issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง |บทความ
article
เศษขยะที่มีลมหายใจ (1)
ศิรวิทย์

"ไม่มีสิ่งใดภายนอก ที่เข้าไปภายในมนุษย์ จะกระทำให้มนุษย์เป็นมลทินได้ แต่สิ่งซึ่งออกมาจากภายในมนุษย์ สิ่งนั้นแหละกระทำให้มนุษย์เป็นมลทิน" (มก.7:15)

ผมได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในงานของมูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคลอีกครั้งหนึ่ง ในพันธกิจของการบริการสังคม ด้านการดูแลเด็กชาย อายุประมาณ 7-14 ปี จำนวน 29 คนที่ประสบปัญหาในเรื่องของการถูกทอดทิ้ง ขาดคนดูแลเอาใจใส่ ไม่มีที่พักอาศัยอันเหมาะสม บ้างก็เร่ร่อนและแฝงตัวอยู่ตามมุมอับของท้องถนน ตรอกซอกซอย หรือ แหล่งเสื่อมโทรมทั่วไปของกรุงเทพมหานคร เด็กเหล่านี้มีสถานภาพไม่แตกต่างไปจากเศษขยะ เพราะถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน คือ ถูกทิ้ง เพียงแต่เขาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีลมหายใจ มีชีวิตเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ

นับเป็นวาระที่ 2 หลังจากที่เคยทำงานอภิบาลในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่บ้านฟาร์ม และเคยเขียนเรื่องลงในนิตยสารอิสระ ฉบับ เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2544 ในหัวข้อ งานอภิบาลเพื่อการกลับใจ แต่การทำงานคราวนี้ ผมต้องอยู่ประจำกับเด็ก ๆ ที่ศูนย์เมอร์ซี่ คลองเตย เป็นห้วงเวลานานประมาณ 6 เดือน (เริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2544) ทำให้ผมได้รับทราบ เข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการและวิธีการดูแลเด็ก ที่ถูกต้องและมีประสิทธิผล ว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุด มากกว่าการหยิบยื่นเพียงปัจจัยสี่ เพื่อว่าให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่เฉกเช่นมนุษย์ทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ที่มีอาหารเพื่อบริโภคครบ 3 มื้อ มีที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างสะดวกสบาย มีเครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องให้ความบันเทิงที่ครบถ้วน และดีกว่าที่อื่น ๆ ในละแวกเดียวกันแถบคลองเตยนี้ มีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่มากมายเหลือเฟือ และมีสถานพยาบาลที่พร้อมให้บริการเมื่อถึงคราวเจ็บป่วย แต่เขาเหล่านั้นกลับขาดอาหารทางใจ ที่จะฟูมฟักและหล่อหลอม เพื่อให้ชีวิตก้าวไปสู่ความเป็นบูรณภาพของตน ที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

ผมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงกระบวนการและวิธีการที่เหมาะสมมากกว่าการเลี้ยงดูแต่เพียงภายนอก คือ ทางร่างกายฝ่ายเดียว มิฉะนั้นแล้ว ผมอาจจะกลายเป็นคนนำทางที่ตาบอด (ถ้าคนตาบอดนำทางคนตาบอด ทั้งสองจะตกลงไปในบ่อ - มธ.15:14) ด้วยว่า ภารกิจหลักที่ผมได้รับมอบหมายก็คือ การทำให้เด็ก ๆ แยกแยะได้ว่าอะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว แล้วเลือกปฏิบัติตนให้เป็นไปตามทำนองคลองธรรมที่สุจริตชนพึงปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก ด้วยการอบรมปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้องควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมและสันทนาการต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนและความประพฤติ

ในช่วงแรกที่ผมมาใช้ชีวิตร่วมกับเด็ก ๆ มีหลายสิ่งที่ผมหนักใจในพฤติกรรมที่บกพร่องของเขาเหล่านั้น เช่น
1. ขาดระเบียบวินัย และการควบคุมบังคับตนเอง
2. เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาเปรียบผู้อื่น แต่ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ
3. มารยาทไม่ดี ทั้งคำพูดและการแสดงออกทางอากัปกริยา
4. ใช้ความรุนแรง เข้าแก้ไขปัญหาที่มีต่อกัน
5. ไม่สนใจและไม่เอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาเล่าเรียน
6. สามารถพูดโกหกได้อย่างหน้าตาเฉย
7. ไม่มีใจรักความสะอาดเท่าที่ควร
8. ชอบลักขโมยและล่วงละเมิดสิทธิอันชอบธรรมในการครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น
9. ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ ที่ได้รับมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว แต่ก็มีความอยากที่จะได้อยู่เรื่อย ๆ มีความดิ้นรนและกระวนกระวายที่จะแสวงหาแต่ไม่รู้จักพอ
10. เกียจคร้าน และไม่มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
11. ไม่มีน้ำใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น หรือยังไม่มีความเสียสละเท่าที่ควร
12. ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักการประหยัดอดออม
13. เด็กโตตั้งตัวเป็นใหญ่ (ขาใหญ่) ชอบข่มขู่ รีดไถ เอาเปรียบ และรังแกเด็กเล็กกว่า
14. ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่หรือทำตัวหน้าไหว้หลังหลอก คือ เชื่อฟังและทำดี เฉพาะอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่เท่านั้น เป็นการทำดี เพราะถูกบีบบังคับมากกว่าการสมัครใจที่จะเป็นคนดี
15. ขาดหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจและบรรทัดฐานทางศีลธรรม
16. และอื่น ๆ อีกมาก ยากแก่การบรรยาย

