issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
ระหว่างทาง : คุณคือจุดอ่อน
กวี อมรพัฒนา

เมื่อคืนนี้มีโอกาสนั่งดูทีวีฆ่าเวลา

ความจริงก็เป็นโอกาสที่มีอยู่ทุกคืนสำหรับการนั่งหน้าจอทีวี เมื่อรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำ

กดรีโมทไปเรื่อย ๆ เจอเกมโชว์รายการหนึ่งเข้า คุ้น ๆ ว่าอ่านเจอจากหนังสือพิมพ์ตอนเช้า คอลัมนิสต์แกย้ำนักย้ำหนาว่าเป็น The must ต้องติดตาม

เอาน่ะ ดูซะหน่อย ใช้โอกาสของการไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง

บรรยากาศของเกมโชว์ที่ว่าตึงเครียดน่าดู เพลงไตเติ้ลโฉ่งฉ่างโช้งเช้งตามสไตล์คุณไตรภพ (คาดว่าพี่เค้านั่นแหละที่เป็นเจ้าของรายการภาคภาษาไทย) บรรยากาศมันหม่น ๆ เคร่งเครียดผิดกับเกมโชว์อื่น ๆ เอามาก ๆ อาจจะด้วยชื่อรายการที่ให้ความรู้สึกแง่ลบด้วยหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ เพราะมันคือรายการกำจัดจุดอ่อน หรือ Weakest link นั่นเอง ได้ยินได้ฟังถึงรายการที่ว่านี้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว สืบทราบมาว่ารายการที่ว่านี้เป็นที่นิยมอย่างมากในอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในยุโรป

วิธีเล่นก็ง่าย ๆ ครับ ประกอบด้วยผู้เล่น 7-8 คน มีพิธีกรเป็นผู้ยิงคำถามหนึ่งคน พิธีกรจะสวมบทพี่ว้ากเกอร์ให้ผู้เข้าแข่งขันอันเปรียบได้กับน้องเฟรชชี่ อกสั่นขวัญแขวนไปด้วยขณะต้องตอบคำถามตามเวลาที่กำหนด

การยิงคำถามจะเรียงลำดับรายคน ด้วยคำถามที่ยากง่ายแตกต่างกันไป หากคนหนึ่งตอบคำถามได้ถูกต้อง เงินรางวัลสะสม(สำหรับทุกคน)จะเพิ่มขึ้น เมื่อตอบไม่ได้ต้องบอกข้าม หากตอบผิดจะถูกตัดคะแนน การตอบคำถามจะต้องถูกต้องและฉับไว เพื่อโอกาสตอบคำถามและเงินรางวัลที่มากขึ้น

หลังจากที่การยิงคำถามสิ้นสุดในเวลาที่กำหนด พิธีกรว้ากเกอร์ก็จะจิก แขวะ และเหน็บแนมบรรดาผู้เล่นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ของเธอ และให้ทุกคน "จำกัดจุดอ่อน" ของกลุ่มที่ทำให้เงินรางวัลสะสมไม่ตรงตามเป้า

ไฮไลต์ของการกำจัดจุดอ่อนอยู่ตรงนี้ครับ ทุกคนจะเขียนชื่อ "จุดอ่อน" บนกระดาน แล้วพิธีกรว้ากเกอร์ก็จะไล่ถามเรียงตัวว่า คุณเลือกใครเป็นจุดอ่อน และเพราะอะไรถึงเลือก

ชื่อของผู้เสี่ยงสุ่มต่อการถูกกำจัดถูกเอ่ยขึ้นจากผู้ร่วมแข่งขันแต่ละท่าน พร้อมด้วยเหตุผลว่าเหตุใดเขาจึงควรถูกจำกัด สังเกตจากสีหน้าของ "ว่าที่จุดอ่อน" คนนั้น จะค่อย ๆ สลดลงอย่างแช่มช้า บางครั้งก็เห็นประกายรื้น ๆ ที่ริมขอบตา

ยิ่งการแข่งขันงวดลงเท่าไร เงินรางวัลสะสมก็ยิ่งเพิ่มขึ้น พร้อมด้วยความเคร่งเครียดของ "บรรดาจุดแข็ง" ที่ร่อยหรอลง และความรุนแรงของเหตุผลที่ผู้แข่งขันยกมาวิจารณ์กันและกัน

Weakest link ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อสองปีมาแล้ว ที่ประเทศอังกฤษ ในชื่อ "Weakest Link Champions' League" ด้วยความบีบคั้นในอารมณ์ บรรยากาศที่น่าตื่นเต้น และการเชือดเฉือน ดิ้นรน และเยื้อแย่งกันเป็นจุดแข็งของเหล่าผู้แข่งขัน ทำให้เกมโชว์นี้ติดอันดับเกมโชว์ยอดนิยมของสหราชอาณาจักรในเวลาไม่นาน ภาพที่ติดตาคนดูมากที่สุดคงจะเป็นสีหน้าอันไร้อารมณ์ของ Anne Robinson พิธีกร(ความ)สาวน้อยจากลิเวอร์พูลที่สะบัดมีดโกนแห่งความเฉยชาของเธอใส่ผู้แข่งขันทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งจนอาจโทรมกายไปด้วยบาดแผลหลังจบเกม เมื่อการลงความเห็นจากเหล่าผู้แข่งขันตัดสินว่าใครคือ "จุดอ่อน" เธอจะใช้หางตาเหลือบไปมองคนผู้นั้น และเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์(ปนเยาะเย้ย)เหมือนสีหน้าของเธอว่า "You are the weakest link….Goodbye." เฉพาะแค่คำว่า Goodbye ของเธอ ผมว่ามันอาจทำให้ "จุดอ่อน" คนนั้นถึงกับกระอักเลือดเลยทีเดียว

