| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
โดย Jerry Filteau จาก "Tidings" หนังสือพิมพ์รายปักษ์ของชาวคาทอลิกแคลิฟอร์เนียใต้ ฉบับวันที่ 7 มกราคม 2000 |
ปี 1054 การแตกแยกครั้งยิ่งใหญ่ (Great Schism) ได้แบ่งศาสนาคริสต์ออกเป็นสองส่วน ศาสนจักรออร์โธด๊อก (Orthodox) ของภาคตะวันออก และพระศาสนจักรลาติน (Latin) ของภาคตะวันตก ต่างฝ่ายต่างใช้อำนาจสูงสุดตัดขาดอีกฝ่ายหนึ่งออกจากพระศาสนา (mutual excommunications)
ปี 1096 เริ่มสงครามครูเสดส์ (Crusades) โครงการของพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2 ที่ทรงปรารถนายึดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (Holy Land) กลับคืนมาจากศาสนาอิสลาม (Islam) ได้ก่อให้เกิดสงครามครูเสดส์ที่รบกันเป็นช่วงเวลา เป็นเวลาสองศตวรรษและสิ้นสุดในปี 1291 ชาวมุสลิมได้ยึดเอเคอร์ (Acre) กลับคืนไป ระหว่างสงครามครูเสดส์ได้เกิดกองทัพนักรบและคณะนักบวชโรงพยาบาล ความสำคัญในการแสวงบุญ (pilgrimages) สำหรับชีวิตทางจิตวิญญาณ และการค้าขายระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันตก
ปี 1209-15 คณะนักบวชถือความยากจน (Mendicant Orders) นักเทศผู้มีพรสวรรค์ นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (St. Francis of Assisi) และนักบุญโดมินิก (St. Dominic) ได้ตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกันและโดมินิกัน ซึ่งมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้ง ต่อการฟื้นฟูชีวิตทางจิตวิญญาณของคริสตชน และพระปรีชาญาณของพระศาสนจักรจนทุกวันนี้
ปี 1215 สังคายนาลาเทอรันครั้งที่ 4 (Fourth Lateran Council) ในสมัยกลางสังคายนาครั้งสำคัญนี้ได้บัญญัติเป็นข้อความเชื่อ เมื่อพระสงฆ์เสกศีล ปังและน้ำองุ่นได้เปลี่ยนเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า (doctrine of transubstantiation) พระศาสนจักรได้ตั้งกฎข้อบังคับ การแก้บาปและการรับศีลมหาสนิทอย่างน้อยปีละครั้งในกำหนดปาสกา
ปี 1265-73 งานเขียนยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเทวศาสตร์ ("Summa Theologiae") ของนักบุญโธมัส อะไควนัสผู้ซึ่งได้อธิบายอย่างละเอียดและให้ความรู้ทางเทวศาสตร์อย่างแตกฉานแก่พระศาสนจักร เป็นรากฐานแห่งความคิดเห็นของคริสตชนทางภาคตะวันตกเป็นศตวรรษๆ ตราบจนปัจจุบันนี้
ปี 1452-55 พระวรสารพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์กูเทนเบิร์ก (Gutenberg Bible) เป็นครั้งแรกที่หนังสือถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อัตโนมัติ เป็นจุดเริ่มต้นของสื่อมวลชน (mass media) และเป็นการปฏิวัติทางวัฒนธรรม (cultural revolution) ส่งผลกระทบศาสนา การศึกษา การค้าขาย การเมืองและวัฒนธรรม
ปี 1483-98 การไต่สวนและปราบปรามคนที่มีความเชื่อพิสดารในประเทศสเปน (Spanish Inquisition) โครงการต่อต้านผู้ที่มีความเชื่อขัดกับพระศาสนจักรภายใต้การนำของทอร์คีมาดา (Torquemada) ได้ประหารชีวิตประมาณ 2000 คน ด้วยเหตุนี้ พระศาสนาคาทอลิกถูกกล่าวหาว่าได้ทำทารุณกรรมอันโหดเหี้ยม ซึ่งเป็นการกระทำที่มนุษย์ไม่อาจทนได้
