ในยุคสมัยนี้ เมื่อมีการซื้อขายสินค้า บางครั้งทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
ย่อมต้องมีการทำสัญญาต่อกัน โดยมีเงื่อนไขพื้นฐานที่ว่า สินค้านั้นจะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
และในขณะเดียวกันผู้ซื้อต้องชำระเงินตามวงเงินที่กำหนดไม่ว่าจะเป็นการจ่ายงวดเดียว
หรือผ่อนชำระก็ตาม ยิ่งสินค้ามีราคาสูงมาก เช่น บ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ หรืออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์
เงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ก็จะมีมากขึ้นด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้รับประโยชน์อย่างยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
และหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของสัญญาก็ย่อมมีการคืนสินค้า
คืนเงินหรือจ่ายค่าปรับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อผูกมัดของสัญญา
สำหรับการแต่งงานก็มีการทำสัญญาด้วยเช่นกัน แต่มีค่ายิ่งใหญ่กว่าการซื้อขายสินค้าเพราะเป็นการทำสัญญาด้วยความสมัครใจอย่างอิสระต่อหน้าพระเป็นเจ้า
โดยชายและหญิง ขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อกัน ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย
เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติ์ ซึ่งกันละกัน จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ในฐานะคู่สามีภรรยากัน
ชึ่งเป็นความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป และคงเป็นไปไม่ได้ที่ต่อมาภายหลัง
ฝ่ายชายจะส่งภรรยาของตนกลับคืนไปให้พ่อตา แม่ยาย ของตน โดยอ้างว่าฝ่ายหญิงขาดคุณสมบัติของการเป็นภรรยาที่ดี
เหมือนกับว่าเป็นสินค้าที่ขาดคุณสมบัติ หรือไม่ได้มาตรฐาน เพราะพิธีสมรสนี้เป็นพันธสัญญาอย่างถาวร
สิ่งที่พระเจ้าได้รวมมนุษย์ให้ใกล้ชิดสนิทกัน จึงไม่ควรแยกออกจากกัน ดังนั้น
ผู้เป็นสามี ควรรักภรรยาของตน เหมือนรักตัวเอง หรือดุจดังที่รักร่างกายของตนเอง
และในขณะเดียวกัน ผู้เป็นภรรยาก็ควรเคารพและให้เกียรติสามีของตน เพื่อหล่อหลอม
สายสัมพันธ์ให้ดำรงอยู่ตลอดไป
เหตุว่าหญิงนี้มาจากชาย เพราะเหตุนี้ชายจะละจากบิดามารดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา
และทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน (ปฐก.2:24) ความเป็นเนื้อเดียวกันคงมิใช่หมายความว่า
เนื้อหนังมังสาของชายและหญิงที่เป็นคู่สมรสกัน จะหล่อหลอมจนกลายเป็นบุคคลคนเดียวกัน
ด้วยร่างกายที่รวมเป็นหนึ่งเดียว
พี่น้องที่รัก เราจะสังเกตเห็นว่า ความเป็นชายและความเป็นหญิง มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน
ทั้งทางร่างกาย สภาพทางจิตใจ ความสามารถและความถนัด ฝ่ายชายมีความแข็งแรงทางสรีระมากกว่าฝ่ายหญิง
แต่ความอ่อนโยนและความละเอียดอ่อน ด้อยกว่าฝ่ายหญิง
ผู้ชายสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ในขณะที่ผู้หญิงขาดความถนัดด้วยขีดจำกัดของสมรรถภาพทางร่างกาย
เช่น การซ่อมแซมบ้าน ที่บางครั้งต้องปีนป่าย และผู้หญิงก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างที่ผู้ชายไม่อยากจะทำเพราะต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบสูง
เช่น งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย แต่เมื่อทั้งสองใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกัน ศักยภาพที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดหายไป
ก็ได้ชดเชยให้แก่กันและกัน จนท้ายที่สุดนำไปสู่ศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ครบครันของการมีชีวิตร่วมกัน
เหมือนกับถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นบุคคลคนเดียวกัน เพราะมีเป้าหมายและวิธีการของการใช้ชีวิตคู่ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามแผนชีวิตที่ทั้งสอง
ร่วมกันสานฝันกันไว้ ดังคำกล่าวที่ว่า การแต่งงานทำให้ชายและหญิง เป็นทองแผ่นเดียวกัน
แต่การที่จะให้คนสองคน รวมใจเป็นหนึ่งเดียว คงเป็นการยากหากต่างฝ่าย ต่างพอใจที่จะเข้าใจเฉพาะความต้องการของหัวใจตนเองเท่านั้น
เพราะการผสมกลมกลืนของการใช้ชีวิตร่วมกันนั้นจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองก้าวเดินไปพร้อมๆ
กัน Do not walk ahead of me, I may not know the
way to follow. Do not walk behind me, I may not know the way to lead.
Just walk with me as friends forever. อย่าเดินนำหน้าฉัน เพราะฉันอาจจะไม่รู้หนทางที่จะตาม
อย่าเดินตามหลังฉัน เพราะฉันอาจไม่รู้หนทางที่จะนำ ขอเพียงแต่เดินเคียงข้างฉันในฐานะเพื่อนตลอดไป
ข้อความดังกล่าวเป็นการสะท้อนความรู้สึกของคู่รักที่ต้องการความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนคู่ชีวิต
เป็นเพื่อนร่วมทางที่ก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นทั้งสองควรพยายามเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
ด้วยการหมั่นฟังความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ มากกว่าที่จะพูดเพื่อเสนอความต้องการของตนเองให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังอย่างเดียว
ทั้งนี้ เพี่อปรับให้กลายเป็นความต้องการในเป้าหมายเดียวกัน การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวย่อมอยู่บน
พื้นฐานของความรักและความเข้าใจต่อกันอย่างแท้จริง
พระเจ้าทรงพอพระทัยให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงเนรมิตมาเพราะพระเมตตาของพระองค์ได้รับเกียรติ์สูงสุด
ในการสะท้อนภาพแห่งความรักของพระองค์ ซึ่งปรากฏออกมาในการดำเนินชีวิตคู่ร่วมกันด้วยเหตุว่า
สิ่งที่เขาทั้งสองปฏิบัติต่อกันด้วยความรักและถ่ายทอดลงมาสู่บุตรด้วยบรรยากาศของครอบครัวที่อบอุ่น
ย่อมเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความรักของพระองค์อย่างแท้จริง ดังนั้น ขอให้ทั้งสองดำเนินชีวิตคู่
อย่างศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่มนุษย์คู่อื่นๆ ต่อไป
|