เพื่อนๆ และฉันชอบเล่นประกวดนางสาวไทย สมัยที่เราเรียนชั้นประถมศึกษา พวกเราหาไม้กระดานแผ่นเดียวมาฝึกเดิน
หยิบยืมรองเท้าส้นสูงของน้าของแม่มาใส่ แอบขโมยเครื่องสำอางของผู้ใหญ่มาพอกหน้าทาปากกัน
ตอนฝึกเดินประกวด ก็เอาหนังสือเทินเหนือศีรษะ เราซ้อมกันหลายวันถึงประกวดจริง
ก็พอจะทราบกันนะใครได้เป็นนางสาวไทยแต่พอฉันเรียนระดับมหาวิทยาลัย แอบคิดเล็กๆ
ในใจว่าในการประกวดนางงามระดับประเทศหรือระดับโลก ถ้าฉันเป็นหนึ่งในผู้ร่วมประกวด
ตำแหน่งที่ฉันอยากได้คือ นางงามมิตรภาพ เพราะเป็นตำแหน่งที่เพื่อนๆ ที่ใช้ชีวิตร่วมเวทีประกวดเป็นผู้มอบให้
เพราะพวกเขาคงเห็นความสวยงามในจิตใจ ความจริงใจ การเอาใจใส่ห่วงใย ความเป็นมิตร
ความรักที่เปี่ยมล้นให้ผู้อื่น
ในมุมมองของคริสตชน เมื่อพูดถึงเรื่องมิตรภาพ ฉันคิดถึงพระเยซูเจ้าที่ทรงเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ
ทรงเป็นแบบแก่พวกเรา ฉันขอนำผู้อ่านไปที่เนื้อหาพระคัมภีร์สักสองเล่มคือ
พระวรสารนักบุญลูกา บทที่ 10.38-42 และ นักบุญยอห์นบทที่ 11-12.8 เพราะทำให้ฉันเข้าใจถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพอย่างลึกซึ้งของพระเยซูเจ้าและสามพี่น้อง
คือ มารธา มารีย์ และลาซารัส
1. พระเยซูเจ้าและสามพี่น้อง
พระเยซู เสด็จเยี่ยม มารธา มารีย์ และลาซารัส พระองค์ทรงสนทนากับพวกเขาอย่างสนิทสนม
เช่นมารธาฟ้องเกี่ยวน้องสาว ที่ไม่ช่วยทำงาน พระเยซูทรงตอบสนองด้วยคำชี้แนะ
เมื่อมารธาตัดพ้อที่เสด็จมาช้าน้องชายจึงตาย พระองค์ทรงไขข้อข้องใจ และเมื่อมารีย์ร้องไห้เสียใจเรื่องน้องชายตาย
พระเยซูทรงกันแสงด้วยความโศกเศร้าด้วย
ลาซารัส ชายคนนี้เป็นคนละคนกับเรื่องลาซารัสกับเศรษฐี ในพระวรสารทั้งสองเล่ม
เขาเป็นศูนย์กลางของครอบครัว เป็นน้องชายคนเดียวของมารธาและมารีย์ ไม่มีบทพูดของเขาในพระคัมภีร์
พบแต่บันทึกในพระวรสารว่า เขาป่วยหนักและตาย ถูกฝังไว้ 4 วัน แล้วการอัศจรรย์เกิดขึ้นคือเขาฟื้นคืนชีพโดยการทรงเรียกของพระเยซูเจ้า
ต่อมาในยอห์นบทที่ 12 เห็นภาพที่เขานั่งร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซูคริสต์ที่บ้านเขาเอง
ซึ่งเป็นงานเลี้ยงขอบพระคุณพระอาจารย์
มารธา เป็นพี่สาวคนโตของครอบครัว เธอชอบปรนนิบัติแขก โดยเฉพาะต่อพระเยซูเจ้าและสาวก
ในวรสารนักบุญลูกา เราทราบว่าเธอฟ้องพระเยซูเรื่องของน้องสาวที่ไม่ยอมช่วยงานบ้าน
ปล่อยให้เธอทำงานอยู่คนเดียว พอมาอ่านที่ยอห์น บทที่ 11-12 ทำให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมารธาเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจเรื่องความเป็นพระเจ้าและพระคริสต์ของพระเยซู
ที่เสด็จเข้ามาในโลก เมื่อน้องชายเจ็บป่วย เธอเชื่อมั่นว่าในเวลานั้นถ้าพระเยซูประทับอยู่
