issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง l บทความ

article

สัมภาษณ์ บร.ฉกรรณ์ แก้วบุญกว้าง
กอง บอ กอ


สัมภาษณ์ บร.ฉกรรณ์ แก้วบุญกว้าง
นักศึกษาวิทยาลัยแสงธรรมชั้นปีที่ 1

โดยรายการ “คลื่นภาษาใจ” ช่วงเวลาแห่งความหวังและกำลังใจ
"มะขิ่น" ดำเนินรายการ

“...กำลังใจหรือแรงบันดาลใจนั้น เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างความอบอุ่นในหัวใจ ทุกครั้งที่คุณได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์แม้เพียงคนเดียวในชีวิต นั่นหมายความว่า...คุณได้จุดความสว่างให้โลกเพิ่มขึ้น...”

คุณผู้ฟังที่รักทุกท่าน วันนี้เรามีบราเดอร์ฉกรรณ์ แก้วบุญกว้าง หรือบราเดอร์เก่ง มานั่งอยู่กับเราค่ะ ขณะนี้บราเดอร์เก่งกำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม ชั้นปีที่ 1

ทราบว่าบราเดอร์เก่งไม่สบาย?
เป็นมะเร็งครับ เป็นที่กระดูก มะเร็งกระดูก

เป็นมานานรึยังคะ?
ก็...อาจจะบอกได้ว่าเป็นมานานเพราะหมอบอกว่าคงจะสะสมเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว สักวันหนึ่งเมื่อมีอะไรไปกระตุ้นมันหรือว่ามีสารที่เป็นตัวก่อ มันก็จะแสดงอาการออกมา

มีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าไม่สบายคะ?
ก่อนหน้าเดือนตุลาคม 2546 นั้น ล้มที่บนดอย ก็ไม่ได้เอะใจ ข้อมือเจ็บ คิดว่าล้มเจ็บธรรมดา ไม่ได้สงสัยว่าจะเป็นขนาดนี้ ช่วงเย็นที่วิทยาลัยจะเล่นกีฬา ผมก็ชอบวิ่งรอบวิทยาลัย วิ่งกับเพื่อน วันนั้นวิ่งมากกว่าทุกวัน ทีนี้ ไม่ได้วอร์มก่อนวิ่ง ก็เลยรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ รู้สึกเจ็บขึ้นมาก็เลยนวดเหมือนคนเจ็บกล้ามเนื้อและเจ็บนานด้วย นวดก็ยังไม่หาย เจ็บๆ หายๆ ก็นึกว่าเจ็บกล้ามเนื้อ พอดีช่วงเดือนตุลาคมได้ไปเช็คที่บ้านเกิด จังหวัดนครพนม หมอเอ็กซเรย์ดู หมอเลยรู้ว่าเนื้อและกระดูกผิดปกติ ต้องพักตรวจที่โรงพยาบาล เจาะหน้าแข้งด้านซ้ายใต้เข่าประมาณคืบนึง กรีดเนื้อไป 1 นิ้วเพื่อเอาไปเช็คที่โรงพยาบาลรามาธิบดีกรุงเทพ ช่วงที่รอผล ผมก็คิดว่า เอ! ถ้าเราเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เราจะทำใจได้หรือเปล่า คิดคนเดียว จินตนาการคนเดียว เพราะว่าถ้าเจาะเนื้อแบบนี้เป็นใครก็สงสัยแล้ว แล้วก็เลยรอไปจนถึงเดือนตุลาคม ผมก็ไม่ได้คิดเอะใจ ผมก็กินโน่นกินนี่ ใช้ชีวิตปกติทั่วไป ก็ไปล้างแผลทุกวัน ช่วงเดือนพฤศจิกายนมาเรียน ก็เลยไม่ได้ฟังผลที่นครพนม ก็มาเช็คดูที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเค้าก็ส่งผลมาจากนครพนม หมอบอกว่าเป็นมะเร็งที่กระดูก ต้องผ่า หรือพูดง่ายๆว่าต้องตัดขา”

