| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เรื่องสั้น-เรื่องแปล | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | เรื่องสั้น-เรื่องแปล | ||
เรื่องสั้น-เรื่องแปล |
การที่ผมชอบมีชีวิตที่เป็นอิสระ ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่มีรุ่นพี่หลายคนมักบอกกับผมว่า ผมมี "การไม่พึ่งพาใคร" (independent) สูงมาก คือรักอิสระ ชอบเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบอยู่ภายใต้การควบคุมของใคร จากคำพูดนี้เอง ทำให้ผมเริ่มสงสัยตัวเองว่า ผมไม่ปกติในสายตาของคนอื่นจริง ๆหรือเปล่า แต่ผมยอมรับว่า ผมมีความรู้สึกที่มากเกินระดับไปกว่าคนอื่น ๆ ทุกครั้งไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมเดียวกัน มันเป็นความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ภายในตัวผม มันซ่อนตัวและพร้อมที่จะระเบิดออกมา เมื่อสถานการณ์ได้กระตุ้นมัน เป็นต้นว่า 1. รู้สึกอึดอัด เมื่อเดินไปไหนกับเพื่อน ๆ แล้วโดนกอดคอ หรือเพื่อนเอาแขนมาพาดที่บ่าหรือไหล่ ผมจะแกะหรือสลัดออก 2. รู้สึกรำคาญ เวลาเดินซื้อของตามห้างสรรพสินค้าแล้วมีพนักงานขาย เดินตามทุกฝีก้าว หรือแนะนำสินค้าโดยที่ผมเองยังไม่ทันถาม แม้จะตั้งใจซื้ออยู่ก่อนแล้ว ผมก็จะเปลี่ยนใจ 3. รู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่ออยู่ใต้ท้องเรือรบ ในรถถัง ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือในห้องแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่, วางท่อ, เดินสายไฟอย่างระเกะระกะ ผมต้องรีบออกจากสถานที่นั้นโดยเร็ว 4. รู้สึกหงุดหงิด เมื่อนั่งทำงานหรือเขียนหนังสือ ในขณะที่ได้ใส่รองเท้าอยู่ (โดยเฉพาะแบบหุ้มข้อ) ผมต้องถอดออกเมื่อมีโอกาส 5. รู้สึกกระสับกระส่าย เมื่อขับรถยนต์แล้วคาดเข็มขัดนิรภัย เลยไม่คาดมัน และไม่สนใจตำรวจ (ยอมเสียค่าปรับถ้าอยากจะปรับ) 6. รู้สึกคับอกคับใจ เมื่อใส่กางเกงที่คับเกินควร เวลาใส่จึงต้องดึงให้ลงต่ำกว่าระดับสะดือ และเลือกใส่ตัวที่หลวม ๆ 7. รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เวลามีคนมาจู้จี้ จุกจิก เซ้าซี้ กวนใจ ต้องเดินหนี หรืออาจจะทนอยู่แบบไม่ใส่ใจ 8. รู้สึกโมโห เวลานั่งดื่มเหล้า (เมื่ออกสังคมตามความจำเป็น) แล้วมีคนคอยเอาใจ หยิบแก้วเหล้าที่ยังดื่มไม่หมดไปผสมใหม่ หยิบ ๆ วาง ๆ อยู่อย่างนั้น จนผมต้องบอกว่า "หมามันหวงจานข้าวของมันอย่างไร ผมก็หวงแก้วเหล้าขอผมอย่างนั้น" จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้หวงแก้วเหล้า แต่เพื่อไม่ให้เขามารบกวนใจผมอีก สภาพต่าง ๆ ดังกล่าว ทำให้ชีวิตผมไม่มีความสุขเท่าที่ควร ผมน่าจะปล่อยวางกับเรื่องไร้สาระแบบนี้ แต่ผมต้องพ่ายแพ้ต่อมันในทุกครั้งที่ชีวิตผมต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมของการบีบบังคับ การจำกัดอิสรภาพ การมีช่องว่างสำหรับการขยับตัวที่เหลือน้อย หรือการกดดันให้ผมมีทางเลือกที่เหลือน้อยลง หรือไม่มีเลย สรุปสั้นๆ ก็คือ เมื่อผมรู้สึกว่าได้รับความกดดัน ผมก็จะรู้สึกไม่สบายใจตามลักษณะอาการทางจิตใจดังกล่าว ผมเองก็ไม่ทราบสาเหตุว่า ทำไมผมจึงต้องเป็นเช่นนี้ด้วย ผมจำได้ว่า สมัยตอนเรียนชั้นประถม คุณครูให้เขียนเรียงความเรื่องฉันอยากจะเป็นอะไร ในความหมายนี้คือ เมื่อโตขึ้นอยากจะประกอบอาชีพอะไร แต่ผมเขียนว่า อยากจะเป็นนก แตกต่างจากเพื่อน ๆ ที่เขียนเกี่ยวกับอาชีพที่อยากจะเป็น สิ่งนี้กระมังที่สะท้อนให้เห็นว่าผมมีใจรักอิสระมาตั้งแต่เด็ก เพราะนกคือ สัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ และถ้าจะให้มองย้อนลึกลงไปในอดีตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจำความอะไรไม่ได้แล้ว เพียงแต่เป็นคำบอกเล่าจากญาติผู้ใหญ่ว่า ในสมัยผมเพิ่งหัดเดินนั้น พอเดินได้ ก็เดินออกจากบ้านไปเลย มิน่าโตขึ้นมาเลยมีนิสัยชอบเที่ยว อยู่บ้านไม่ติด โตแล้วใครห้ามก็ไม่ฟัง แต่ตอนเป็นเด็กเล็กนั้น ใช้วิธีเอาผ้าผูกข้อเท้า แล้วเอาอีกปลายหนึ่งมัดกับลุกกรงบ้าน แค่ฟังแล้วผมยังรู้สึกอึดอัดเลย ไม่ทราบว่า ตอนนั้น ผมจะรู้สึกอย่างไร และในสมัยผมแรกเกิด แม่บอกว่าผมคลอดออกมาสายสะดือพันคอ โอ้...ชีวิตของผมถูกจองจำด้วยเครื่องพันธนาการมาตั้งแต่เกิด เลยหรือนี่ ช่างโชคร้ายเสียจริง มันทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวผมถูกบีบคั้นทางอิสรภาพมาตั้งแต่แรกเกิด แล้วอิสรภาพที่แท้จริง มันคืออะไร และอยู่ที่ไหน | |
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002