ลาซารัสต้องไม่ตาย
มารีย์ มารีย์คนนี้ คือมารีย์แห่งเบธานี (เพราะมารีย์มีหลายคน )ในพระวรสารนักบุญลูกากล่าวว่า
เธอนั่งเงียบๆ แทบพระบาทพระเยซูเจ้า เพื่อฟังคำสอนของพระองค์ จนยอมทิ้งงานบ้าน
ทำให้พี่สาวเคืองใจนำไปฟ้องพระเยซูเจ้า ต่อมาในยอห์น 11 เราเห็นภาพที่เธอกราบแทบพระบาทพระเยซู
และทูล ว่า ถ้าพระองค์ประทับอยู่ด้วยน้องชายจะไม่ตาย ในยอห์นบทที่ 12 เธอได้นำน้ำหอมราคาแพงที่สุดมาชโลมพระบาทพระเยซูคริสต์
และใช้ผมของเธอเช็ดเท้า ทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์อันดีกับพระเยซูเจ้าและเหล่าสาวก
เพราะว่ามิตรภาพนี้มีคุณค่ามากที่ทำให้สามารถเข้าใจกันลึกซึ้งและสามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เมื่อมิตรภาพคือการร่วมทุกข์กันได้ ขอเล่าเรื่องที่ประทับใจจากเกาะลันตาอีกครั้ง
เมื่อฉันและเพื่อนๆ ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมหนุนใจผู้ประสบภัยกลุ่มผู้ชายชาวเลที่ป่าช้าของหมู่บ้านคลองดาว
ซึ่งชาวบ้านใช้ป่าช้านั้นเพื่อซ่อมแซมและตกแต่งเรือ พวกเราต้องพลอยติดดินโดยปริยาย
เพราะชาวบ้านเขานั่งทำงานบนพื้นดินกลางป่าช้า พวกเขานั่งตกแต่งเรือที่ใช้เพื่อทำประมงน้ำตื้น
เรือส่วนใหญ่เป็นเรือใหม่ เจ้าของกำลังทาสี วาดลวดลาย ฉันสอบถามเรื่องเรือที่เขาใช้หากิน
เรียกว่า เรือหัวสูง พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรใด เพราะเป็นเรือใหม่ๆ
นับสิบลำ สนนราคาลำละกว่าหนึ่งแสนบาท ชาวเลตอบว่าเพื่อนฝรั่งซื้อให้ ฉันแปลกใจว่าพวกเขาคือชาวประมงธรรมดา
ทำไมถึงมีเพื่อนเป็นฝรั่งมากมายที่ใจดีช่วยซื้อเรือให้พวกเขาไว้ทำกิน คุณไก่
ตัวแทนชาวเล เล่าให้พวกเราฟังว่า ฝรั่งกลุ่มที่ว่านี้ เป็นนักท่องเที่ยว
ที่เคยมาพักผ่อนที่เกาะลันตา เมื่อพวกเขาทราบข่าวว่า ชาวเกาะลันตาได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ
พวกเขาได้บินไปเยี่ยมชาวเลกลุ่มนี้ และสอบถามว่าพวกเขาเสียหายอย่างไร เมื่อทราบว่าส่วนใหญ่เครื่องมือทำมาหากินเสียหาย
พวกเขาจึงซื้อเรือให้ชาวเลหลายครอบครัวเพื่อไว้ทำมาหากิน แล้วชาวเลเหล่านี้มีความสัมพันธ์อะไรพิเศษกับฝรั่งหรือ
คุณไก่บอกว่าพวกเรากับพวกฝรั่งเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นเมื่อพวกเราเดือดร้อน
พวกเขาให้ความช่วยเหลือเพราะความเป็นเพื่อน ใช่ เพื่อนต้องช่วยเพื่อนสิ ฉันคิดถึงที่พระเยซูตรัสในยอห์น
15.13 ไม่มีผู้ใดมีรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือ การที่ผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน
พระเยซูเจ้าทรงให้เพื่อน (มนุษย์) จนกระทั่งชีวิต นั่นคือมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเปรียบเทียบมิได้