ทำไมคะ?
เพราะเขาบอกว่าต้องเปลี่ยนกระดูกเพราะเป็นเยอะแล้ว ต้องตัดอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายก็แพง ก็เลยโอนบัตร 30 บาทมาที่โรงพยาบาลรามา คิดว่าทำไมต้องเกิดกับเรา ทำไมต้องเป็นเราด้วย ทั้งๆ ที่เราก็ทำดีมาตลอด ช่วยเหลือแบ่งปันคนอื่น ทำไมต้องเกิดกับเรา ก็คิดนะว่าจะตัดขาดีมั้ยเพราะตอนนั้นก็ยังเดินได้อยู่ ยังเล่นกีฬาได้ ยังวิ่งได้ ขยันไปล้างแผลที่อนามัยบ่อยๆ ก็ปรึกษาพี่สาวว่าจะเอาอย่างไรดี พี่มาหา มาดูว่าจะเอายังไงดี

แล้วคุณพ่อคุณแม่ทราบรึยังตอนนั้น?
ทุกๆ คนรู้ ผู้ใหญ่ก็รู้ บอกผู้ใหญ่และปรึกษาผู้ใหญ่ ทุกคนก็คิด ก็หนักใจ ต่างฝ่ายก็ต่างหนักใจเหมือนกัน ก็มาสรุปว่าก็แล้วแต่ตัวผมเอง เพื่ออนาคตและเพื่อความสบายใจของเรา ตอนนั้นมีคำสั่งตัดขา พอถึงวันตัด วันที่ 17 พฤศจิกายน ผมจำได้แม่น ก็ไม่รู้ …คงเกิดอาการทำใจไม่ได้ เพราะตอนนั้นวิ่งได้ ยังทำอะไรได้เหมือนคนอื่นเขา ไม่ตัด! คิดจะไม่ตัด สรุปแล้ววันที่ 17 ก็ไม่ได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามา เกิดความเครียดมาก อยู่ที่วิทยาลัย รักษาตัวเอง 2 เดือน

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจตัดขา?
เนื้อมันกระทุ้งออกมาจากรอยแผล มันออกมาเรื่อยๆ 3 วัน มันใหญ่กว่าลูกแอ๊ปเปิ้ล แต่ผมก็ทนได้

แล้วมีอาการเจ็บปวดไหมคะ?
ครับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ บางทีพอลุกขึ้นยืน เลือดก็ไหลออกมาที่ขาเพราะว่าเลือดมันอยู่ข้างบน ลุกขึ้นยืนฉี่ทีไร เลือดก็ไหลอาบขาตลอดจึงจำเป็นต้องนั่งฉี่ วันไหนลุกขึ้นไปตรงนั้นตรงนี้ เลือดมันก็ไหล บางครั้งช่วยพิธีกรรมกับเพื่อน เลือดก็ไหล ห้ามเลือด ห้ามวันแล้ววันเล่าเพราะกลัวแผลติดเชื้อด้วย แผลออกมาใหญ่ ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว พอดีช่วงปิดเรียน เพื่อนๆก็กลับบ้าน ผมตัดสินใจตัดขาแล้ว เพราะเท่าที่ดูๆมันเป็นมาก มีเนื้อออกจากขา พอวันที่ 1 ก็เลยตัดสินใจชวนพี่ให้พาไปตัดขา (ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มกราคม ปีใหม่พอดี) พอไปถึงโรงพยาบาลหมอก็ให้ตัดทันที

พอหมอเห็นนอาการแล้วก็คือต้องให้ตัดเลย?
ครับ เพราะไม่ตัดก็คงไม่ได้แล้ว ตัวเองก็เลยทำใจได้ ณ วินาทีนั้นเลย เพราะมันไม่ไหวแล้วปวดมากเลย

คือยังไงก็ได้ใช่ไหมคะ ที่ทำให้เราพ้นจากความเจ็บปวดไปได้?
ครับผม เพราะไม่ไหวแล้วมันปวดมากเหลือเกิน ทุกคนก็รับได้เพราะก่อนหน้าที่จะไปตัดก็ได้บอกพ่อแม่และครอบครัวแล้ว และทุกคนบอกว่าก็แล้วแต่เราว่าจะตัดหรือไม่ตัด หลังจากตัดขาแล้วก็นอนอยู่โรงพยาบาล 1 อาทิตย์ แล้วค่อยกลับไปพักรักษาตัวต่อที่วิทยาลัยแสงธรรม (บ้านเณร)

หลังจากตัดขาแล้วรู้สึกยังไง?
ทำใจได้ครับ และรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกลูกหนึ่งออกจากอก เพราะมันปวดมานาน

