issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ

article

พระเยซู นักภาวนา
พ่อซีมอน, C.Ss.R.


พระเยซูเติบโตในครอบครัวยิวศรัทธา นั่นหมายความว่าพระองค์สวดภาวนาวันละ 3 ครั้งกับบิดามารดา คือเวลาเช้า เที่ยงและเย็น นอกจากการสวดภาวนาประจำวันแล้ว พระองค์ยังร่วมพิธีกรรมอันเป็นมรดกความเชื่อของชนชาติพระองค์ นั่นคือ พระองค์ไปศาลาธรรมในวันสับบาโต “อย่างที่เคยกระทำเสมอ” (ลก 4:16)

“เราสรุปได้ว่าไม่มีวันใดในชีวิตของพระเยซูที่ผ่านไปโดยพระองค์ไม่ได้สวดภาวนาสามครั้ง คือ ภาวนาเช้ายามตะวันขึ้น ภาวนาบ่ายในเวลาที่มีการถวายเครื่องเผาบูชาที่พระวิหาร และภาวนาเวลาค่ำก่อนเข้านอน เราสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจากชีวิตภายในอันซ่อนเร้นนี้ของพระองค์ บางอย่างนี้ล่ะที่เป็นที่มาของพลังของพระองค์” (J. Jeremias, Prayers of Jesus)

แต่พระเยซูดูจะยังไม่พอใจกับการสวดตามข้อกำหนดพิธีกรรมวันละ 3 ครั้ง มีการกล่าวถึงการสวดภาวนาในที่สงัดของพระองค์ในพระวรสาร มีอยู่ถึง 6 ครั้งที่พระวรสารบอกเราว่าพระเยซูสวดภาวนาตลอดทั้งคืนหรือสวดก่อนรุ่งเช้า

“วันต่อมา พระองค์ทรงลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เสด็จออกจากบ้านไปยังที่สงัดและทรงอธิษฐานภาวนาที่นั่น“ มก.1:35

เปโตรเป็นห่วงและตามหาพระเยซู เปโตรคงพอรู้อยู่ว่าจะหาพระองค์ได้ที่ไหน สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำหลังจากภาวนาก็คือ พระองค์ไม่ได้กลับไปหาฝูงชน แม้ว่าทุกคนจะรอคอยพระองค์ และความสำเร็จของพระองค์ในหมู่พวกเขานั้นปรากฏแน่นอน แต่พระเยซู ซึ่งได้แสวงหาน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าในการสวดภาวนา รู้สึกว่าพระองค์จะต้องออกเดินทางต่อไป สำหรับพระองค์แล้ว การสวดภาวนาคือหนทางที่ทำให้รู้จักน้ำพระทัยของพระ

“เมื่อทรงอำลาจากเขาแล้ว พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่อทรงอธิษฐานภาวนา” มก6:46

ข้อความนี้กล่าวต่อในภายหลังว่าพวกศิษย์พบเห็นพระองค์ก็ต่อเมื่อถึงยามเช้า พระเยซูเจ้าคงสวดภาวนาตลอดทั้งคืน

“ครั้งนั้น พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาและทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน” ลก 6:12

คืนนั้นเป็นคืนก่อนที่พระองค์จะเลือกอัครสาวกทั้งสิบสอง ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์เอาจริงเอาจัง มีข้อความอื่นที่บอกเราว่าพระเยซูทรงภาวนาเพื่อศิษย์ของพระองค์ พระองค์ภาวนาเพื่อไม่ให้เปโตรสูญเสียความเชื่อในขณะพระองค์ทรงรับทรมาน “แต่เราอธิษฐานอ้อนวอนเพื่อท่าน ให้ความเชื่อของท่านมั่นคงตลอดไป” ลก 22:32 ในพระวรสารนักบุญยอห์น พระเยซูภาวนาเพื่อเหล่าศิษย์ของพระองค์ (ยน 17:9) และเพื่อบรรดาผู้คนที่จะเชื่อในพระองค์ (ยน 17:20) นี่หมายความว่าพระองค์ภาวนาเพื่อพวกเราทุกคนด้วย

“ข่าวเกี่ยวกับพระองค์กลับกระจายออกไปมากขึ้น ประชาชนจำนวนมากต่างมาฟังพระองค์และรับการรักษาโรค” ลก 5 :15

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ยิ่งพระเยซูประสบความสำเร็จ พระองค์ก็ยิ่งรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องสวดภาวนา ค่อนข้างแปลกทีเดียว เพราะเรามักจะทำตรงกันข้าม เมื่อใดที่เราเป็นที่ต้องการในหน้าที่การงานใด เรามักจะสวดภาวนาให้สั้นลงเพื่อมีเวลามากขึ้นสำหรับงานและคนอื่นๆ

“ขณะนั้นประชาชนทั้งหมดกำลังรับพิธีล้าง พระเยซูเจ้าก็ทรงรับพิธีล้างด้วย และขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนาอยู่นั้น ท้องฟ้าก็เปิดออก และพระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์” ลก 3:21

หลังจากพระเยซูเจ้าตรัสเรื่องนี้ประมาณแปดวัน พระองค์ทรงพาเปโตร ยอห์นและยากอบ ขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนา ขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนาอยู่นั้น ลักษณะของพระพักตร์เปลี่ยนไปและฉลองพระองค์มีสีขาวเจิดจ้า” ลก 9:28

ข้อความเหล่านี้บอกเราว่าสิ่งสำคัญเกิดขึ้นกับพระเยซูขณะที่พระองค์ภาวนา พระองค์ตระหนักถึงภารกิจและตัวตนแท้จริงของพระองค์ นักบุญลูกาได้ให้ข้อสังเกตเดียวกันนี้กับพระศาสนจักรยุคแรกเริ่มในหนังสือกิจการอัครสาวก พระจิตเสด็จลงมา และการตัดสินใจจะกระทำก็ต่อเมื่อกลุ่มหรือบุคคลอยู่ในการสวดภาวนา การภาวนาเป็นบรรยากาศที่พระเป็นเจ้าเผยพระองค์และพระจิตถูกส่งมา เปโตรกำลัง “สวดภาวนา” เมื่อเขาเห็นนิมิตในเมืองยัฟฟา (กจ 11:5)

“วันหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาอยู่เพียงลำพัง บรรดาศิษย์เข้ามาเฝ้า พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า ประชาชนว่าเราเป็นใคร” ลก 9 :18

พระเยซูสามารถสวดภาวนาได้แม้ขณะมีพวกศิษย์อยู่รอบตัว พระเยซูเจ้า ซึ่งตระหนักในความสนิทสนมใกล้ชิดของพระองค์กับพระบิดา และทราบจากการภาวนาว่าพระองค์เป็นใคร ถามพวกศิษย์ว่าพวกเขาคิดว่าพระองค์เป็นใคร

“วันหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อทรงอธิษฐานจบแล้ว ศิษย์คนหนึ่งทูลพระองค์ว่า พระเจ้าข้า โปรดสอนเราให้อธิษฐานภาวนา” ลก11:1

การสวดภาวนาของพระเยซูมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อพวกศิษย์ พวกเขาเห็นพลังและความเบิกบานที่พระองค์ได้รับจากการภาวนา ดังนั้นพวกเขาจึงขอพระองค์ “ให้เรามีส่วนร่วมในการภาวนาของพระองค์ได้ไหม?”

 

 

หน้ารัง | บทความ

1 กันยายน 2004
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2004