" ทุกๆ วันผมก็ได้แต่ภาวนาเพื่อพระเจ้าจะได้บรรเทาความเจ็บปวดของผม
ถวายความทุกข์ต่างๆ ที่ได้รับแด่พระเยซูเจ้าร่วมกับพระมหาทรมาน ของพระองค์เพื่อครอบครัวและทุกคนที่ผมรู้จัก....ทุกวันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพระต้องให้ของขวัญชิ้นนี้กับผม
พระต้องการอะไรจากผม สิ่งนั้นคือ การยอมรับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน เหมือนพระองค์นั่นเอง
เป็นของขวัญที่มีค่ากว่าเพชรใดๆ เสียอีก ผมภูมิใจและขอบคุณพระเสมอที่พระรักผม
ทำให้ผมได้สัมผัสกับความรักที่หาค่าไม่ได้ มันคุ้มค่าจริงๆ กับการทุ่มเทชีวิตในการติดตามพระองค์ตลอดเวลาในการรับใช้พระองค์ด้วยชีวิตของผมเอง
ได้เลียนแบบอย่างชีวิตของพระองค์ในส่วนที่เป็นความทรมาน ความทุกข์ แม้จะไม่ใช่บทเทศน์ที่แหลมคม...
ร่างกายอาจจะไม่สมบูรณ์แต่ในแต่ละวันผมพยายามทำให้จิตวิญญาณของผมสมบูรณ์ก็เพียงพอแล้ว"
นี่คือส่วนของคำพยานชีวิตของบราเดอร์เปาโล ฉกรรจ์ แก้วบุญกว้าง ("ไม่ต้องมีคำถามว่าทำไม?...อีกต่อไป"
อิสระรายปักษ์ ฉบับที่ 3 ปีที่ 2 ปักษ์แรก สิงหาคม 2004 หน้า 10)
เช้าวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2005 ขณะเริ่มทำงาน
ฉันได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากน้องเหมียว น้องสาวของ บ.เก่งว่า พี่เก่งตายแล้ว
ตายเมื่อเช้ามืดนี้ ฉันเงียบไปเพราะอึ้ง และบอกน้องเหมียวว่าเดี๋ยวค่อยโทรไปคุยด้วย
ดูเหมือนน้องเหมียวจะเข้าใจ เธอรีบบอกฉันว่า พี่พีพีทำใจก่อนนะคะ แล้วค่อยคุยกัน
ไม่อยากเชื่อว่าจะได้รับข่าวนี้ทั้งๆ ที่ได้เตรียมใจไว้บ้างแล้ว เพราะช่วงหลังที่คุยโทรศัพท์กัน
น้องเก่งจะบอกว่าเหนื่อยมาก เจ็บที่ปอด หายใจติดขัด บางวันมีไข้ พร้อมทั้งขอคำอธิษฐานภาวนาพิเศษ
เพื่อขอให้ความบรรเทาเจ็บปวด และฉันจะอธิษฐานให้น้องเก่งทางโทรศัพท์เสมอ
น้องเก่ง เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีมาก และด้านจิตวิญญาณก็ดีมากด้วย หลังจากอ่านบทความคำพยานชีวิตของเขาในเดือนสิงหาคม
2004 ฉันได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจ แล้วเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและสนิทสนมกันแบบไม่น่าเชื่อ
เราคุยโทรศัพท์กันสม่ำเสมอเกือบหนึ่งปี เราพูดคุยกันได้เกือบทุกเรื่องและจะจบลงด้วยคำอธิษฐานขอพรจากพระเจ้า
ให้รักษาและบรรเทาจากโรคมะเร็ง ระยะสุดท้าย
น้องเก่งเป็นแฟนบทความของฉันในอิสระรายปักษ์ เขาจะให้คำชมฉันเสมอว่าเขียนเข้าใจง่าย
และความหมายลึก ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่าจริงหรืออยากให้กำลังใจผู้เขียน บทสนทนาของเราก็มักจะถกเถียงเกี่ยวกับบทความของฉันด้วย
บทความสุดท้ายของฉันที่น้องเก่งได้อ่าน คือ "จากลันตาถึงป่าตึง"
เขาบอกว่าเมื่ออ่านบทความนี้จบลง เขาอยากหายป่วย จะได้กลับไปเรียนต่อเพื่อออกไปรับใช้พระเจ้า
เขาอยากเห็นพี่น้องคริสตังมีจิตใจถวายการรับใช้ร่วมกับบาทหลวง และให้ทำบุญแก่วัดด้วยของดีๆ
ไม่ใช่ของที่ตัวเองไม่ใช้แล้ว และอยากจะเขียนจดหมายไปให้กำลังใจคุณพ่อทิวาที่ป่าตึง
รวมถึงหลายๆ ท่านที่กำลังภาวนาให้เขา และช่วยเหลือด้านปัจจัย
เมื่อต้นปีนี้ฉันได้ไปเยี่ยมน้องเก่งที่บ้านคำเกิ้ม นครพนม การไปเยี่ยมของฉันครั้งนั้น
น้องเก่งบอกว่า เขาดีใจมากเพราะพระเจ้าทรงตอบคำภาวนาของเขา ฉันอึ้งเพราะไม่เคยคิดว่าใครจะภาวนา
ขอพระให้ฉันไปเยี่ยม ฉันจึงขอบคุณพระเจ้า เพราะการอัศจรรย์สำหรับเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ดีใจที่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจของเขา ทรงประทานโอกาสให้เราได้เจอตัวเป็นๆ
กันตอนอยู่ในโลกนี้ ในเวลาที่เหมาะสม
