมใหม่กับคนที่นับถือออโธดอกซ์ในเขตนั้น ประชาชนเหล่านี้เพิ่งเข้ามาร่วมในพระศาสนจักรคาทอลิกเพียงแค่ศตวรรษก่อนนั้นเอง และถูกเบียดเบียนให้ไปนับถือออโธดอกซ์แบบรัสเซีย พวกเขามีความปรารถนาแรงกล้าที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันใหม่กับพระศาสนจักรคาทอลิก คุณพ่อ นิโคลัส และสงฆ์มหาไถ่คนอื่น ๆ ได้ร่วมกันทำงานแพร่ธรรมอันยากลำบากนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จากเหตุผลนี้เอง ท่านได้รับการร้องขอให้เป็นพระสังฆราชของประชาชนชาวโวลีเนีย ในปี 1931 ในวันที่ 11 เมษายน 1945 ท่านพร้อมกับพระสังฆราชอีก 5 องค์ถูกจับกุมโดยกลุ่ม เอ็นเควีดี NKVD ท่านอยู่ในค่ายกักกันนักโทษต่าง ๆ หลายแห่ง เป็นเวลา 11 ปี และได้รับความทุกข์ทรมานอย่างหนักจากการสอบสวน ท่านได้ปรนนิบัติรับใช้นักโทษคนอื่นในค่ายฯ อยู่เสมอ ท่านเป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาและสุภาพถ่อมตนเยี่ยงพระเยซูเจ้า เนื่องจากสุขภาพของท่านทรุดหนัก ท่านถูกส่งกลับไปยังเมือง Lviv ในปี 1956 ณ ที่นั่น ท่านยังทำงานต่อไปจนกระทั่งเสียชีวิต ในวันที่ 2 เมษายน 1959 ในวันนี้เอง บริเวณที่ฝังศพของท่านได้เป็นสถานที่แห่งอัศจรรย์มากมาย พระสังฆราช Vasyl Vsevolod Velychkovsky, C.Ss.R. เกิดในครอบครัวพระสงฆ์ ขณะที่อยู่ในบ้านเณร ท่านได้รับเสียงเรียกให้เป็นมหาไถ่ ท่านได้กลายเป็นนักเทศน์ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และได้ทำงานร่วมกับพระสังฆราช Chanetsky ในโวลีเนีย ระหว่างสงคราม ท่านเสี่ยงชีวิตของท่านโดยการไปที่อารามในเมืองเทอร์โนพิว (Ternopil) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแนวรบ ท่านถูกจับกุม ณ ที่นั่น ในวันที่ 26 กรกฎาคม 1945 หลังจากการสอบสวนอย่างหนัก เขาเสนอที่จะให้อิสรภาพแก่ท่าน เพียงแค่ท่านปฏิเสธความเชื่อคาทอลิก แต่ท่านตอบกลับไปว่า ไม่มีทาง จากคำพูดนี้เอง ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการยิงเป้า ในระหว่าง 3 เดือนกับกลุ่มนักโทษที่จะต้องรับความตายด้วยกัน ท่านได้สอนคำสอน ล้างบาป โปรดศีลอภัยบาป แก่พวกเขา ผู้ซึ่งกำลังรอการประหารเช่นเดียวกับท่าน แต่ครั้นแล้วท่านได้รับการลดโทษ โดยให้ไปอยู่ในค่ายนักโทษที่ไซบีเรียเป็นเวลา 10 ปี เมื่อรับทนทุกข์ทรมานในค่ายกักกันเหล่านี้แล้ว ท่านได้กลับไปที่เมือง Lviv ในปี 1955 และสานต่องานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรแบบลับ ๆ และ ในปี 1963 ท่านได้รับการอภิเสกเป็นพระสังฆราชอย่างลับ ๆ ที่ห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งของโรงแรมในกรุงมอสโค ท่านถูกจับกุมอีกครั้งในปี 1968 และถูกตัดสินให้แยกไปอยู่ในคุกของนักโทษที่ผิดปรกติทางจิต ด้วยความกลัวว่าท่านจะเสียชีวิตในคุก ท่านได้รับการปล่อยตัวและถูกเนรเทศ ท่านมาถึงประเทศแคนาดา ในปี 1972 และ 1 ปี หลังจากนั้นท่านก็เสียชีวิต ในวันที่ 30 มิถุนายน ศพของท่านถูกฝังที่เมืองวินนิเปก (Winnipeg) คุณพ่อ Ivan Ziatyk , C.Ss.R. เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจน ท่านเป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ ท่านได้เข้าบ้านเณรของสังฆมณฑลและสำเร็จการศึกษาพร้อมด้วยเกียรตินิยมเรียนดี หลังจากรับศีลบวชในปี 1923 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นคุณพ่อวิญญาณรักษ์และเป็นอาจารย์ประจำบ้านเณร ท่านปรารถนาที่จะเข้าคณะพระมหาไถ่ แต่ได้รับการขัดขวางจากทางผู้หลักผู้ใหญ่เสียก่อน และแม้จะมีเสียงคัดค้านอยู่บ้างก็ตาม แต่ในที่สุด ท่านก็ได้เป็นสมาชิกคณะพระมหาไถ่ในปี 1936 เกือบทันที ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่ในตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะ หลังจากการสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ท่านกับสงฆ์มหาไถ่คนอื่น ๆ ถูกต้อนเข้าไปอยู่อารามเดียวกันที่ เมืองโฮลอสโก (Holosko) ที่ซึ่งพวกเขาอยู่ภายใต้การเพ่งเล็งอันเข้มงวดตลอดเวลา 