ควา่มจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน.8:32)
คอลัมน์ประจำ:
หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | คุยกันก่อน | มุมสนทนา | มุมบันเทิง | ป.ล.โมลิ่ง | บทความ | บทกวี | คำสอนคาทอลิก | มุมภาวนา | เสริมศรัทธา | ติดต่อเรา

บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล

มิตรภาพของพระเยซูเจ้า และสามพี่น้อง
โปรดปราน (พีพี)


เพื่อนๆ และฉันชอบเล่นประกวดนางสาวไทย สมัยที่เราเรียนชั้นประถมศึกษา พวกเราหาไม้กระดานแผ่นเดียวมาฝึกเดิน หยิบยืมรองเท้าส้นสูงของน้าของแม่มาใส่ แอบขโมยเครื่องสำอางของผู้ใหญ่มาพอกหน้าทาปากกัน ตอนฝึกเดินประกวด ก็เอาหนังสือเทินเหนือศีรษะ เราซ้อมกันหลายวันถึงประกวดจริง ก็พอจะทราบกันนะใครได้เป็นนางสาวไทยแต่พอฉันเรียนระดับมหาวิทยาลัย แอบคิดเล็กๆ ในใจว่าในการประกวดนางงามระดับประเทศหรือระดับโลก ถ้าฉันเป็นหนึ่งในผู้ร่วมประกวด ตำแหน่งที่ฉันอยากได้คือ นางงามมิตรภาพ เพราะเป็นตำแหน่งที่เพื่อนๆ ที่ใช้ชีวิตร่วมเวทีประกวดเป็นผู้มอบให้ เพราะพวกเขาคงเห็นความสวยงามในจิตใจ ความจริงใจ การเอาใจใส่ห่วงใย ความเป็นมิตร ความรักที่เปี่ยมล้นให้ผู้อื่น

ในมุมมองของคริสตชน เมื่อพูดถึงเรื่องมิตรภาพ ฉันคิดถึงพระเยซูเจ้าที่ทรงเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ทรงเป็นแบบแก่พวกเรา ฉันขอนำผู้อ่านไปที่เนื้อหาพระคัมภีร์สักสองเล่มคือ พระวรสารนักบุญลูกา บทที่ 10.38-42 และ นักบุญยอห์นบทที่ 11-12.8 เพราะทำให้ฉันเข้าใจถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพอย่างลึกซึ้งของพระเยซูเจ้าและสามพี่น้อง คือ มารธา มารีย์ และลาซารัส

1. พระเยซูเจ้าและสามพี่น้อง


พระเยซู เสด็จเยี่ยม มารธา มารีย์ และลาซารัส พระองค์ทรงสนทนากับพวกเขาอย่างสนิทสนม เช่นมารธาฟ้องเกี่ยวน้องสาว ที่ไม่ช่วยทำงาน พระเยซูทรงตอบสนองด้วยคำชี้แนะ เมื่อมารธาตัดพ้อที่เสด็จมาช้าน้องชายจึงตาย พระองค์ทรงไขข้อข้องใจ และเมื่อมารีย์ร้องไห้เสียใจเรื่องน้องชายตาย พระเยซูทรงกันแสงด้วยความโศกเศร้าด้วย

ลาซารัส ชายคนนี้เป็นคนละคนกับเรื่องลาซารัสกับเศรษฐี ในพระวรสารทั้งสองเล่ม เขาเป็นศูนย์กลางของครอบครัว เป็นน้องชายคนเดียวของมารธาและมารีย์ ไม่มีบทพูดของเขาในพระคัมภีร์ พบแต่บันทึกในพระวรสารว่า เขาป่วยหนักและตาย ถูกฝังไว้ 4 วัน แล้วการอัศจรรย์เกิดขึ้นคือเขาฟื้นคืนชีพโดยการทรงเรียกของพระเยซูเจ้า ต่อมาในยอห์นบทที่ 12 เห็นภาพที่เขานั่งร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซูคริสต์ที่บ้านเขาเอง ซึ่งเป็นงานเลี้ยงขอบพระคุณพระอาจารย์

