issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง l บทความ

article

พระเยซูทรงสอนเรื่องความรอด
โปรดปราน

พระเยซูทรงสอนเรื่องความรอด
โดย โปรดปราน

หลายปีก่อน มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นฉายที่สถานีโทรทัศน์ช่องไอทีวี ชื่อภาษาไทย "ครูซ่า...ปราบขาโจ๋" ฉันสนใจวิธีสอนเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่แสนกวนแสนซนของครู "โอนิสุกะ" ทำให้ฉันเห็นแบบอย่างของคนที่มีวิญญาณของการเป็นครูอย่างแท้จริง ครูคนนี้สอนโดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง เขามีความอดทนและรักบริสุทธิ์ต่อนักเรียน ยอมเสี่ยงภัยอันตรายเพื่อปกป้องศิษย์ ยอมทนต่อคำกล่าวหานินทาว่าร้ายต่างๆ นานา ทนต่อการถูกรังเกียจเหยียดหยามยามที่ถูกเข้าใจผิดจากเพื่อนครูและผู้ปกครอง มีประโยคหนึ่งที่ฉันยังจำจนถึงเวลานี้ที่ครูหนุ่มโอนิสุกะ กล่าวกับฝ่ายที่เบียดเบียนเขาว่า "ถึงไม่มีอาคารสถานที่ใต้ฟ้านี้ ที่ไหนๆ ผมก็สอนได้ ขอให้มีนักเรียนก็เพียงพอแล้ว" ฉันกลับคิดถึง
พระอาจารย์หรือบรมครูที่ยิ่งใหญ่ของโลกนี้ นั่นคือพระเยซูคริสตเจ้า ตลอดพระชนมชีพที่ทรงทำพันธกิจ พระองค์ทรงเป็นครูตลอดเวลา
วิชาเอกที่พระองค์ทรงสอนคือ "วิชาความรอด" หลังจากที่พระเยซูเป็นขึ้นจากความตาย ก่อนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ทรงกำชับให้เหล่าสาวกสอนวิชาความรอดให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า และจนมาถึงพวกเราที่ต้องรับภาระนี้ต่อไปตามพระมหาบัญชา

ขอนำผู้อ่านพิจารณาพระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 8.24-36 เป็นคำสอนเกี่ยวกับความรอด ตลอดพระชนมชีพของพระองค์และโดยพระชนม์ชีพของพระองค์ทรงห่วงใยคนบาป คนที่หลงทางจากพระบิดา พระทัยของพระเยซูเจ้าทรงมีภาระต่อคนเหล่านั้นตลอดเวลา

1. ทรงสอนถึงความจำเป็นเรื่องความรอด

ปัจจัย 4 คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค เป็นปัจจัยพื้นฐานฝ่ายกายของมนุษย์ทุกคน แต่มนุษย์มีวิญญาณ ซึ่งต้องคงอยู่ตลอดไปแม้กายจะดับไปแล้ว ดังนั้นเมื่อวิญญาณของมนุษย์จะต้องดำรงอยู่สืบไป จะทำอย่างไรถึงจะได้อยู่ในส่วนที่พระเจ้าทรงประทับอยู่ด้วย

คริสตชนคงจำได้ดีว่า มนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า อาดัมและเอวาคือมนุษย์คู่แรก พระคัมภีร์บอกว่าผลกระทบของความบาปจากมนุษย์คู่แรก เราจึงแยกจากพระเจ้าตลอดกาลหรืออีกนัยหนึ่ง คือความบาปของมนุษย์คู่แรกส่งผลถึงเราในปัจจุบัน ความบาปในทัศนะของคริสตชนต่างจากหลักคำสอนของศาสนาอื่นๆ