Weakest link ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งบนเกาะอังกฤษ จึงแผ่ขยายความสะใจไปยังอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศทั่วโลก ไป ๆ มา ๆ ก็มาถึงประเทศไทย เหมือน Survivor หรือ Who want to be a millionaire? จนได้

จุดมุ่งหมายของเกมโชว์ส่วนใหญ่คือการแข่งขัน บางรายการอาจเอาดารามาเรียกผู้ชม หรือเอาแม่ค้ามาแข่งขันเพื่อสร้างความแปลกใหม่ แต่ที่สุดแล้วประเด็นใหญ่ของมันก็คือการแข่งขันนั่นเอง

การแข่งขันทั่วไปในเกมโชว์ คือการทำคะแนนให้มากที่สุด ทำให้ดีที่สุด หรือทำได้เป็นคนแรกสุด แต่การแข่งขันใน Weakest link ไม่เป็นไปตามขนบของเกมโชว์ทั่วไป กล่าวคือ มันเป็นการแข่งกันเหยียบคนอื่นให้มากที่สุด เพื่อให้คุณเป็นผู้ชนะ ดังนั้นถึงแม้คุณจะมีความเฉลียวฉลาดและไหวพริบเพียงเด็กอนุบาล ในการแข่งขันหนึ่งรอบอาจตอบคำถามถูกเพียงข้อเดียว แต่ถ้าคุณมีฝีปากดี หาเหตุผลมารองรับการเป็น "จุดแข็ง" ของตัวเอง และรองรับการเป็น "จุดอ่อน" ของคนอื่นได้ คุณก็อาจกลายเป็น strongest link ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

Weakest link อาจเป็นเกมโชว์แนวใหม่สำหรับบ้านเรา จึงไม่น่าแปลกใจถ้าผู้ชมตาสีตาสาอย่างเราอาจจะตะลึงเพริดต่อการให้เหตุผลของผู้ร่วมแข่งขันบางคน

บนสังคมอินเตอร์เน็ตนั้น หลังจาก Weakest link ฉบับภาษาไทยเทปแรกจบลง กระทู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมันก็ผุดขึ้นมากมาย มีผู้เข้ามาให้การสนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งต่างก็ยกเหตุผลมาอ้าง "จุดแข็ง" ของตัวและเหยียบ "จุดอ่อน" ของคนอื่น เหมือนที่ทำกันในรายการ

ความเห็นสนับสนุนที่น่าสนใจส่วนใหญ่ออกมาในแนวที่ว่า เกมที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้สร้างความสะใจและมันในอารมณ์ให้กับผู้ชม จริงอยู่ว่าเนื้อหาของเกมอาจจะรุนแรงและเถรตรงเกินไป แต่อย่าลืมว่า นั่นเป็นเพียงเกม it's just a game ไม่ใช่เรื่องจริง จบเกมก็เลิกรากันไป และบางคนที่โวยวายมาก ๆ เกี่ยวกับเกมโชว์นี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่า จิตใต้สำนึกแห่งการเป็น loser ของเขาอาจรับไม่ได้พฤติกรรมแพ้คัดออกเช่นนี้ได้ แม้จะไม่ใช่ในชีวิตจริงก็ตาม

มองจากอีกด้านหนึ่งของการคิดค้านก็คือ การแสดงออกเช่นนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงเกม แต่ก็แทบจะเข้ากันไม่ได้กับแนวคิดแบบไทย เพราะคนไทยไม่นิยมการวิจารณ์กันแบบต่อหน้า อะลุ้มอะล่วย และเกรงใจ (ส่วนจะแทงกันลับหลังบ้างหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง) และเกมแข่งขันเช่นนี้อาจสอดแทรกทัศนคติที่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นหัวคนอื่น ให้กับผู้ชมที่มีวิจารณญาณเบาบางได้

แต่มองอย่างเป็นกลางที่สุดแล้ว เกมโชว์ที่มีเรทติ้งสูงและได้รับความนิยมจากคนครึ่งค่อนโลกรายการนี้น่าจะบอกอะไรบางอย่างกับเรา