มารธา เป็นพี่สาวคนโตของครอบครัว เธอชอบปรนนิบัติแขก โดยเฉพาะต่อพระเยซูเจ้าและสาวก ในวรสารนักบุญลูกา เราทราบว่าเธอฟ้องพระเยซูเรื่องของน้องสาวที่ไม่ยอมช่วยงานบ้าน ปล่อยให้เธอทำงานอยู่คนเดียว พอมาอ่านที่ยอห์น บทที่ 11-12 ทำให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วมารธาเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจเรื่องความเป็นพระเจ้าและพระคริสต์ของพระเยซู ที่เสด็จเข้ามาในโลก เมื่อน้องชายเจ็บป่วย เธอเชื่อมั่นว่าในเวลานั้นถ้าพระเยซูประทับอยู่ ลาซารัสต้องไม่ตาย

มารีย์ มารีย์คนนี้ คือมารีย์แห่งเบธานี (เพราะมารีย์มีหลายคน )ในพระวรสารนักบุญลูกากล่าวว่า เธอนั่งเงียบๆ แทบพระบาทพระเยซูเจ้า เพื่อฟังคำสอนของพระองค์ จนยอมทิ้งงานบ้าน ทำให้พี่สาวเคืองใจนำไปฟ้องพระเยซูเจ้า ต่อมาในยอห์น 11 เราเห็นภาพที่เธอกราบแทบพระบาทพระเยซู และทูล ว่า ถ้าพระองค์ประทับอยู่ด้วยน้องชายจะไม่ตาย ในยอห์นบทที่ 12 เธอได้นำน้ำหอมราคาแพงที่สุดมาชโลมพระบาทพระเยซูคริสต์ และใช้ผมของเธอเช็ดเท้า ทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์อันดีกับพระเยซูเจ้าและเหล่าสาวก เพราะว่ามิตรภาพนี้มีคุณค่ามากที่ทำให้สามารถเข้าใจกันลึกซึ้งและสามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

เมื่อมิตรภาพคือการร่วมทุกข์กันได้ ขอเล่าเรื่องที่ประทับใจจากเกาะลันตาอีกครั้ง เมื่อฉันและเพื่อนๆ ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมหนุนใจผู้ประสบภัยกลุ่มผู้ชายชาวเลที่ป่าช้าของหมู่บ้านคลองดาว ซึ่งชาวบ้านใช้ป่าช้านั้นเพื่อซ่อมแซมและตกแต่งเรือ พวกเราต้องพลอยติดดินโดยปริยาย เพราะชาวบ้านเขานั่งทำงานบนพื้นดินกลางป่าช้า พวกเขานั่งตกแต่งเรือที่ใช้เพื่อทำประมงน้ำตื้น เรือส่วนใหญ่เป็นเรือใหม่ เจ้าของกำลังทาสี วาดลวดลาย ฉันสอบถามเรื่องเรือที่เขาใช้หากิน เรียกว่า เรือหัวสูง พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรใด เพราะเป็นเรือใหม่ๆ นับสิบลำ สนนราคาลำละกว่าหนึ่งแสนบาท ชาวเลตอบว่าเพื่อนฝรั่งซื้อให้ ฉันแปลกใจว่าพวกเขาคือชาวประมงธรรมดา ทำไมถึงมีเพื่อนเป็นฝรั่งมากมายที่ใจดีช่วยซื้อเรือให้พวกเขาไว้ทำกิน คุณไก่ ตัวแทนชาวเล เล่าให้พวกเราฟังว่า ฝรั่งกลุ่มที่ว่านี้ เป็นนักท่องเที่ยว ที่เคยมาพักผ่อนที่เกาะลันตา เมื่อพวกเขาทราบข่าวว่า ชาวเกาะลันตาได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ พวกเขาได้บินไปเยี่ยมชาวเลกลุ่มนี้ และสอบถามว่าพวกเขาเสียหายอย่างไร เมื่อทราบว่าส่วนใหญ่เครื่องมือทำมาหากินเสียหาย พวกเขาจึงซื้อเรือให้ชาวเลหลายครอบครัวเพื่อไว้ทำมาหากิน แล้วชาวเลเหล่านี้มีความสัมพันธ์อะไรพิเศษกับฝรั่งหรือ คุณไก่บอกว่าพวกเรากับพวกฝรั่งเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นเมื่อพวกเราเดือดร้อน พวกเขาให้ความช่วยเหลือเพราะความเป็นเพื่อน ใช่ เพื่อนต้องช่วยเพื่อนสิ ฉันคิดถึงที่พระเยซูตรัสในยอห์น 15.13 ไม่มีผู้ใดมีรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือ การที่ผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน พระเยซูเจ้าทรงให้เพื่อน (มนุษย์) จนกระทั่งชีวิต นั่นคือมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเปรียบเทียบมิได้