ความบาป ในความหมายของคริสตชน คือตกจากมาตรฐาน ของพระเจ้า ส่วนผลลัพธ์ของความบาป ต้องแยกจากพระเจ้าถาวร ความบาปนำไปสู่ความตาย ความตายคือถูกแยกจากพระเจ้า ความตายเกิดขึ้นเพราะอาดัมไม่เชื่อฟัง การไม่เชื่อฟังของเขาทำให้เขาตกมาตรฐานที่พระเจ้าตั้งไว้ (ดูปฐมกาลบทที่ 3) ผลกระทบจากความบาปของอาดัมส่งถึงมนุษย์ทุกคน ทุกเชื้อชาติ ทุกชนชั้นวรรณะ ซึ่งทำให้มนุษย์ต้องตาย "เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย" เล็งถึงความตายฝ่ายวิญญาณ และตายนิรันดร์

พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาในโลกนี้เพื่อให้โอกาสแก่มนุษย์ ให้เขา เริ่มต้นจากจุดที่เขายืนอยู่ เขาไม่ต้องแสวงหาวิธีไปพบองค์พระผู้เป็น- เจ้าโดยวิธีอื่นๆ หรือโดยนามของพระ หรือคำสอน หรือข้อปฏิบัติอื่นๆ เพราะพระเยซูเจ้าตรัสชัดเจนว่า "นามอื่นทั่วใต้หล้า ความรอดไม่มี" ทรงประกาศต่อว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงแห่งชีวิต ไม่มีผู้ใด มาหาพระบิดาได้นอกจากทางเรา" ผู้อ่านคงจะเห็นด้วยกับผู้เขียนว่าพระเยซูคริสต์ทรงสอนอย่างชัดเจนเรื่องความรอดที่พระเจ้าประทานให้มนุษย์ทั่วใต้หล้าว่า ต้องไปหาพระเจ้าโดยนามเยซู เท่านั้น

มีเรื่องเล่าว่ามีชายคนหนึ่งใช้เรือข้ามฟากสม่ำเสมอ วันหนึ่งเขามาสาย เรือกำลังถอยออกจากท่าจอด ดังนั้น เขาจึงกระโดดลงเรือเหมือนที่เคยทำประจำ อนิจจา ครั้งนี้เขาพลาด เขาจึงตกลงไปในแม่น้ำที่ลึกและน้ำไหลเชี่ยว ซ้ำร้ายคือเขาว่ายน้ำไม่เป็น ทุกๆ คนในเรือตกตะลึงกับเหตุการณ์ ชายคนนี้พยายามต่อสู้กับสายน้ำแสนเชี่ยว แล้วนายท้ายเรือก็ได้สติโยนห่วงยางไปยังเขา เขารีบคว้าห่วงยางไว้แน่น ผู้โดยสารหลายคนจึงช่วยกันดึงห่วงยางมาที่เรือ ผู้โดยสารบางคนยื่นมือไปฉุดเขาขึ้นมาบนเรือ บางคนหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้า เช็ดตา บางคนโอบไหล่ปลอบใจ บางคนยิ้มให้กำลังใจ

ชายคนนี้รอดตายเพราะมีห่วงยางช่วยชีวิตเขา และเขาเองยอมรับการช่วยเหลือ ภาพของชายคนนี้ทำให้ฉันมองภาพของความรอดแบบนี้ คือ เมื่อเรายอมรับว่าเป็นคนบาป ตกอยู่ในความบาป และต้องตายเพราะบาป พระเยซูคริสต์ทรงยื่นห่วงยางแห่งความรอดให้แล้ว ถ้าเรารีบคว้าเกาะไว้ให้แน่น พระองค์จะทรงฉุดพวกเราไว้ แล้วเราจะได้รับความรอด เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์แน่นอน "...ท่านจะตายเพราะบาปของท่าน เพราะว่าถ้าท่านมิได้เชื่อว่าเราเป็นผู้นั้น ท่านจะต้องตายในการบาปของตัวเอง" (ยอห์น 8.24)

2. ทรงสอนว่าความรอดทำให้มนุษย์เป็นอิสระ

" เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์" (ยอห์น 3.16) มนุษย์ทุกคนเป็นศูนย์กลาง หรือกลุ่มเป้าหมายของความรอด พระองค์ประทานความรอดให้มนุษย์ทุกๆ คนอย่างยุติธรรมกับมนุษย์ทั้งโลก ดังนั้นทุกคนสามารถรับความรอดได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน มนุษย์ไม่ต้องบนบาน หรือเซ่นไหว้ หรือติดสินบนใดๆ เงื่อนไขคือ "....วางใจในพระบุตรนั้น (แล้ว) จะไม่พินาศ"