แน่นอน การกำจัดจุดอ่อนต่อหน้าผู้ชมในรายการทีวีนั้น มันก็เปรียบได้กับถ่ายทอดสดการประหารชีวิตดี ๆ นี่เอง เราท่านที่เป็นคนตะวันออกอาจรับไม่ได้ หรือรู้สึกละอายที่จะพูดถึงหรือดูภาพของการวิจารณ์ที่เชือดเฉือนกันทางทีวี เพราะอะไรน่ะหรือ? ไม่ใช่เพราะคนตะวันออกเป็นคนดี มีศีลธรรม หรือธรรมะธรรโมอะไรหรอก แต่เป็นเพราะคนตะวันออกรู้สึกว่า การพูดหรือแสดงออกบางอย่างที่ตรงไปตรงมาแม้จะเป็นความจริงนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก หากการไม่พูดหรือแสดงออกอย่างนั้นแล้ว สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้น ก็อย่าพูดหรือทำอย่างนั้นซะดีกว่า

ลองจินตนาการถึง Weakest link แบบไทย ๆ นะครับ: เมื่อผู้ร่วมแข่งขันตอบคำถามกันเสร็จ ก็จะแอบไปกระซิบกับพิธีกรเลือดเย็นโดยไม่ให้คนอื่นรู้ ต่อหน้าอาจสงสารเห็นอกเห็นใจ แต่ลับหลังเกทับบลัฟแหลก ยุแยงตะแคงรั่วกันไปเรื่อยจนกว่า "จุดอ่อน" ที่เป็นส่วนเกินของกลุ่มจะถูกตัดออกไป เกมโชว์ที่ว่านี้อาจกินเวลานานเป็นเดือนเป็นปี ซึ่งคงไม่ทันใจผู้ชมรายการเป็นแน่

ดังนั้นการพูดหรือแสดงออกตรงไปตรงมาแบบฉับพลันทันใดย่อมสนองความต้องการของคนยุคทีวีเจเนเรชั่นได้ แม้มันจะดูโหดร้ายและบางทีมักสอดแทรกอคติที่ไร้เหตุผลอย่างบรมเข้าไปด้วยก็ตาม

ส่วนเรื่องที่ว่า Weakest link ควรมีอยู่ต่อไปในรายการทีวีหรือไม่นั้น ผมคิดว่า ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะที่สุดแล้วผู้บริโภคก็จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าควรมีต่อไปหรือไม่ แม้เสียงส่วนใหญ่จะสนับสนุนให้มีต่อไป เพราะความสะใจที่ได้ชม แต่ภายหลังตัวรายการเองก็อาจเป็น Weakest link ของผังรายการก็ได้ หลังจากที่ผู้คนเริ่มเอียนจากความสะใจที่ได้รับแล้ว

ไม่มีอะไรเลวสุดหรือดีสุดตลอดกาล เหมือนกับ "จุดอ่อน" และ "จุดแข็ง" ในตัวเรานั่นแหละ มันไม่มีคำว่า "ตลอดไป" สำหรับสิ่งเหล่านี้ และถ้าคุณจะมองว่าตัวเองหรือคนอื่นเป็น loser หรือเป็น winner ตลอดไป ผมก็คิดว่านั่นก็เป็นความคิดที่ผิดและเต็มไปด้วยความประมาทเสียเหลือเกิน เพราะความอ่อนและแข็งในตัวเราแต่ละคนต่างก็แสดงออกมาตามเวลาและสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ไม่มีใครดักดานและไม่มีใครโดดเด่นตลอดกาล

ชีวิตมีขึ้นมาลงเสมอมา ถ้าคุณรับความจริงข้อนี้ได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จไปขึ้นหนึ่งของการเป็นมนุษย์ ขั้นตอนต่อไปของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ก็คือ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างกลมกลืน

เรื่องนี้ก็มีเอี่ยวกับเรื่องจุดอ่อนและจุดแข็งในชีวิตเช่นกัน เพราะทั้งสองจุดนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนอื่นให้กลมกลืนยิ่งขึ้น

จุดอ่อนจะช่วยให้คุณรู้สึกประมาณตน รู้ตัวเองว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และรู้จักขอความช่วยเหลือจากคนที่เข้มแข็งกว่า จุดแข็งจะช่วยให้คุณเข้าใจในศักยภาพของตน รู้ตัวเองว่าอยู่จุดไหน กำลังมุ่งไปสู่จุดไหน และรู้จักช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า สังคมที่ร่มเย็นเป็นสุขก็เป็นเช่นนี้เอง

จุดอ่อนไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่เป็นสิ่งต้องรับรู้ เข้าใจ และช่วยกันปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น

แม้ในเกมโชว์ พิธีกรว้ากเกอร์จะบอกว่า คุณคือจุดอ่อน….ลาก่อน

ก็ขอให้เราเข้าใจว่านั่นเป็นแค่เกมที่จัดขึ้นเพื่อความสะใจของคนดู

แต่ในชีวิตจริง คุณต้องรู้ตัวว่า บางทีคุณก็เป็นจุดแข็ง บางทีคุณก็เป็นจุดอ่อน และไม่มีใครบอกลาคุณ

เหมือนที่คุณจะไม่บอกลาใครยามที่เขาเป็นจุดอ่อน

เก็บตกข้างทาง ไม่มีวิธีใดเยียวการเกิดและการตายได้ นอกเสียจากรื่นรมย์ไปกับสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้น
-จอร์จ ซานตายานา
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

9 กุมภาพันธ์ 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002