คำถามนี้ขอถามในฐานะคนฟังคนหนึ่งก็แล้วกันนะคะ คือการที่คนเราซึ่งปกติมีอวัยวะครบสามสิบสอง แต่อยู่ดีๆวันหนึ่งมีบางชิ้นบางส่วนมันหายไปจากเรา ความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกอย่างไร? ตอนตัดขาแล้ว ก้มมองขาที่เคยวิ่งเล่น ไปไหนมาไหน เล่นกีฬาได้ แล้วมันก็หายไป รับสภาพตอนนั้นได้ขนาดไหนคะ?
ก่อนหน้าที่จะไปตัดก็คิดแล้วว่าถ้าเราตัดขา เราก็ต้องกลายเป็นคนพิการนะ แล้วเราจะรับตัวเองได้รึเปล่า ก็คิดอยู่นาน คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ได้คำตอบกับตัวเราว่า ยังไงมันก็เกิดขึ้นกับตัวเราแล้ว ทำไมเราจะรับเรื่องของเราไม่ได้ ในเมื่อมันเกิดขึ้น ยอมรับได้ไหม ใจลึกๆ บอกว่าต้องได้ เพราะมันเป็นชีวิตของเรา เราก็ต้องใช้มันและเดินหน้าต่อไป
และช่วงนั้นหลังตัดขาก็จะมีทั้งเพื่อนและผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมมาปลอบ และมาให้กำลังใจตลอดเวลา แต่บางครั้งก็แอบร้องไห้คนเดียว และก่อนหน้านั้นผมก็ได้ฟังรายการคลื่นภาษาใจนี่แหละ เพราะมีคุณพ่อบางคนเค้าแนะนำให้ฟังเพราะเราก็มีเรื่องทุกข์ใจอยู่ บางทีฟังไปก็ร้องไห้ไปคนเดียว แล้วก็ถามตัวเองว่าทำไม ทำไมถึงต้องเป็นเรา ก็คือยังไม่สามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา เพราะฉะนั้น เวลาอยู่คนเดียวก็เลยมักมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นเสมอ ว่าทำไมต้องเป็น? ก็ไปเย็บแผล ไปหาหมอกายภาพเป็นช่วงๆ จนกว่า แผลจะหายและตอนนี้แผลก็หายแล้ว

แล้วตอนนี้มีใครดูแลอยู่คะ? แล้วยังอยู่ที่วิทยาลัย (บ้านเณร) อยู่หรือเปล่า และยังเรียนหนังสือตามปกติอยู่มั้ย
ครับ ยังพักอยู่ที่บ้านเณร มีพี่สาวคอยดูแล แต่ไม่ได้เรียนแล้ว พี่สาวผมดีมากเลยครับ และผมต้องขอขอบคุณพี่สาวของผมผ่านทางรายการนี้ด้วยนะครับ และวันนี้พี่สาวของผมก็ฟังอยู่ ผมกับพี่สาวฟังเกือบทุกวันเพราะเป็นรายการที่ให้พลังใจและฟังแล้วก็มีแรงใจให้เราต่อสู้กับชีวิต

เห็นบอกว่าตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องยอมรับให้ได้?
ครับ เพราะชีวิตของผมตอนนี้เหมือนถูกขีดเส้นแดงไว้แล้วระหว่าง “อยู่” กับ “ตาย”คือตอนนี้ผมเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้ว ระยะที่4 ทีแรกก็เป็นแค่มะเร็งกระดูก แต่ว่าตอนนี้มันเป็นมะเร็งที่เนื้อด้วย และมันก็ลุกลามมาที่ปอด ผมก็ไม่รู้ตัวและตั้งตัวไม่ติดเพราะเร็วมาก ตอนนี้ที่ผมอยู่ได้ บอกตรงๆ นะครับว่าอยู่ได้ด้วยความเชื่อเท่านั้น ทุกเช้าผมจะสวดและวอนขอพรจากพระ และสิ่งนี้เองทำให้ผมมีกำลังใจและมีความมั่นใจที่จะอยู่ให้ได้ ช่วงนี้ก็ต้องไปให้คีโม (เคมีบำบัด) ทุก 3 อาทิตย์ ซึ่งหมอบอกว่าหยุดเชื้อมันไว้เพื่อไม่ให้มันกระจายหรือแสดงอาการออกมา และผมก็คงต้องดูแลตัวเองไปเรื่อยให้สุขภาพแข็งแรงไว้ ช่วงนี้เย็นๆ ก็ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ถ้าอ่านหนังสือก็จะอ่านเกี่ยวกับเรื่องอะไรที่ทำให้เรารู้สึกบรรเทาใจ เพราะช่วงนี้คนมาเยี่ยมบ่อยก็เลยทำให้เพลิดเพลินไปในแต่ละวัน