2. มิตรภาพของพระเยซูเจ้า และสามพี่น้อง

ในพระวรสารนักบุญยอห์นบันทึกว่าพระเยซูทรงรักสามพี่น้องนี้ นี่คงเป็นเหตุให้พระองค์เสด็จเยี่ยม และพักกับพวกเขาเมื่อเสด็จไปเขตเบธานี มิตรภาพนั้นจึงทำให้มีความเป็นกันเองเกิดขึ้น

มารธา เป็นกุลสตรียิวที่ดีคือเป็นแม่ศรีเรือน ได้ดูแลเอาใจใส่แขกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งเชื่อกันว่าแขกที่มาพักบ้านของนางไม่ใช่พระเยซูแต่พระองค์เดียว คงมีสาวกทั้งสิบสองคนด้วย การมีแขกมาพักที่บ้านหลายคน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของบ้านที่เป็นสตรีทุกคนต้องช่วยกันต้อนรับแขก ในความสนิทสนมกันมากทำให้มารธากล้าฟ้องพระอาจารย์เกี่ยวกับน้องสาวมารีย์ ที่ไม่ได้ช่วยงานเธอเลย แต่กลับเลี่ยงงานไปนั่งฟังคำสอนของพระองค์ร่วมกับพวกผู้ชาย ( ซึ่งอาจจะยังไม่เหมาะกับสตรียุคนั้น ) แทนที่พระเยซูเจ้าจะคล้อยตามมารธา หรือเห็นด้วยว่ามารีย์ต้องเป็นกุลสตรีที่ดี คือควรช่วยเหลืองานบ้านตามที่พี่สาวติติงกับพระองค์ แต่กลับผิดความคาดหมาย เพราะพระเยซู ไม่ทรงคิดเหมือนกับชายยิวทั่วๆ ไป เพราะพระองค์ทรงชมเชยว่ามารีย์ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว นางไม่ควรจะถูกต่อว่า นับว่าพระองค์ทรงยกย่องสตรีอีกระดับหนึ่ง ฉันเองมาตรึกตรองดู บ่อยครั้งที่สตรีคริสตชนมักจะแสดงบทมารธาคือ ชอบปรนนิบัติ ที่เราอาจจะเรียกว่าสตรีใจศรัทธา (พูดในแง่บวก) เมื่อวัดมีงานฉลอง เทศกาลต่างๆ สตรีเหล่านี้มัวคอยแต่ต้อนรับแขกและดูแลอาหารการกินอย่างดี จนได้ละเลยที่จะฟังพระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสผ่านบาทหลวงหรือศิษยาภิบาล ยิ่งกว่านั้นพวกเธอรู้สึกตำหนิ สตรีที่ไม่ได้ช่วยทำอะไรด้วยซ้ำ แหม เมื่อเขียนมาถึงประโยคนี้แล้ว เกรงว่าจะไม่มีสตรีมาช่วยงานวัดหรือคริสตจักรแล้วสิ ฉันคิดเสมอว่าทำอย่างไรที่สตรีคริสตชนจะมีบทบาททั้งมารธาและมารีย์ อย่างสมดุลกัน

ฝ่ายมารีย์ เราอาจจะคิดว่าเธอมีบทบาทน้อยกว่าพี่สาว แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นได้ชัด ในความศรัทธาต่อพระเยซูคริสต์ เธอกล้าที่จะออกจากกรอบจารีตประเพณีของยิว ที่ว่าการศึกษานั่นเป็นของสุภาพบุรุษเท่านั้น เมื่อเธอได้รู้จักกับองค์พระเยซูแล้ว เธอสนใจจะฟังคำสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์เท่านั้น ซึ่งพระเยซูเองทรงสนับสนุนและเห็นชอบด้วย ว่าเธอได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว นับว่าพระเยซูเจ้าทรงแก้พันธนาการของสตรีที่เคยถูกม่านประเพณีมากางกั้น ว่าสตรีต้องอยู่เหย้าเฝ้าเรือน และไม่มีสิทธิ์ฟังคำสอน ส่วนมารีย์เองก็มีใจกล้าหาญเช่นกัน

3. การอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะความเชื่อ

อันที่จริงเรื่องลาซารัสตายแล้วฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้นเป็นจุดสุดยอดของการสำแดงของพระเยซูต่อสาธารณชนว่าพระองค์เป็นผู้ประทานชีวิต เพราะเรื่องนี้ยังเล็งถึงการสิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วย เมื่อพระเยซูเสด็จมาที่บ้านสามพี่น้อง มารธารีบไปพบพระองค์ เธอบอกความในใจถึงความเสียใจเมื่อขณะน้องชายป่วย พระเยซูไม่ได้ประทับอยู่ด้วย เพราะเธอมีความเชื่อวางใจในพระองค์ ว่าถ้าในเวลานั้นพระเยซูประทับอยู่ด้วย พระองค์ทรงมีฤทธิ์เดชที่จะช่วยได้ แต่เธอไม่ได้คาดหวังว่าเมื่อน้องตายไปแล้ว พระองค์จะชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ตามเธอเชื่อเรื่องการพิพากษาในวันสุดท้ายว่าในวันสุดท้ายน้องชายจะคืนชีพแน่นอน

ฝ่ายมารีย์นั้นมีความเศร้าโศกมากกว่าพี่สาว การร้องไห้ของเธอทำให้พระเยซูสะเทือนพระทัยยิ่งนัก จนพระองค์ทรงกันแสงด้วย การเศร้าโศกนี้แท้จริงแล้ว คือพระเยซูทรงพิโรธ อย่างยิ่งต่อความตาย หรือต่อมารซาตานคือผู้มีอำนาจแห่งความตาย ซึ่งทำให้มนุษย์เศร้าโศกไม่เชื่อและวางใจ การเสด็จเข้ามาในโลกนี้ของพระเยซูเพื่อให้ชีวิต ดังนั้นมารซาตานจึงเป็นศัตรูที่พระเยซูต้องเผชิญหน้า ...จนกว่าพระองค์จะได้ทรงปราบศัตรูทั้งสิ้นให้อยู่ใต้พระบาทของพระองค์ ศัตรูตัวสุดท้ายที่พระองค์จะทรงทำลายนั้นก็คือความตาย (1 โครินธ์ 15.25-26)

ก่อนที่พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่นี้ ประชาชนก็พูดถึงการอัศจรรย์ที่พระองค์เคยทรงทำมาก่อนหน้านี้ เช่นรักษาคนป่วยให้หาย คนตาบอดมองเห็นได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้เราผู้อ่านระลึกถึงว่าพระเยซูทรงเป็นทั้งแสงสว่างและชีวิต (ยน.8.12,9.5) ยิ่งกว่านั้นเมื่อ พระเยซูสั่งให้คนเปิดปากอุโมงค์ฝังศพของลาซารัส มารธาพี่สาวรีบทูลพระเยซูว่าน้องชายของเธอได้ตายมาสี่วันแล้ว ศพกำลังเน่าเหม็น แต่พระเยซูตรัสกับเธอว่า เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (ยน.11.40) แล้วพระองค์อธิษฐานในพระทัยทูลขอต่อพระบิดาเพื่อให้ลาซารัสฟื้น เพราะพระองค์กับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ยน.10.30) แต่เมื่อพระองค์ภาวนาออกเสียง จึงเป็นคำขอบพระคุณพระเจ้าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฝูงชนที่มุงอยู่ โดยเฉพาะประโยคว่า เพื่อเขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา (ข้อ 42) ในที่สุดลาซารัสฟื้นขึ้นมาจากความตาย เป็นหมายสำคัญเล็งถึงอำนาจของพระเยซูเจ้า