ปี 1492 การล่าประเทศอเมริกาเป็นอาณานิคม (Colonization of America) การเดินทางโดยทางเรือของโคลัมบัส (Columbus) ได้นำนิกายต่างๆ ที่เชื่อถือพระเป็นเจ้ามายังโลกใหม่ เป็นการเริ่มประกาศศาสนาทั่วโลกในทวีปอเมริกา ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเซีย และโอเชียนเนีย และเป็นการเริ่มล่าอาณานิคมกว่า 4 ศตวรรษของประเทศในทวีปยุโรปซึ่งส่งผลกระทบต่อการเมือง และวัฒนธรรมต่างๆ (European political and cultural colonialism)
ปี 1500s ศิลปสมัยฟื้นฟูวิทยาการใหม่ (Renaissance art) ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระศาสนจักร นักสถาปัตย์และนักศิลปอันวิจิตรงดงาม เช่น ไมเคิ้ล แเองเจลโล (Michelangelo), ราฟาเอล (Raphael), และลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ได้สร้างผลงานลือลั่นไปทั่วโลก เป็นการส่งเสริม และทำนุบำรุงวัฒนธรรมของพระศาสนจักร โดยการใช้งานศิลปและสถาปัตย์ชั้นนำเป็น เครื่องมือเผยแพร่ความศรัทธาของคริสตชนต่อพระเยซูคริสตเจ้า พระนางพรหมจารีมารีอา และนักบุญทั้งหลาย
ปี 1517-21 การปฏิรูปศาสนาของนิกายโปรแตสตันท์ (Protestant Reformation) ในปี 1517 มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ได้ส่งวิทยานิพนธ์ 95 เรื่องไปลงหนังสือพิมพ์ ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในการเทศน์เกี่ยวกับพระคุณการุณย์ สี่ปีต่อมาเขาถูกอัปเปหิจากพระศาสนจักร (excommunicated) คาลวิน (Calvin) ได้เอากิจกรรมปฏิรูปศาสนาของมาร์ติน ลูเธอร์ มาจัดตั้งเป็นสถาบันขึ้น ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการแตกแยกออกจากศาสนาคริสต์ที่สำคัญครั้งที่ 2
ปี 1534 ผู้แทนพระคริสตเจ้า ได้รับมอบอำนาจสูงสุดจากพระเป็นเจ้า บนแผ่นดินนี้ (Act of Supremacy) พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 (Henry VIII) ได้ตั้งพระศาสนจักรแห่งอังกฤษ ขึ้นมาแข่งกับพระศาสนจักรคาทอลิก ท้าทายอำนาจสูงสุดที่พระเป็นเจ้า ได้ทรงมอบให้กับพระสันตะปาปา ผู้แทนของพระองค์ในโลกนี้
ปี 1539-40 นักบุญอิกญาซิโอแห่งโลโยลา (St. Ignatius of Loyola) พระสันตะปาปาได้อนุมัติให้ท่านตั้งคณะเยซูอิต ซึ่งเป็นคณะนักบวชที่มีบทบาทสำคัญในพระศาสนจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา
ปี 1545-63 สังคายนาแห่งเมืองเทร้นท์ (Council of Trent) การโต้ตอบของศาสนาคาทอลิกต่อการปฏิรูปศาสนา (the Reformation) เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกกฎหมายของพระศาสนจักร และการอธิบายถกข้อความเชื่อต่างๆที่ถูกโจมตีโดยการปฏิรูปศาสนา หลังจากสังคายนาครั้งนี้ได้มีการตั้งสามเณราลัย การปรับปรุงจารีตพิธีกรรมทางศาสนา และการทำหนังสือคำสอนสากล
ปี 1596 การเป็นหนึ่งเดียวกันแห่งเมืองเบรสท์ (Union of Brest) ศาสนจักรออร์โธด๊อกซ์ รูธีเนี่ยน (Ruthenian Orthodox) และพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกได้ตกลงรวมกันเป็นศาสนาเดียว เป็นการกลับคืนสู่พระศาสนาจักรมารดาของศาสนจักรออร์โธด๊อกซ์ หลังจากการแตกแยกกันเป็นเวลาเกือบ 400 ปี