2. มิตรภาพของพระเยซูเจ้า และสามพี่น้อง
ในพระวรสารนักบุญยอห์นบันทึกว่าพระเยซูทรงรักสามพี่น้องนี้ นี่คงเป็นเหตุให้พระองค์เสด็จเยี่ยม
และพักกับพวกเขาเมื่อเสด็จไปเขตเบธานี มิตรภาพนั้นจึงทำให้มีความเป็นกันเองเกิดขึ้น
มารธา เป็นกุลสตรียิวที่ดีคือเป็นแม่ศรีเรือน ได้ดูแลเอาใจใส่แขกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ซึ่งเชื่อกันว่าแขกที่มาพักบ้านของนางไม่ใช่พระเยซูแต่พระองค์เดียว คงมีสาวกทั้งสิบสองคนด้วย
การมีแขกมาพักที่บ้านหลายคน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของบ้านที่เป็นสตรีทุกคนต้องช่วยกันต้อนรับแขก
ในความสนิทสนมกันมากทำให้มารธากล้าฟ้องพระอาจารย์เกี่ยวกับน้องสาวมารีย์
ที่ไม่ได้ช่วยงานเธอเลย แต่กลับเลี่ยงงานไปนั่งฟังคำสอนของพระองค์ร่วมกับพวกผู้ชาย
( ซึ่งอาจจะยังไม่เหมาะกับสตรียุคนั้น ) แทนที่พระเยซูเจ้าจะคล้อยตามมารธา
หรือเห็นด้วยว่ามารีย์ต้องเป็นกุลสตรีที่ดี คือควรช่วยเหลืองานบ้านตามที่พี่สาวติติงกับพระองค์
แต่กลับผิดความคาดหมาย เพราะพระเยซู ไม่ทรงคิดเหมือนกับชายยิวทั่วๆ ไป เพราะพระองค์ทรงชมเชยว่ามารีย์ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
นางไม่ควรจะถูกต่อว่า นับว่าพระองค์ทรงยกย่องสตรีอีกระดับหนึ่ง ฉันเองมาตรึกตรองดู
บ่อยครั้งที่สตรีคริสตชนมักจะแสดงบทมารธาคือ ชอบปรนนิบัติ ที่เราอาจจะเรียกว่าสตรีใจศรัทธา
(พูดในแง่บวก) เมื่อวัดมีงานฉลอง เทศกาลต่างๆ สตรีเหล่านี้มัวคอยแต่ต้อนรับแขกและดูแลอาหารการกินอย่างดี
จนได้ละเลยที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสผ่านบาทหลวงหรือศิษยาภิบาล ยิ่งกว่านั้นพวกเธอรู้สึกตำหนิ
สตรีที่ไม่ได้ช่วยทำอะไรด้วยซ้ำ แหม เมื่อเขียนมาถึงประโยคนี้แล้ว เกรงว่าจะไม่มีสตรีมาช่วยงานวัดหรือคริสตจักรแล้วสิ
ฉันคิดเสมอว่าทำอย่างไรที่สตรีคริสตชนจะมีบทบาททั้งมารธาและมารีย์ อย่างสมดุลกัน
ฝ่ายมารีย์ เราอาจจะคิดว่าเธอมีบทบาทน้อยกว่าพี่สาว แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นได้ชัด
ในความศรัทธาต่อพระเยซูคริสต์ เธอกล้าที่จะออกจากกรอบจารีตประเพณีของยิว
ที่ว่าการศึกษานั่นเป็นของสุภาพบุรุษเท่านั้น เมื่อเธอได้รู้จักกับองค์พระเยซูแล้ว
เธอสนใจจะฟังคำสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์เท่านั้น ซึ่งพระเยซูเองทรงสนับสนุนและเห็นชอบด้วย
ว่าเธอได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว นับว่าพระเยซูเจ้าทรงแก้พันธนาการของสตรีที่เคยถูกม่านประเพณีมากางกั้น
ว่าสตรีต้องอยู่เหย้าเฝ้าเรือน และไม่มีสิทธิ์ฟังคำสอน ส่วนมารีย์เองก็มีใจกล้าหาญเช่นกัน
3. การอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะความเชื่อ