หลายวันก่อนเมื่อคิดถึงน้องเก่ง ฉันคิดถึงชีวิตนักบุญเปาโล (นักบุญอุปถัมภ์
บ.เก่ง) ในหนังสือ ฟิลิปปี บทที่ 1 ในข้อ 20-23 ...พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ
แม้จะโดยชีวิตหรือความตาย เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้า การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์
และการตายก็ได้กำไร ถ้าข้าพเจ้ายังจะมีชีวิตอยู่ในร่างกายข้าพเจ้าก็จะทำงานให้เกิดผล
...ข้าพเจ้ามีความปรารถนาที่จะจากไปเพื่ออยู่กับพระคริสต์ซึ่งประเสริฐกว่ามากนัก
ดังนั้นเมื่อฉันมีโอกาสไตร่ตรองความจริงของชีวิต จึงเข้าใจคำพูดของท่านเปาโลว่าแท้จริงแล้ว
น้องเก่งได้กำไรเพราะว่าเขาได้จากพวกเราไปสู่โลกใหม่ของพระเจ้า ซึ่งพระบิดาที่รักทรงรอคอยเขาอยู่
และจะไม่มีวันจากกันอีกเลย เพราะสถานที่นี้คือที่ที่พระผู้ช่วยให้รอดของเราได้จัดเตรียมไว้ให้ตามพระสัญญาว่า
อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วยในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก
ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเรา
เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย (ยอห์น 14.1-3) ฉันเข้าใจว่าน้องเก่งได้จากไปอยู่กับพระเยซูเจ้าแล้ว
ยิ่งกว่านั้น ผู้เขียนสดุดียืนยันว่า พระเจ้าทรงให้ความสำคัญกับบรรดาผู้เชื่อที่จากโลกนี้ไป
เช่น มรณกรรมแห่งธรรมิกชนของพระองค์ สำคัญในสายพระเนตรของพระเจ้า (สดด 116.15)
โดยการตายน้องเก่งได้กำไรเพราะว่า เขาได้พบพระเยซูเจ้า แม่พระ เหล่านักบุญตลอดจนบรรพชนผู้ล่วงหลับไป
เขาได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักที่ได้จากมาก่อน
โดยการตายน้องเก่งได้กำไร เพราะเขาได้รับการปลดปล่อยจากธรรมชาติของบาป เราอาศัยอยู่ในโลกที่เสื่อม
มีความผิดบาปมากมาย สารพัดสิ่งที่ชั่วร้ายที่โหมเข้ามาแต่ละวัน เมื่อน้องเก่งได้เป็นผู้ที่รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่ทรงรักโลกและมนุษย์ทุกคน
การตายของน้องเก่งคือการจบสิ้นการต่อสู้ในโลกที่ชั่วร้าย และเขาได้มีชัยชนะร่วมกับพระเยซูคริสต์
โดยความตายน้องเก่งได้กำไรเพราะความอมตะ พ้นจากความทุกข์โศกเสียใจเพราะว่า
พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆ หยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ
การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว
พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่
(วิวรณ์ 21.4-5)
ฉันมีโอกาสรู้จักน้องเก่งเป็นส่วนตัว ได้พูดคุยเรื่องความเชื่อความศรัทธาในองค์พระผู้เป็นพระเจ้า
เขายังมีความหวังใจ ปรารถนาจะได้รับการรักษา และมีอายุยาวนาน เพื่อจะได้รับใช้พระเจ้าต่อไป
แท้จริงแล้วตลอดเวลาของการเจ็บป่วย ฉันเชื่อว่าเขาได้ทำพันธกิจของพระเจ้าอย่างบริบูรณ์แล้ว
เพราะเขาไม่เคยต่อว่าพระเจ้า ไม่สงสัยน้ำพระทัยพระเจ้าที่ให้เขาผจญโรคร้ายนี้
เขายอมรับมันด้วยความชื่นชมยินดี น้องเก่งยังห่วงใยคนอื่นๆ เสมอ ระลึกถึงพวกเขาในคำภาวนา
เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอมากแล้ว พระบิดาเจ้าที่รักทรงรับเขาไปอยู่กับพระองค์อย่างสงบ
ดังนั้น สำหรับฉันในฐานะพี่สาวในพระคริสต์ กล้ายืนยันว่าน้องเก่ง หรือ สามเณร
เปาโล ฉกรรจ์ แก้วบุญกว้าง คงพูดเหมือนท่านเปาโลว่า
ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด
ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว ต่อแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า
ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาอันชอบธรรมจะประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น
(2 ทิโมธี 4.7-8)
|