ปี 1633 นักวิทยาศาสตร์กาลิเลโอถูกลงโทษ (Galileo condemned) สำนักวาติกันประกาศว่า การค้นพบของนักดาราศาสตร์โคเปอร์นิกัส ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ ก่อให้เกิดการตึงเครียด และการเป็นศัตรูกันระหว่างพระศาสนจักร กับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จนถึงศตวรรษที่ 20
ปี 1789-1801 การปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส (French Revolution) และข้อตกลงระหว่างทางโลกกับทางธรรมในปี 1801 (Concordat of 1801) สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกล้มล้าง พระศาสนจักรหมดอำนาจที่แท้จริง ฆราวาสขึ้นมามีอำนาจในพระศาสนาคาทอลิก ได้เกิดข้อตกลงระหว่างทางโลกกับทางธรรม การให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา และการให้พระศาสนจักรมีสิทธิอย่างเต็มที่ ในการแต่งตั้งพระสังฆราช สงครามระหว่างพวกที่ไม่เชื่อถือพระเป็นเจ้า กับชาวคาทอลิกได้ยุติลง แต่สำนักพระสันตะปาปายังคงประณามหลักการของคณะปฏิวัติเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ
ปี 1848-70 การสูญเสียพระสันตะอาณาจักร (Loss of Papal States) ขบวนการชาตินิยมในประเทศอิตาลี ได้บีบพระอาณาจักรของพระสันตะปาปาให้มีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดในปี 1870 ได้มีการยึดกรุงโรมเป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี และการจำกัดอาณาเขตของสำนักพระสันตะปาปาให้อยู่ในบริเวณเล็กๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่า นครวาติกัน (Vatican)
ปี 1850s-1960s ข้อความเชื่อและความศรัทธาต่อพระนางมารีอา (Marian dogmas and devotion) การประกาศข้อความเชื่อของพระสันตะปาปาถึงการปฏิสนธินิรมลทินของพระนางมารีอา (Mary's Immaculate Conception) ในปี 1854 และการยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนาง (Assumption) ในปี 1950 และแม่พระประจักษ์ที่ลูร์ดส์ (Lourdes) ในปี 1858, ที่น๊อกค์ (Knock) ในปี 1879, ที่ฟาติมา (Fatima) ในปี 1917 ได้ทำให้เกิดการเผยแพร่ความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารีมารีอาไปทั่วโลก การตั้งคณะนักบวชใหม่ๆใช้พระนามของพระนาง การจัดตั้งองค์กรฆราวาสต่างๆ และพลมารี การประชุมใหญ่ระดับโลกซึ่งทุกประเทศส่งตัวแทนมาเข้าประชุมเรื่องแม่พระ และกลุ่มคริสตชนที่พร้อมใจกันพิจารณาข้อความเชื่อใหม่ๆ และสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความศรัทธา ต่อพระนางพรหมจารีมารีอา มารดาพระเจ้า
ปี 1869-70 สังคายนาวาติกันครั้งแรก (First Vatican Council) เป็นการสังคายนาพระศาสนจักรทั้งครบเป็นครั้งแรก นับจากสังคายนาเมืองเทร้นท์ ได้มีการยืนยันและการประกาศเป็นทางการ อำนาจอันสมบูรณ์เด็จขาดของพระสันตะปาปา ในการปกครองพระศาสนจักร และการไม่รู้จักผิดพลาดของพระองค์ ในการสอนข้อความเชื่อ และเรื่องศีลธรรม (infallability)
ปี 1878-1903 พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 (Pope Leo XIII) ในปี 1879 พระองค์ได้เริ่มโครงการฟื้นฟูพระปรีชาญาณ ของพระศาสนาคาทอลิก โดยทรงออกคำสั่ง ให้สอนวิชาเทวศาสตร์ ของนักบุญโทมัสอะไควนัส ในสำเณราลัยทุกแห่ง ในปี 1891 พระสมณสารของพระองค์ "สภาพแรงงาน" "(Rerum Novarum", on the condition of labor) เป็นจุดเริ่มต้นคำสั่งสอนของพระองค์ ทางด้านสังคมสงเคราะห์ของพระศาสนาคาทอลิกสมัยใหม่