อันที่จริงเรื่องลาซารัสตายแล้วฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้นเป็นจุดสุดยอดของการสำแดงของพระเยซูต่อสาธารณชนว่าพระองค์เป็นผู้ประทานชีวิต
เพราะเรื่องนี้ยังเล็งถึงการสิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วย เมื่อพระเยซูเสด็จมาที่บ้านสามพี่น้อง
มารธารีบไปพบพระองค์ เธอบอกความในใจถึงความเสียใจเมื่อขณะน้องชายป่วย พระเยซูไม่ได้ประทับอยู่ด้วย
เพราะเธอมีความเชื่อวางใจในพระองค์ ว่าถ้าในเวลานั้นพระเยซูประทับอยู่ด้วย
พระองค์ทรงมีฤทธิ์เดชที่จะช่วยได้ แต่เธอไม่ได้คาดหวังว่าเมื่อน้องตายไปแล้ว
พระองค์จะชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ตามเธอเชื่อเรื่องการพิพากษาในวันสุดท้ายว่าในวันสุดท้ายน้องชายจะคืนชีพแน่นอน
ฝ่ายมารีย์นั้นมีความเศร้าโศกมากกว่าพี่สาว การร้องไห้ของเธอทำให้พระเยซูสะเทือนพระทัยยิ่งนัก
จนพระองค์ทรงกันแสงด้วย การเศร้าโศกนี้แท้จริงแล้ว คือพระเยซูทรงพิโรธ อย่างยิ่งต่อความตาย
หรือต่อมารซาตานคือผู้มีอำนาจแห่งความตาย ซึ่งทำให้มนุษย์เศร้าโศกไม่เชื่อและวางใจ
การเสด็จเข้ามาในโลกนี้ของพระเยซูเพื่อให้ชีวิต ดังนั้นมารซาตานจึงเป็นศัตรูที่พระเยซูต้องเผชิญหน้า
...จนกว่าพระองค์จะได้ทรงปราบศัตรูทั้งสิ้นให้อยู่ใต้พระบาทของพระองค์ ศัตรูตัวสุดท้ายที่พระองค์จะทรงทำลายนั้นก็คือความตาย
(1 โครินธ์ 15.25-26)
ก่อนที่พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่นี้ ประชาชนก็พูดถึงการอัศจรรย์ที่พระองค์เคยทรงทำมาก่อนหน้านี้
เช่นรักษาคนป่วยให้หาย คนตาบอดมองเห็นได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เราผู้อ่านระลึกถึงว่าพระเยซูทรงเป็นทั้งแสงสว่างและชีวิต
(ยน.8.12,9.5) ยิ่งกว่านั้นเมื่อ พระเยซูสั่งให้คนเปิดปากอุโมงค์ฝังศพของลาซารัส
มารธาพี่สาวรีบทูลพระเยซูว่าน้องชายของเธอได้ตายมาสี่วันแล้ว ศพกำลังเน่าเหม็น
แต่พระเยซูตรัสกับเธอว่า เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
(ยน.11.40) แล้วพระองค์อธิษฐานในพระทัยทูลขอต่อพระบิดาเพื่อให้ลาซารัสฟื้น
เพราะพระองค์กับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ยน.10.30) แต่เมื่อพระองค์ภาวนาออกเสียง
จึงเป็นคำขอบพระคุณพระเจ้าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฝูงชนที่มุงอยู่ โดยเฉพาะประโยคว่า
เพื่อเขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา (ข้อ 42) ในที่สุดลาซารัสฟื้นขึ้นมาจากความตาย
เป็นหมายสำคัญเล็งถึงอำนาจของพระเยซูเจ้า
เรื่องเพราะความเชื่อและได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ฉันค่อนข้างประทับใจและศรัทธางานและชีวิตของคุณแม่เทเรซ่าแห่งกัลกัตตามาก
