| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
ที่กรุงปารีสและในชนบท คุณพ่อบาร์เรได้รับสมญานามว่าเป็น "หนึ่งในอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชีวิตฝ่ายจิตแห่งศตวรรษ" หลายคนรู้สึกประทับใจในพรพิเศษที่ท่านสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ ช่วยให้เขาเปิดใจพร้อมที่จะให้พระเป็นเจ้าได้สัมผัสเขา และช่วยให้แต่ละคนตอบสนองพระองค์ในรูปแบบของตนเอง ดวงตาของท่านแสดงถึงความเมตตา ความเป็นมิตร แต่เป็นคนที่เคร่งครัด ท่านทราบว่าจะรับใช้พระเป็นเจ้าอย่างไม่เต็มใจไม่ได้ ท่านปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ไม่เอาจริงเอาจัง และแจ้งให้ทราบว่าท่านจะช่วยได้ก็เฉพาะแต่ "ผู้ที่แสวงหาพระเยซูเจ้าแต่ผู้เดียว และพร้อมที่จะมอบตนเองโดยสิ้นเชิงไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ทำให้เขาเป็นอิสระ ไม่ปรารถนาสิ่งใด ทั้งทางโลกและทางธรรม"
ท่านเน้นในเรื่องนี้ เพราะพระเป็นเจ้าต้องการให้เรามอบทุกอย่าง และมีใจเมตตาสงสาร เพราะพระองค์ทรงให้อภัยทุกอย่าง หลายคนทราบเพราะได้รับฟังคำแนะนำของท่าน และอีกหลายคนได้ยินท่านเทศน์ มีสุภาพสตรีจากตระกูลสูงผู้หนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อ และอยู่ในสังคมที่ไม่น่าไว้วางใจอยู่เป็นเวลาหลายปี บัดนี้ เธอจะไม่หยุดพูดถึงประสบการณ์ชีวิตของเธอกับทุกคนที่อยากฟังเรื่องของเธอ
เธอเล่าว่า "ดิฉันทราบดีว่าจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของดิฉัน อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนได้พาดิฉันไปพบกับคุณพ่อบาร์เร ท่านก็เริ่มพูดตรงๆกับดิฉันเกี่ยวกับการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของพระเป็นเจ้า ทำให้ดิฉันตกใจกลัวมาก ดูเหมือนว่าดิฉันจะไม่มีวันได้ชดเชยหรือใช้โทษบาปที่ได้กระทำในชีวิต เมื่อท่านเห็นว่าดิฉันมีความกังวลใจมาก ท่านจึงได้พูดถึงความเมตตาของพระเป็นเจ้า พระองค์พร้อมที่จะให้อภัย ดิฉันได้สัมผัสกับความรักของพระองค์ จนถึงกับทำให้จิตใจที่แข็งกระด้างนั้นอ่อนลง มีความหวังอย่างมหาศาลในพระเมตตาของพระเป็นเจ้า"
คุณพ่อบาร์เรฝึกฝนตนเองให้อยู่เฉพาะพระพักตร์พระเป็นเจ้าตลอดเวลา ทั้งในเวลาทำงานและเวลาภาวนา ผู้ที่สังเกตเห็นท่านจะรู้สึกแปลกใจ มีน้อยคนที่มีท่าทีน่าเคารพนับถือ มีความสำรวมและสุภาพถ่อมตน ในบรรยากาศอันเงียบสงบนี้ จะได้ยินคำพูดที่ทำให้เราตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า จากความสงบนี้เองที่ทำให้คำพูดของท่านมีพลังดุจถ่านไฟที่ลุกโชนในจิตใจของผู้ฟัง มีหลายคนที่ขอให้ท่านเป็นวิญญาณรักษ์ เช่น ผู้ที่หลงผิด คนมีปัญหา ไม่มีความมั่นใจและใจแข็งกระด้าง พระสงฆ์ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียก ท่านใช้ความพยายามสุดความสามารถที่จะนำพวกเขาไปพบพระเป็นเจ้า
"ทำอย่างไรวิญญาณมนุษย์จึงจะได้สัมผัสพระเป็นเจ้า?"