เรื่องเพราะความเชื่อและได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ฉันค่อนข้างประทับใจและศรัทธางานและชีวิตของคุณแม่เทเรซ่าแห่งกัลกัตตามาก อ่านจากหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับท่าน ตั้งแต่คุณแม่ยังมีชีวิตและหลังกลับไปหาพระเจ้า ภาพที่ชัดเจนกับฉันมาก คือเรื่องความเชื่อและศรัทธาต่อพระเยซูเจ้า ที่ท่านยอมมอบทั้งชีวิตเพื่อให้พระเยซูเจ้าประจักษ์ในชีวิตของท่าน พันธกิจของคณะซิสเตอร์เมตตาธรรมทั้งหมดที่คุณแม่เริ่มจากเลขศูนย์ เริ่มจากความขัดแย้ง แต่ท่านวางใจพระบิดาเจ้าพึ่งพาพระเยซูเจ้าเพียงผู้เดียว แล้วพระเจ้าทรงอวยพรการงานทั้งหมดให้ท่านอย่างไม่เคยขัดสน เพราะว่าคุณแม่เทเรซ่าเชื่อจึงได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

4.การฉลอง และชโลมพระบาทพระเยซูเจ้า

การฉลอง คือการแสดงความขอบคุณและชื่นชม เมื่อพระเยซูทรงชุบลาซารัสให้ฟื้นขึ้นมาจากคนที่ตายและมีชีวิต ที่บ้านของเขาจึงมีการเลี้ยงฉลอง เพื่อขอบคุณพระเยซู และเป็นการแสดงความยินดีกับพวกญาติมิตร อันที่จริง คริสตชนควรแสดงการขอบคุณพระเจ้าทุกครั้งที่ผ่านช่วงวิกฤตชีวิต หรือพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน ซึ่งในพระคัมภีร์ เราได้เห็นตัวอย่างมากมาย เช่น เรื่องบุตรล้างผลาญ เมื่อบุตรชายคนน้อง ได้ผลาญทรัพย์สมบัติทั้งหมด กลับมาหาบิดาด้วยความสำนึก และต้องการเริ่มต้นใหม่ ฝ่ายบิดารีบจัดงานฉลองต้อนรับลูกชาย ทันทีเพราะว่าชีวิตนั้นสำคัญกว่าสินทรัพย์ยิ่งนัก แต่ในยอห์นบทที่ 12 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการฉลองวันนั้นคือ มารีย์ได้ใช้น้ำหอมราคาแพงเท่ากับแรงงานของกรรมกรหนึ่งปี การกระทำของนางเช่นนั้นเป็นการแสดงออกถึงความรักที่เธอมีต่อพระเยซูเจ้าอย่างลึกซึ้ง จนเธอถ่อมตัวลงต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ การใช้ผมเช็ดพระบาทนั้น ตามธรรมเนียมยิวแล้ว สตรีต้องคลุมศีรษะเก็บผมให้มิดชิด แต่การที่มารีย์ใช้น้ำหอมแพงที่สุดและมีค่าที่สุดที่เธอมี และการยอมปล่อยผมท่ามกลางสาธารณชน นั้นเป็นการประกาศตัวเองของมารีย์ ว่าการกระทำเช่นนี้คือการแสดงความรัก ยอมจำนนและเทิดทูนพระเยซูเจ้าจนหมดใจ ซึ่งพระองค์มีค่าที่สุดจนไม่น่าอายที่เธอถวายเกียรติพระองค์เช่นนี้ ยิ่งกว่านั้นการกระทำของมารีย์วันนั้นเป็นการเล็งถึงความตายของพระเยซูคริสต์ เช่นที่พระวรสารลูกาบันทึกว่า เขาชโลมกายของเราก่อนเพื่อการศพของเรา (มก.14.8)

มิตรภาพของพระเยซูคริสต์กับพี่น้องสามคนนี้เป็นภาพของการเป็นสาวกแท้ และเป็นเพื่อนร่วมพันธกิจกับพระองค์ พวกเขายอมจำนนกับน้ำพระทัยและพระประสงค์ที่พระเยซูคริสต์ทรงมีต่อพวกเขา ในทำนองเดียวกัน การที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาในโลกนี้ ทรงเข้ามาอย่างมิตร และทรงเป็นมิตรกับทุกๆ คน เมื่อพระองค์ทรงเคาะประตูใจ คือบ้านของเรา เรายินดีตอบรับมิตรภาพของพระองค์ไหม?


 

หน้ารัง

แนะนำบทความหรือส่งบทความของท่านมาได้ที่ webmaster@issara.com

3 October, 2005

copyright@issara.com. 2005 Product by issara™