แล้วเคยรู้สึกไหมคะว่าพอนึกถึงวันข้างหน้าแล้วมีความกลัวและความกลัวก็ทำให้เราหมดหวังหมดกำลังใจ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้ชีวิตถูกขีดเส้นแดงไว้แล้ว?
ตั้งแต่มีชีวิตมา ผมก็พยายามทำดีประพฤติดี ก็รู้สึกตัวว่าผมเองก็ได้เตรียมตัวเองมาดีพอสมควร โดยเฉพาะด้านจิตใจ มีอยู่ตอนหนึ่งที่อยู่บ้านเณร ในระหว่างร่วมพิธีกรรม เนื้อที่ขามันก็โผล่ออกมา คุณพ่อ (พระสงฆ์) ที่เห็นก็เลยทำพิธีกรรมให้ผม คือ พิธีศีลเจิมคนป่วยหนัก เพราะตอนนั้นผมเหมือนคนกำลังจะตายจริงๆ ข้าวก็ทานไม่ได้ ไม่มีแรง พอไปตัดขามาแล้ว ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังใจมาจากไหน อาจเป็นเพราะคำภาวนาของทุกคนที่ส่งให้ผมกระมัง เพราะหลายๆคนที่ได้ยินข่าวการป่วยของผม บ้างก็โทรศัพท์มาหา บ้างก็มาเยี่ยม บ้างก็ภาวนาให้ เยอะมาก เป็นนักบวชบ้าง ฆราวาสบ้าง กลุ่มนี้กลุ่มนั้น เยอะมาก ผมได้รับกำลังใจเยอะมากจริงๆ ก็เลยทำให้เราสามารถฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกครั้ง จนทำให้ผมลืมว่าผมเนี่ยกำลังเป็นขั้นสุดท้ายอยู่นะ เพราะเพลินไปกับกำลังใจที่ได้รับ และมีกำลังใจที่จะมีชีวิตและสามารถต่อสู้ให้ได้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ดิ้นรนว่าจะต้องกินยาอะไร จะได้ยาดีมาจากที่ไหน ไม่เลย ไม่ได้ดิ้นรน! พยายามทำชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด ก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี และที่สำคัญจะดูแลจิตใจให้ดีที่สุด

กว่าจะสามารถสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ?
ผมสามารถสร้างกำลังใจและยอมรับสภาพตัวเองได้ เพราะความเชื่อล้วนๆครับ บางครั้งผมก็คิดนะครับว่าปาฏิหารย์มันมีอยู่แล้ว แล้วจะเกิดขึ้นกับเราได้มั้ย ถามตัวเอง บางครั้งผมก็อยากได้ปาฏิหารย์ที่ทำให้ผมหายได้ หมอบอกว่าอาจจะหายหรือไม่หาย ก็คือสามารถควบคุมมันอยู่ แล้วก็ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแค่นั้น ตัวเองก็พยายามสร้างกำลังใจให้ตัวเองทุกวัน ก็คือไม่โทษตัวเอง สร้างกำลังใจทุกขณะ

จากการพูดคุยที่ได้สัมผัสตรงนี้ รู้สึกว่าบราเดอร์เก่งได้พบกับปาฏิหารย์นั้นแล้ว เพราะมันไม่ง่ายเลยที่เราจะสามารถยอมรับได้ มีกำลังใจ ความหวังได้ในขณะที่เรายังไม่รู้เลยว่าวันไหนความตายจะมาเยือนเรา แต่บราเดอร์เก่งยังสามารถยิ้มได้ และนี่หรือเปล่าคะ “ปาฏิหารย์เกิดขึ้นแล้วกับบราเดอร์เก่ง!”

ทางรายการคลื่นภาษาใจขอขอบคุณบราเดอร์เก่ง ฉกรรณ์ แก้วบุญกว้าง ขอขอบคุณคุณพ่อเจริญ นันทการ ขอขอบคุณพี่สาวบราเดอร์เก่ง และเพื่อนๆที่วิทยาลัยแสงธรรม ที่เปิดโอกาสให้เราได้มาพูดคุยกันในวันนี้ หวังว่าประสบการณ์ของบราเดอร์จะทำให้คุณผู้ฟัง โดยเฉพาะผู้ประสบปัญหาในชีวิตไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือใจ ได้รับการจุดประกายแห่งความหวังกำลังใจนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

หน้ารัง | บทความ

28 พฤษภาคม 2004
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2004