ปี 1939-45 การล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust) ในสงครามโลกครั้งที่สอง ฮิตเล่อร์ ผู้ต่อต้านพระคริสตเจ้า (Antichrist) ได้สังหารชาวยิวประมาณหกล้านคน เป็นผลทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ หลังสงครามเป็นศตวรรษๆ ท่าทีต่อชาวยิวและศาสนายูเดว ของพระศาสนาคาทอลิกและของนิกายต่างๆ ที่เชื่อถือพระเป็นเจ้า
ปี 1945-90 การกำเนิดและการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ (Rise and Fall of Communism) การเบียดเบียนศาสนาได้เริ่มจากรัฐประหารที่รัสเซียในปี 1917 และได้ถึงจุดสุดยอดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ขยายอาณาเขตข้ามทวีปยุโรปภาคตะวันออกเข้าไปในประเทศจีน เกาหลีเหนือ และเวียดนามเหนือ ทำให้เกิดมรณะสักขีมากมายในยุคใหม่ การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในทวีปยุโรปภาคตะวันออกและสหภาพโซเวียด ซึ่งเป็นชื่อเดิมของประเทศ ได้คืนสิทธิในการนับถือศาสนาแก่ผู้ที่มีความเชื่อในพระเป็นเจ้าหลายล้านคน
ปี 1960-?? จิตตารมณ์แห่งการเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนาคาทอลิก (Catholic Ecumenism) ในการย่างเข้าศตวรรษที่ 20 จิตตารมณ์แห่งการเป็นหนึ่งเดียวได้เปลี่ยนแปลงพระศาสนาคาทอลิก และขบวนการหนึ่งเดียวของนิกายต่างๆ ที่เชื่อถือพระเป็นเจ้า การร่วมมือกันในโครงการต่างๆ การสวดภาวนาร่วมกัน การพบปะสนทนากัน และการประกาศร่วมกันในข้อความเชื่ออันเดียวกันได้เข้าแทนที่การแตกแยกกัน การขอขมา และการเน้นถึงการแยกออกจากกัน
ปี 1962-65 สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 (Second Vatican Council) ได้มีการเปลี่ยนแปลงจารีตพิธีกรรมทางศาสนาและให้คริสตชนในสมัย ปัจจุบันมีส่วนร่วมในพิธีกรรมอย่างศรัทธา การศึกษาพระคัมภีร์และทุกแง่ทุกมุมในชีวิตของคริสตชน รวมทั้งการเข้าใจอย่างถ่องแท้นิกายต่างๆ ที่เชื่อถือพระเป็นเจ้า และศาสนาอื่นๆ ได้มีการวางระบบใหม่ คำสั่งสอนเกี่ยวกับสิทธิในการนับถือศาสนา และบทบาทของประเทศต่อศาสนา
ปี 1978 พระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 (Pope John Paul II) เป็นพระสันตะปาปาองค์แรก ที่ไม่ได้เป็นชาวอิตาลีนับตั้งแต่ปี 1523 ซึ่งเป็นผลจากสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 และเป็นการแพร่ธรรมแบบสมัยใหม่สำหรับสหัสวรรษที่ 3 ตามกิจกรรมต่างๆในสมณสมัยของพระองค์ พระองค์ทรงดูแลควบคุมบทบัญญัติใหม่ๆ ของกฎหมายพระศาสนจักร คำสอนสากลฉบับใหม่ และการประกาศของพระศาสนาคาทอลิก และนิกายลูเธอรันถึงเรื่องการทำให้ชอบธรรม (Justification) พระองค์ได้เดินไปทั่วโลกเป็นระยะทางกว่า 700,000 ไมล์ ทำลายสถิตที่รวมกันของพระสันตะปาปาทุกองค์ในอดีต
หมายเหตุ: ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้อุตส่าห์ส่งข้อความมาลงในบทความนี้: คุณ Lou Panarale อยู่ที่รัฐวอชิงตัน คุณ John Thavis, คุณ Cindy Wooden และ คุณ John Norton อยู่ที่กรุงโรม |
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000