สิ่งนี้มิใช่การกระทำหรือวิธีที่เราจะต้องใช้ แต่เป็นพระเป็นเจ้าพระองค์เองที่ประทานพระพรนี้ เราสามารถให้คำแนะนำ แต่เราไม่สามารถทำให้คนกลับใจหรือก้าวหน้าในชีวิตฝ่ายจิตได้ ถ้าท่านอยากจะให้ความร่วมมือกับการทำงานของพระเป็นเจ้า ท่านต้องไม่ผูกพันกับสิ่งใดๆทั้งสิ้น ปรารถนาแต่สิ่งเดียวคือ ให้พระเป็นเจ้าเข้าไปทำงานในจิตใจมนุษย์ พระจิตเจ้าจะเป็นผู้นำทางแต่ละคน เราต้องปล่อยตัวไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ และร่วมมือกับพระหรรษทาน เพราะการเจริญก้าวหน้าในชีวิตจิตนี้เป็นสิทธิ์ของพระองค์
"จะต้องทำอย่างไรเมื่อมีคนมาขอความช่วยเหลือ ให้แนะนำด้านชีวิตภายใน"
เราควรจะสร้างเสริมสิ่งดีๆ มากกว่าจะมุ่งทำลายสิ่งชั่ว จงมีท่าทีที่เป็นมิตรเพื่อจะได้ชนะใจคน อย่าดูถูกเขา จงทำเหมือนชาวสะมาเรียผู้ใจดี ชโลมเขาด้วยน้ำมันและเหล้าองุ่น ที่สำคัญคือ จะต้องฟังมากกว่าพูด บ่อยครั้ง พระจะประทานความสว่างตามที่เราต้องการจากบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นเอง พระเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของวงกลมซึ่งจะหาได้จากทุกทิศทาง เราต้องระวังอย่าพาใครออกนอกเส้นทางชีวิตของเขา มิฉะนั้น เขาจะเดินหลงททาง
"เส้นทางบางสายออกจะลึกลับ คำแนะนำของเรา บางครั้งไม่ได้ให้ความบรรเทาใจใครเลย"
เราต้องฟังคนที่มีความทุกข์หรือถูกทดลองด้วยความอดทน ร่วมทุกข์กับเขา แม้เราไม่รู้ว่าจะช่วยเขาอย่างไร ก็ให้รอพระเป็นเจ้า พระองค์จะเป็นผู้บรรเทาใจเขา คำพูดที่สุภาพอ่อนหวานย่อมช่วยให้ผู้ขมขื่นรู้สึกดีขึ้น จะช่วยสนับสนุนเขา จนทำให้เขาเกิดความเข้าใจในทางสร้างสรรค์ได้ เราต้องนำเขาไปหาพระตามวิถีชีวิตตามธรรมชาติของเขาเช่นเดียวกับการนำขององค์พระจิตเจ้า แล้วทีละเล็กละน้อย ค่อยๆพาเขาไปในหนทางที่สูงกว่า ตามที่เราจะสังเกตเห็นแรงดึงดูดที่จะเข้าหาพระมีมากน้อยเพียงใด
"คำแนะนำพวกวิญญาณรักษ์ เพื่อช่วยผู้ปรารถนาจะเปิดใจให้พระจิตเข้าครองชีวิตเขาอย่างจริงจัง"
เราต้องพร้อมที่จะชี้ว่าอะไรเป็นน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า บางครั้ง เราก็ต้องทนเจ็บเตรียมที่จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ การตรวจสอบ การขัดแย้งและการใส่ความ ซึ่งอาจจะมาจากคนที่มีความรู้สูง แต่ว่ามุมมองของเขายังเป็นแบบมนุษย์เกินไป จงระลึกเสมอว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และเพื่อจะได้ทุกสิ่งมาเป็นของเขา จะต้องยอมเสียทุกอย่าง
อย่าให้ความสนใจกับฐานะทางสังคมของลูกวิญญาณของเรา แต่จะต้องอบรมทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม ให้แสวงหาหนทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ฝึกให้เขาพูดน้อยลง และให้มีประสบการณ์ในบรรยากาศที่เงียบ รู้ตัวว่าอยู่ต่อหน้าพระเป็นเจ้า
สำหรับผู้มีปัญหาในการติดตามพระองค์บนเส้นทางนี้ จงอย่าทำให้เขาท้อถอย สอนให้เขารู้จักรอคอยด้วยความเพียรทน รอวันเวลาซึ่งพระเป็นเจ้าจะเสด็จมาประทับในดวงใจของเขา มารักษาบาดแผลที่ซ่อนเร้นอันเนื่องจากความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง และความมุ่งหวังที่จะแสวงหาพระองค์
|
27 ตุลาคม 2000
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000