ความรอดเป็นพระราชกิจของพระเจ้า มนุษย์มิอาจช่วยตัวเอง ให้พ้นจากกับดักบาปได้ มีพระเจ้าผู้เดียวที่สามารถช่วยเราให้หลุดพ้น ได้ ในพระคัมภีร์ใหม่ คำว่า รอด เป็นกริยาในรูปอดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล พระเจ้าได้ส่งพระเยซูเข้ามาในโลกเพื่อ "ช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา" บาปถูกจัดการโดยการสิ้นและคืนพระชนม์ของพระเยซู โดยความเชื่อในพระเยซูเราก็สามารถรับความรอดทันที ซึ่งของขวัญนี้ให้ทุกคนเปล่าๆ ไม่ว่าพื้นเพทางศาสนา เชื้อสายหรือฐานะทางสังคมจะเป็นอย่างไร เพราะว่า "ผู้ที่ร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด" คริสตชนได้รับ "ความรอด" แล้วเพราะได้รับการอภัยโทษและชีวิตใหม่ แต่เรายังมิได้บรรลุถึงความรอดอันบริบูรณ์จนกว่าจะถึงยุคสุดท้ายที่พระ-เยซูเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ขณะที่รอคอยนี้เราได้รับ "ความรอด" ทุกๆ วัน

ในพระคัมภีร์เก่า ความรอดมิได้หมายถึงแค่ความรอดด้านวิญญาณจิต พระราชกิจแห่งความรอดอันสำคัญที่สุดคือครั้งที่พระเจ้าปลดปล่อยคนอิสราเอลพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์ พระคัมภีร์ใหม่สอนว่าความรอดของพระเจ้ามีผลไม่เพียงต่อชีวิตจิตวิญญาณเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตทุกด้านด้วย ข้อความที่เกี่ยวข้องกับความรอดในพระคัมภีร์ใหม่มีถึงหนึ่งในสามที่กล่าวเจาะจงถึงการรอดพ้นจากความโชคร้าย เช่น การจองจำ โรคภัยไข้เจ็บ และการถูกผีสิง เมื่อผู้ใดมาเป็นของพระคริสต์ ความรอดของพระองค์จะมีผลต่อชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณของเขา ทว่ายังจะไม่บรรลุผลสมบูรณ์จนกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง (ดูเทียบจากมธ. 1:21; อฟ. 2.8-9; รม.10.13, 13.11; 1 คร.1.18; ฟป.2.12; มธ.9.21-22; ลก.8.36 )

ความรอดทำให้มนุษย์เป็นไท ในสมัยที่พระเยซูเจ้าทรงทำพันธกิจ คนยิวตกเป็นทาสของจักรวรรดิโรม พวกเขาพยายามเคร่งครัดในการรักษาธรรมบัญญัติ เพื่อจะเป็นคนดีพร้อม สำหรับเรื่องความรอดแล้ว ไม่มีใครดีพร้อมที่จะปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสของความบาปที่นำไปสู่ความตายนิรันดร์ ยกเว้นคนที่ยอมรับการช่วยเหลือจากชายที่ชื่อ เยซู เพราะว่า "พระเยซูคริสต์ทรงเป็นทางนั้น ทรงเป็นความจริง และทรงเป็นชีวิตไม่มีใครไปถึงพระบิดาเจ้าได้นอกจากทางพระเยซูคริสต์" คือไม่ต้องตกเป็นทาสของความบาป เป็นอิสระ มีเสรีภาพ พ้นจากการพิพากษาลงโทษเพราะบาป ได้รับเสรีภาพนิรันดร์ ฝ่ายวิญญาณจิตไม่ต้องตาย

ฉันมีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อน และหาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ที่ประเทศกัมพูชาสองครั้ง ทุกครั้งตลอดเวลาที่พำนักที่นั่นได้รับฟังเรื่องราวความทุกข์ยาก ความเจ็บปวดจากบาดแผลของสงคราม
กลางเมือง ตลอดเวลา 25 ปี มีการเข่นฆ่าทารุณกรรมมากมาย ฉันสนใจมากเป็นพิเศษคือช่วงการปกครองของนายพลพต โดยเฉพาะกรณีทุ่งสังหาร และมีโอกาสฟังเรื่องเล่าจากสุภาพสตรีเชื้อสายจีน-ขะแมร์คนหนึ่งเล่าถึงครอบครัวของเธอเองและของคริสเตียนอีกคนที่พำนักในประเทศไทย (ซึ่งเมื่อฉันพักในพนมเปญทุกครั้ง เขาจะอำนวยความสะดวกเรื่องพาหนะจัดรถและคนขับไว้บริการ) เรื่องมีอยู่ว่า มีครอบครัวชาวเขมรเชื้อสายจีนสองครอบครัวทำธุรกิจที่เมืองไพลิน ธุรกิจไปได้ดี ฐานะร่ำรวย หัวหน้าครอบครัวทั้งสองฟังข่าวกรองว่า ปีนั้น (ค.ศ.1975) ช่วงสงกรานต์กองทัพเขมรแดงจะบุกทุกเมืองใหญ่ ขณะนั้นบ้านเมืองสงบ ประชาชนสนุกสนานรื่นเริง หัวหน้าครอบครัวแรก (ฉันรู้จักเพราะนมัสการที่คริสตจักรหนึ่งในกรุงเทพฯ) เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เขาและพี่ๆ น้องๆ ได้เก็บทรัพย์สินที่มีค่าอพยพมาที่ประเทศไทย ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ อพยพไปที่ประเทศฝรั่งเศสและประเทศออสเตรเลีย ส่วนอีกครอบครัว หัวหน้าครอบครัวไม่เชื่อข่าวนั้น เพราะบ้านเมืองสงบมาก การทำมาหากินไปได้ดี ในที่สุดเมื่อ วันที่ 17 เมษายน 1975 กองทัพเขมรแดงของนายพลพต เข้าล้อมโจมตีเมืองใหญ่ ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว พวกเขาถูกต้อนออกจากเมืองไปชนบท ตลอดเวลา 5 ปีเกิดการสูญเสียมากมาย เช่น เขาสูญเสียภรรยาเพราะเจ็บป่วยไม่ได้รับการรักษา ลูกบางคนติดคุก บางคนถูกกักกันและต้องทำงานหนักมาก ในปี 1979 เมื่อทหารของเวียดนามเข้าปกครองเขมรแทนกองทัพเขมรแดง ครอบครัวนี้สามารถลี้ภัยเข้าศูนย์อพยพในประเทศไทย และต่อมาได้อพยพไปประเทศที่ 3

เมื่อฟังเรื่องจริงของชาวเขมรเชื้อสายจีนสองครอบครัวนี้จบ ทำให้ฉันคิดถึงความรอดในพระเยซูคริสต์ ซึ่งพระองค์ทรงสั่งสอนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เองและด้วยชีวิตจริง คือ ความตายบนไม้กางเขน ก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์ประกาศว่า "สำเร็จแล้ว" เพราะความตายของพระเยซูคริสต์ในวันนั้น คือการลบล้างความผิดบาป เพื่อมนุษย์จะได้รับความรอด และชีวิตนิรันดร์ตามเงื่อนไข คือ คนที่เชื่อ และวางใจ (เชื่อ) จะไม่พินาศ แต่มีสักกี่คนที่เชื่อว่า "ข่าวดี" คือ การวายพระชนม์ของพระเยซูคริสต์นั้นมีผลต่อการอภัยบาป และผู้เชื่อพระองค์ได้รับความรอดเข้าส่วนในชีวิตนิรันดร์นั้นเป็นความจริง

 

หน้ารัง | บทความ

2 กุมภาพันธ์ 2005
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2005