ควา่มจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน.8:32)
คอลัมน์ประจำ:
หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | คุยกันก่อน | มุมสนทนา | มุมบันเทิง | ป.ล.โมลิ่ง | บทความ | บทกวี | คำสอนคาทอลิก | มุมภาวนา | เสริมศรัทธา | ติดต่อเรา

บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล

รู้จักตัวเอง
dv_xavier


คำถามที่พระเยซู ทรงถามบรรดา อัครสาวกว่า คนอื่น ๆ ว่าพระองค์เป็นใคร และก็ทรงถามบรรดาอัครสาวกด้วย ผู้คนก็คิดตามรูปแบบที่ตนเห็น ตามกิจการของพระองค์ แต่ก็ไม่มีใครที่บอกว่าพระองค์ คือพระคริสตเจ้า เป็นพระบุตรของพระเจ้า นอกจาก นักบุญเปโตร ความรู้แท้ของ นักบุญเปโตรนี้ พระเยซูเจ้าทรงบอกนักบุญเปโตรว่า เป็นพระเป็นเจ้าที่ทรงเผยให้ท่านได้รู้ ไม่ใช่ความคิดอ่านของท่านเอง
ถ้าอย่างนั้น การที่เราจะรู้จักพระองค์คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แล้ว เพราะใช้ความคิดอ่านของเราเอง(เนื้อหนัง)ไ่ม่ได้ ต้องเป็นความรู้แท้ ที่มาจากพระเป็นเจ้าเท่านั้น นักบุญยอห์นแบ็ปติส ก็ยังใช้ศิษย์ของท่านมาถามพระเยซูว่า พระองค์เป็นผู้นั้นหรือเปล่า หรือว่าต้องรอใครอีก พระองค์ไม่ได้ตอบแต่ให้เขาดูที่กิจการของพระองค์ พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่านักบุญยอห์น คิดอย่างไรกับคำบอกเล่าจากศิษย์ของท่าน ความหมายของคำตอบที่ท่านได้รับการบอกเล่าของศิษย์ของท่าน ก็คงมีความหมายกับท่านเป็นอย่างมาก เพราะกิจการที่ท่านได้ทำ เป็นพันธกิจของท่าน ที่พระเป็นเจ้ามอบให้ท่าน เพื่อเป็นผู้ที่นำหน้าพระผู้ช่วยให้รอด เพื่อเตรียมประชากรของพระองค์ให้กลับใจ และท่านได้ทำแล้ว คำตอบของพระเยซูก็เท่ากับยืนยันว่าพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดด้วยกิจการของพระองค์ และต้องเป็นคำตอบที่ทำให้ท่านเป็นสุข (ผู้ที่ไม่เคลือบแคลงใจในเราย่อมเป็นสุข) เพราะเท่ากับท่านก็เป็นผู้ที่พระเป็นเจ้ามอบหมายให้ทำหน้าที่นั้น และท่านรู้แล้วว่าท่านเป็น

เราคงต้องดูตัวเองว่าเราเองเหมาะสมกับความรู้แท้ ที่พระเป็นเจ้าจะประทานให้หรือไม่
เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “แล้วรู้หรือเปล่าว่ากูเป็นใคร” เป็นคำถามเดียวกันกับที่ ลูกนักการเมืองถามเลย แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้เอาไปถามคนอื่น นึกแล้วเป็นคำถามที่น่าสมเพชมาก ที่ไม่รู้ความจริงว่าตัวเองเป็นใคร สิ่งที่เห็นจากสภาพภายนอก ตามสถานภาพในสังคม ตามกิจการที่เราทำ ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่วัด นั้น เป็นการรับรู้ที่เราคิดเอง เป็นการรับรู้ที่คนอื่นที่บอกเกี่ยวกับตัวเรา มักไม่ชัดเจน เพราะสภาพที่อ่อนแอของเรามนุษย์ มักหลงใหลในสิ่งที่ตนคิดว่าดี และคิดว่าจริงตามใจตัวเอง แต่มีกี่ครั้งที่เรารู้ความจริงของตัวเราเองจากพระผู้เป็นเจ้า

ลองมาพิจรณาถึงตัวเราที่พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เราดำเนินชีวิต ตามแบบอย่างที่พระองค์ทรงสอนเราในพระวรสาร ที่จริงพระองค์ทรงบอกเราตรง ๆ นั้นแหละ ให้เราทำอย่างไร ดำเนินชีวิตแบบไหน ที่จริง เราก็ซาบซึ้ง เราก็เข้าใจ(ตามที่เราเข้าใจ) และเราก็มีความตั้งใจที่จะทำด้วย หรือบางที่เราเลือกทำบางส่วนที่เราอยากทำ หรือที่ทำได้ก็เป็นแค่ชั่วคราว แต่ที่สุดเราไม่ทำ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเป็นความจริงตามสภาพเรามนุษย์ ด้วยว่าถ้าปราศจากพระองค์แล้วเราทำอะไรไม่ได้เลย (ทำตามน้ำพระทัย)

ฉะนั้นเราต้องวอนขอพระองค์ เราต้องขอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับวิญญาณของเรา แต่จะรูู้้ว่าเราต้องวอนขอจากพระองค์ได้อย่างไร ถ้าเราไม่รู้ตัวเราเองว่าเราขาด เราขัดสน และที่สำคัญที่สุดก็เป็น อำเภอใจของเราเองที่จะค้นหาตัวเองหรือไม่ว่าเราเองที่ขัดสน เป็นพระหรรษทานแต่อย่างเดียวเท่านั้นที่นำอำเภอใจของเรา เพื่อค้นหาตัวเองให้พบ และเริ่มรู้จักตัวเอง แต่เราต้องร่วมมือด้วย ความรู้แท้ที่พระเป็นเจ้าทรงให้เรารู้จักตัวเอง ก็เป็นความรู้เดียวกันที่ทำให้เรารู้จักพระองค์ และความรู้นี้จะเพิ่มพูลขึ้นด้วยความรัก ของเราที่เราเป็นผู้ที่รักแบบที่พระองค์ทรงรักเรา


 

หน้ารัง

แนะนำบทความหรือส่งบทความของท่านมาได้ที่ webmaster@issara.com

5 October, 2005

copyright@issara.com. 2005 Product by issara™