ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน.8:32)
คอลัมน์ประจำ:
หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | คุยกันก่อน | มุมสนทนา | มุมบันเทิง | ป.ล.โมลิ่ง | บทความ | บทกวี | คำสอนคาทอลิก | มุมภาวนา | เสริมศรัทธา | ติดต่อเรา

บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล

ความหวังของมนุษยชาติ
มิชชั่น

 

หากพิจารณาดูความหวังของมนุษย์ มีหลายเรื่องที่มนุษย์เราคาดหวัง แต่ในที่สุด ก็คือ “ความสันติสุข” ที่เกิดขึ้นในจิตใจ เพื่อที่จะบรรลุความสุขที่ตนต้องการนั้น ทำให้เกิดวิธีการมากมาย ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็อาจเป็นการทำลายความสุขของผู้อื่น การขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อเป้าหมายนั้นถูกขัดขวาง โดยที่บางครั้ง คนที่ทำก็ยังไม่เข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของตนเอง อย่างเช่น การค้าขาย ที่แข่งขันกันดุเดือด, การปกครองระบอบเผด็จการ ฯลฯ

พระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ทำหลายอย่างมากมาย ตามฐานะของพระองค์ เพื่อให้เกิด “ความสันติสุข” บางครั้งพระองค์ก็เข้าไปแตะต้องระบอบเผด็จการในสมัยสงครามเย็น แต่ขณะเดียวกัน ทุนนิยมที่อยุติธรรม พระองค์ก็เป็นมโนธรรมให้โลกเสรีได้คิดเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้แสงสว่างแห่งสัจธรรมในองค์พระเยซูเจ้าได้สาดส่องไปถึง

พระวาจาจากประกาศกอิสยาห์ ชี้ให้เราเห็นถึงบทบาทใหม่ของเยรูซาเล็ม “เมืองแห่งสันติสุข” ที่จะชายแสงไปทั่วนานาชาติ “เยรูซาเล็มเอ๋ย จงลุกขึ้นฉายแสง เพราะว่าความสว่างของเจ้ามาแล้ว...”(อสย.๖๐,๑) ถ้ามองเยรูซาเล็มปัจจุบันก็ยังมีความขัดแย้งอยู่ แต่กลับเป็นที่ที่ศาสนิกมากมาย หวังจะได้ไป            

“เยรูซาเล็ม” ที่ประกาศกอิสยาห์ทำนาย น่าจะเป็น “พระศาสนจักร” ได้ไหมในโลกปัจจุบัน? พระศาสนจักรที่ยังอยู่ในโลกและพยายามเป็นมโนธรรมของโลก เป็นแสงสว่างของโลก คริสตชน ควรสำนึกว่ากิจการดีใดๆ ก็ตามที่ตนทำ ควรเป็นการทำในนามของพระเป็นเจ้า เมื่อหน่วยย่อยเข้าใจบทบาทของตน ภาพรวมก็จะออกมาดีเองโดยอัตโนมัติ

ปีนี้เป็นปีแห่งการแพร่ธรรม พระสันตะปาปา ได้พยายามทำตามบทบาทหน้าที่ของพระองค์ในระดับบน พระสังฆราช พระสงฆ์นักบวชก็พยายามทำหน้าที่ตน ในระดับท้องถิ่น แล้วเราคริสตชนซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่ของพระศาสนจักร ทำอะไรบ้างเพื่อมีส่วนร่วมในการฉายแสงของพระเยซูให้กับคนรอบข้างในที่ของเรา...

มีหญิงคนหนึ่ง ได้บ่นถึงสภาพยากจนของตนเอง ถึงลูกๆ ที่ต้องเลี้ยงดู แล้วก็สรุปว่า เธอไม่อาจจะช่วยพระองค์ได้เพราะภาระที่ตนมี แต่พระองค์ก็ทรงเลี้ยงดูเธอและครอบครัวให้มีกินทุกวันผ่านทางเพื่อนบ้าน และผู้มีน้ำใจดี  เธอบอกพระองค์ว่า ขอให้ฉันมีฐานะดีสักหน่อย ฉันถึงจะทำงานช่วยพระองค์ พระองค์ไม่ได้ให้เธอมีการงานดี แต่กลับให้ลูกของเธอมีการมีงาน ก็ส่งเสียเลี้ยงดูเธอ เธอบอกว่า เวลานี้ฉันมีสุขภาพไม่ดี คงทำงานให้พระองค์ไม่ได้เต็มที่ พระองค์ไม่ได้ให้เธอหายจากโรค แต่ทำให้เธอสามารถแบ่งปันความเจ็บป่วยกันคนที่มาเยี่ยมเธอได้ บางทีพระเจ้า ก็ไม่ได้ให้เราเป็นแสงสว่างของพระองค์ตามที่เราคิด แต่พระองค์ปรารถนาให้เรารู้จักที่จะเปิดใจให้พระองค์ทำงานผ่านตัวเรา

นักปราชญ์ทั้งสาม อาจเป็นตัวแทนของคนรอบข้างเรา เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน อาจเป็นเพื่อนของลูกๆ หรือลูกค้าของเรา ที่กำลังแสวงหาความ “สันติสุข” ซึ่งเขาอาจไม่ได้บอกเราว่า เขากำลังตามหาสันติสุขหรือพระเยซูเจ้า นักปราชญ์ทั้งสามต้องการหาเพียงได้เฝ้ากษัตริย์พระองค์ใหม่ จนเมื่อดาวนำทางพวกเขามาถึงพระเยซูเจ้า

คนรอบข้างเรา เขาก็ไม่ได้บอกว่า เขามาหาพระเยซูเมื่อมาติดต่อกับเรา แต่ถ้าเขาได้รับความสันติสุขกลับไปหลังจากได้พบเรา เราก็ไม่แตกต่างจากดาวที่จะนำทางพวกเขา ทีละเล็กทีละน้อย เรากลับกลายเป็นเครื่องมือ ที่จะนำเขาไปพบกับความเชื่อของเรา ผ่านทางชีวิตและคำพูด ลำพังพระสงฆ์นักบวช คงไม่อาจติดต่อกับทุกคนได้หมด  แต่เราคริสตชนทำได้ พระองค์กำลังทำให้เราแต่ละคนเป็น “ดาว” นำทางแห่งสันติสุขในองค์พระเยซูเจ้าไปสู่คนรอบข้าง...

ถ้าเราไม่มีกระแสเรียกเป็นธรรมทูตในต่างแดน ก็ขอให้เราเป็นธรรมทูตในที่ที่เราอยู่ ในที่ทำงานที่เราทำ อย่างน้อยก็ให้เขารู้ว่า คริสตชนมีอะไรพิเศษที่น่าสนใจ น่าสนใจที่เรามีความสันติสุขในใจได้ แม้ในเวลาที่ลำบาก

จงเปลี่ยนมุมมองที่เห็นแต่เพียงความทุกข์ของตนเอง แต่จงมองออกไปในโลกกว้างด้วยความหวังในพระเยซูเจ้า ประเทศไทยเปิดการค้าเสรีขนาดนี้แล้ว เราจะไม่ปรับตัวให้พบกับสิ่งใหม่ๆ หรือ? เราคงต้องมองชีวิตเราให้กว้างและไกลกว่าปัจจุบัน ดาวนั้นอยู่สูงฉันใด  เราคริสตชน ก็ต้องมีความเชื่อให้สูงฉันนั้น...

 

 

หน้ารัง

แนะนำบทความหรือส่งบทความของท่านมาได้ที่ webmaster@issara.com

19 January, 2006

copyright@issara.com. 2005 Product by issara™