2 ปี และเมื่อคุณพ่อ De Vocht ชาวเบลเยี่ยม เจ้าคณะถูกไล่ออกในปี 1948 ท่านได้มอบอำนาจทั้งหมดที่มีต่อทั้งสงฆ์มหาไถ่และพระศาสนจักรยูเครน ไว้ในมือของคุณพ่อ Ivan คุณพ่อ Ivan ถูกจับในปี 1950 ตลอดเวลาที่ถูกสอบสวนอย่างหนัก ท่านก็ไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ หลังจากนั้นท่านถูกตัดสินให้ไปยังค่ายนักโทษที่ไซบีเรีย ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ปี 1952 ท่านทุบด้วยท่อนไม้ ถูกแช่ในน้ำ และถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ข้างนอกในความหนาวเหน็บของไซบีเรีย ความทารุณนี้เป็นเหตุให้ท่านเสียชีวิตในเรือนพยาบาลของนักโทษภายหลังจากนั้นไม่นานนัก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1952 คุณพ่อ Zenovij Kovalyk C.Ss.R. ผู้ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มมรณสักขี ทั้ง 4 ท่าน ท่านเกิดในครอบครัวชาวไร่ชาวนา ท่านทำงานเป็นครูประถมศึกษาในหมู่บ้านของท่านเอง เมื่อท่านอายุได้ 23 ปี ท่านได้เข้าคณะพระมหาไถ่ และได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์ในปี 1932 ท่านมีชื่อเสียงเพราะท่านเทศน์อย่างมีพลัง หนักแน่น และตรงไปตรงม ไม่ประนีประนอม ขณะที่สงครามเริ่มต้นขึ้น คุณพ่อ Zenovij ได้ประจำอยู่ที่เมือง Lviv ท่านได้เทศน์ต่อต้านระบบการปกครองที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าของลัทธิคอมมิวนิสม์อย่างเปิดเผย เพื่อน ๆ ของท่าน และสมาชิกในคณะได้เตือนท่านให้หยุด แต่ท่านตอบไปว่า ผมยอมรับความตายด้วยความยินดี ถ้านั่นเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า แต่ในฐานะที่เป็นนักเทศน์ ผมต้องทำตามมโนธรรมของผมอย่างตรงไปตรงมา ในวันที่ 20 ธันวาคม 1940 ท่านถูกจับขณะเทศน์เรื่องแม่พระ ท่านถูกสอบสวนอย่างเจ็บปวดถึง 28 ข้อในคุกที่เมือง Lviv อย่างไรก็ตามท่านยังทำงานของท่านต่อในคุกนั้น ท่านเทศน์สอน อภิบาล และภาวนาร่วมกับนักโทษ ในเดือนพฤษภาคม ปี 1941 แทนที่ท่านจะถูกยิงเป้าเหมือนที่เขาทำกับนักโทษคนอื่น ๆ ในคุก พวกโซเวียตได้ทำกับท่านตามการเทศน์ของท่านเกี่ยวกับพระเยซูผู้ถูกตรึงบนกางเขนโดยจับ คุณพ่อ Zenovij ตอกตะปูเข้ากับกำแพงคุก ท่านได้ตายโดยการถูกตรึงกางเขนเหมือนกับที่พระเจ้าของเราถูกกระทำในขณะที่ท่านมีอายุ 37 ปี และเป็นพระสงฆ์เพียงแค่ 9 ปีเท่านั้น ในฐานะที่เป็นมหาไถ่ พวกเราได้รับการอวยพรให้มีมรณสักขีท่ามกลางสมาชิกของพวกเรา พวกท่านเหล่านี้ ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระคริสตเจ้าจนหมดแล้ว พวกเขาได้ชี้เป้าหมายแห่งชีวิตแก่พวกเรา นั่นคือร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและพระเยซูคริสตเจ้า พระผู้ไถ่ของเราทั้งครบ ในฐานะที่เป็นมหาไถ่ ที่มีความร้อนรนอย่างลึกซึ้ง พวกเขาได้ประกาศพระวาจาของพระเจ้าต่อคนที่ถูกทอดทิ้งโดยเฉพาะผู้ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับความตายในค่ายนักโทษที่ไซบีเรีย ท่านเหล่านี้ถือว่าความรักของพวกเขาต่อพระผู้ไถ่ และความปรารถนาที่จะทำให้พระองค์เป็นที่รู้จัก
มีค่าต่อพวกเขามากกว่าสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ สิ่งที่โลกต้องการเวลานี้คือบุคคลตามแบบอย่างท่านทั้ง 4
นั่นคือบุคคลที่อุทิศตนเพื่อพระคริสตเจ้า ผู้ซึ่งพร้อมจะเสียสละความเชื่อของเขาไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง
บุคคลผู้ซึ่งร้อนรนในพระวาจาเฉกเช่นนักบุญอัลฟอนโซ ลีโกวรีผู้ตั้งคณะของเรา ขอให้ตัวอย่างของมรณสักขีเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลอื่น ๆ ในการอุทิศตัวเองรับใช้พระวรสาร ให้เราภาวนาต่อมรณสักขีมหาไถ่เหล่านี้ สำหรับกระแสเรียกในคณะ เพราะยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากในพระศาสนจักร แต่คนที่อุทิศตนเพื่องานและชีวิตแบบนี้ยังมีน้อยนัก
|
13 ตุลาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001