อ่านจากหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับท่าน ตั้งแต่คุณแม่ยังมีชีวิตและหลังกลับไปหาพระเจ้า
ภาพที่ชัดเจนกับฉันมาก คือเรื่องความเชื่อและศรัทธาต่อพระเยซูเจ้า ที่ท่านยอมมอบทั้งชีวิตเพื่อให้พระเยซูเจ้าประจักษ์ในชีวิตของท่าน
พันธกิจของคณะซิสเตอร์เมตตาธรรมทั้งหมดที่คุณแม่เริ่มจากเลขศูนย์ เริ่มจากความขัดแย้ง
แต่ท่านวางใจพระบิดาเจ้าพึ่งพาพระเยซูเจ้าเพียงผู้เดียว แล้วพระเจ้าทรงอวยพรการงานทั้งหมดให้ท่านอย่างไม่เคยขัดสน
เพราะว่าคุณแม่เทเรซ่าเชื่อจึงได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
4.การฉลอง และชโลมพระบาทพระเยซูเจ้า
การฉลอง คือการแสดงความขอบคุณและชื่นชม เมื่อพระเยซูทรงชุบลาซารัสให้ฟื้นขึ้นมาจากคนที่ตายและมีชีวิต
ที่บ้านของเขาจึงมีการเลี้ยงฉลอง เพื่อขอบคุณพระเยซู และเป็นการแสดงความยินดีกับพวกญาติมิตร
อันที่จริง คริสตชนควรแสดงการขอบคุณพระเจ้าทุกครั้งที่ผ่านช่วงวิกฤตชีวิต
หรือพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน ซึ่งในพระคัมภีร์ เราได้เห็นตัวอย่างมากมาย เช่น
เรื่องบุตรล้างผลาญ เมื่อบุตรชายคนน้อง ได้ผลาญทรัพย์สมบัติทั้งหมด กลับมาหาบิดาด้วยความสำนึก
และต้องการเริ่มต้นใหม่ ฝ่ายบิดารีบจัดงานฉลองต้อนรับลูกชาย ทันทีเพราะว่าชีวิตนั้นสำคัญกว่าสินทรัพย์ยิ่งนัก
แต่ในยอห์นบทที่ 12 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการฉลองวันนั้นคือ มารีย์ได้ใช้น้ำหอมราคาแพงเท่ากับแรงงานของกรรมกรหนึ่งปี
การกระทำของนางเช่นนั้นเป็นการแสดงออกถึงความรักที่เธอมีต่อพระเยซูเจ้าอย่างลึกซึ้ง
จนเธอถ่อมตัวลงต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ การใช้ผมเช็ดพระบาทนั้น ตามธรรมเนียมยิวแล้ว
สตรีต้องคลุมศีรษะเก็บผมให้มิดชิด แต่การที่มารีย์ใช้น้ำหอมแพงที่สุดและมีค่าที่สุดที่เธอมี
และการยอมปล่อยผมท่ามกลางสาธารณชน นั้นเป็นการประกาศตัวเองของมารีย์ ว่าการกระทำเช่นนี้คือการแสดงความรัก
ยอมจำนนและเทิดทูนพระเยซูเจ้าจนหมดใจ ซึ่งพระองค์มีค่าที่สุดจนไม่น่าอายที่เธอถวายเกียรติพระองค์เช่นนี้
ยิ่งกว่านั้นการกระทำของมารีย์วันนั้นเป็นการเล็งถึงความตายของพระเยซูคริสต์
เช่นที่พระวรสารลูกาบันทึกว่า เขาชโลมกายของเราก่อนเพื่อการศพของเรา (มก.14.8)
มิตรภาพของพระเยซูคริสต์กับพี่น้องสามคนนี้เป็นภาพของการเป็นสาวกแท้ และเป็นเพื่อนร่วมพันธกิจกับพระองค์
พวกเขายอมจำนนกับน้ำพระทัยและพระประสงค์ที่พระเยซูคริสต์ทรงมีต่อพวกเขา ในทำนองเดียวกัน
การที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาในโลกนี้ ทรงเข้ามาอย่างมิตร และทรงเป็นมิตรกับทุกๆ
คน เมื่อพระองค์ทรงเคาะประตูใจ คือบ้านของเรา เรายินดีตอบรับมิตรภาพของพระองค์ไหม?
|