จากภาพลักษณ์โดยสรุปของเด็ก ๆ ที่ผมนำเสนอดังกล่าวข้างต้นนั้น แม้บางรายการจะปรากฏและสิงสถิตย์อยู่ในบุคคลที่อยู่ในวัยที่บรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม แต่มันเป็นสิ่งนอกประเด็นที่ผมจะกล่าวถึงเพราะเป็นไม้แก่ที่ดัดยากเสียแล้ว หากไปยุ่งเกี่ยวเข้าก็คงขั้นแตกหักหรือนำมาซึ่งความวิบัติต่อผู้ที่ทำตัว ส ใส่เกือก กับชีวิตของผู้อื่น หากไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่มันเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ สำหรับไม้อ่อน เฉกเช่น เด็ก ๆ เหล่านี้ ซึ่งหากเด็กคนไหนมีครบทั้ง 15 รายการและไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับคนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เพราะเขาเหล่านั้นจะเป็นเศษขยะส่งมลพิษต่อสังคม ไม่ใช่เพราะถูกทอดทิ้งแต่เป็นเพราะไร้คุณค่า สกปรก รกรุงรัง และเป็นภัยต่อสังคมต่างหาก

การดูแลเอาใจใส่จึงมิใช่แต่เพียงภายนอก แต่จะต้องเข้าไปนั่งทำงานในใจเขา เปรียบเหมือนการรักษาคนที่มีกลิ่นตัวรุนแรงโดยให้อาบน้ำ ชำระล้างร่างกายให้สะอาด แล้วใส่เครื่องหอม ไม่ว่าจะเป็นการทาแป้ง ใส่น้ำหอม เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ ไม่นานเท่าไหร่ เขาก็มีกลิ่นตัวอีก การรักษาต้องใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ เช่น ควบคุมเรื่องอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลต่อการมีกลิ่นตัวและ ปรึกษาแพทย์ เพราะสาเหตุมาจากเหงื่อที่ขับออกมาจากต่อมภายในร่างกาย มิใช่ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกที่มาแปดเปื้อนร่างกาย

สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน คือ สิ่งซึ่งออกมาจากภายในมนุษย์ นั่นคือ จิตใจ เพราะจิตใจมีบทบาทสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ ("…เพราะ จากภายในมนุษย์ คือจากใจมนุษย์มีความคิดชั่วร้าย การล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน การผิดผัวผิดเมีย การโลภ ความอธรรม การล่อลวงเขา ราคะตัณหา อิจฉาตาร้อน สารพัดการชั่วนี้ เกิดมาจากภายในและทำให้มนุษย์เป็นมลทิน" มก.7:21-23)

จากวารสารดอนบอสโก ฉบับ มีนาคม-เมษายน 2544 มีบทความพิเศษที่น่าสนใจมาก เรื่อง อบรมมโนธรรมให้เด็ก ๆ ซึ่งไม่ได้ระบุนามผู้เขียนได้กล่าวถึง การแก้ปัญหาสังคมอย่างถูกจุด ความว่า…

"การเสริมพลังจากภายนอกนั้นสำคัญ การวางกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ทำได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างสำนึกภายในใจของเราเองต่างหาก การมีมโนธรรมที่ถูกต้องเที่ยงตรง เป็นวิธีการเดียวที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ถึงแก่นแท้ ของการกระทำต่าง ๆ การกระทำที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรมนั้น มนุษย์มีศูนย์ควบคุมกำกับเรียกว่า มโนธรรม"

หรือถ้าจะพูดตามภาษาของกระบวนการ PRH (Personality and Human Relations) แล้วละก็ อาจกล่าวได้ว่า มโนธรรมลึกซึ้ง คือ ศูนย์กลางแห่งการสังเคราะห์ เป็นศูนย์กลางที่คอยรับข้อมูลจากศูนย์สั่งงานทั้ง 4 ศูนย์ ในตัวมนุษย์ได้แก่ ธาตุแท้ สติปัญญา ความรู้สึก ร่างกาย แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นผลสรุป ถือได้ว่า เป็นศูนย์กลางของตัวบุคคลในขบวนการของการเจริญเติบโต
 

 

หน้ารัง | บทความ |

16 พฤศจิกายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001