issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ
article
บันทึกรักกับเทวรูปองค์นั้น
พ่อศิริชัย เล้ากอบกุล

บันทึกนี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพสู่จังหวัดขอนแก่น ผมเดินทางโดยรถด่วนชั้นสองนอน และเกิดฝันอะไรต่ออะไรหลายอย่างที่ผมเองบรรยายและแปลฝันนั้นไม่ถูก ผมตื่นขึ้นมาราวตีหนึ่ง และเกิดความรู้สึกอยากระบายความรู้สึกนั้นลงในกระดาษ จากนั้น ผมมาเรียบเรียงความรู้สึกนั้นใหม่ให้เข้ากับสภาพชีวิตจริงที่เกิดขึ้นและที่จิตใต้สำนึกพยายามจะบอกผมและได้แสดงออกในฝันนั้น

1. พระเจ้าที่ข้าฯต่อรอง

พระเจ้ามีจริงไหม? ก็ต้องบอกว่ามีซินะ แต่ว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหนล่ะ? มีคนเขาบอกว่า พระเจ้าเป็นคนอย่างไร…เขาตายไปนานแล้ว…ข้าฯจึงสงสัยและสุดจะเชื่อได้ ถึงว่า ข้าฯจึงเชื่อพระเจ้าองค์นั้นไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่พระเจ้าที่ข้าฯได้รู้จักตั้งแต่เกิดมา เขาว่าพระเจ้าน่ารักด้วย…แล้วเขาก็ว่าพระเจ้าเที่ยงตรงยุติธรรม ถ้าผิดก็จะชำระ แม้กระทั่งจุดเดียวก็ไม่ละเว้น ข้าฯจึงรำพันกับพระองค์อย่างตรงไปตรงมา

พระเจ้าเอ๋ย ข้าฯรักเจ้าไม่ได้ ไม่รู้จะรักเจ้าอย่างไร ข้าฯมีแต่ความกลัว กลัวเจ้าจะลงโทษข้าฯ แล้วจะเอาหัวใจที่ไหนมารักเจ้า เชื่อถึงเจ้าหรือ? ข้าฯไม่เคยเชื่อ แต่พยายามจะเชื่อ ดิ้นรนที่จะเชื่อ ก็ไม่สำเร็จ ลงเอยด้วย ข้าก็ยังไม่ได้เชื่อถึงเจ้าอยู่นั่นแหละ ข้าฯโกหกหัวใจตัวเองไม่ได้ โปรดอภัยข้าฯเถิด โปรดยอมรับข้าฯอย่างที่ข้าฯเป็นเถอะนะ ข้าฯขอร้อง ไหนๆเจ้าก็สร้างข้าฯมา ข้าฯขอบคุณสุดขั้วหัวใจ ข้าฯรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ข้าฯชักจะรักและรู้สึกกตัญญู แต่ในส่วนลึกๆของหัวใจ ข้าฯยังรู้สึกกลัวอยู่นั่นแหละ ข้าฯไม่อยากกลัวเจ้า ช่วยข้าฯหน่อยซี ข้าฯอยากมีแต่รักในหัวใจ เพราะมันทำให้ข้าฯมีความสุข มันเป็นความสุขที่จะอยู่ลึกลงไปในหัวใจ ในห้วงวิญญาณของข้าฯ ข้าฯขออภัยที่จะเชื่อถือพระเจ้าอย่างเจ้าไม่ได้ ข้าฯขออภัยที่จะรักเจ้าอย่างที่เจ้าเป็นไม่ได้ เพราะข้าฯกลัวเจ้านั่นเอง

เจ้าเป็นเหมือนเทวรูปที่เขาปั้นขึ้นมา แล้วบอกข้าฯว่า "นี่แหละคือพระเจ้าของเจ้า นี่แหละคือชีวิตของเจ้า…" ข้าฯมองเจ้าอย่างซึ้งๆ ก็มีส่วนน่ารักเหมือนกัน แต่สิ่งที่ข้าฯเห็นภายนอกมันน่าเกลียด มันดุร้าย ใช่ เป็นพระเจ้าแท้ๆก็หาไม่ ข้าฯไม่สามารถรักเจ้าได้ ข้าฯจึงขอสารภาพไว้บนกระดาษนี้ เป็นพยานถึงหัวใจของข้าฯ…โปรดอภัยๆๆ

นิดเดียวที่ข้าฯติด ตามนิสัยจู้จี้ของข้าฯ เจ้าดีทุกอย่าง ยกเว้นตอนที่เจ้าเอานรกมาขู่ข้าฯว่า "จะลงโทษอย่างมหันต์ ถ้าเจ้าทำผิด" ก็มีที่ไหนล่ะที่คนอย่างข้าฯผิดไม่เป็น เป็นคนที่ต้องผิดพลาดเพราะบาดแผลที่ใครๆทำให้ในอดีต ที่ตัวเองซุ่มซ่ามทำตัวเองบ้าง หรือส่วนที่มันยังไม่พัฒนาบ้าง มันเป็นความผิดของข้าฯหรือ? เอาสิ่งนี้ออกจากหัวใจของเจ้าได้ไหม แล้วเรามาเริ่มต้นรักกันใหม่ ข้าฯอยากมีพระเจ้าอย่างเจ้านี่ล่ะ เพราะเจ้าสร้างข้าฯมา เลี้ยงข้าฯมา แต่อย่าดุถึงขั้นนั้นเลย ข้าฯขอร้อง ข้าฯมีความสุขใจเช้านี้ ซึ่งเป็นตีสองของวันใหม่แล้ว รถไฟก็แล่นไปเรื่อยๆ ใครๆเขาหลับกันหมด มีแต่ข้าฯตื่นอยู่คนเดียวเพื่อเขียนถึงบันทึกรักนี้ถึงเจ้า ว่าข้าฯต้องการรัก ต้องการนับถือ และยึดถือเจ้าเป็นสรณะทางใจไปจนกว่าชีวาจะหาไม่ ขอเถอะนะพระเจ้าของข้าฯ ไหนๆเจ้าก็สร้างข้าฯมาแล้ว ข้าฯอาจผิดพลาดไป เกเรบ้าง ก็ไม่น่าจะเป็นไร ก็ข้าฯยังเป็นคนอยู่ และเจ้าก็สร้างข้าฯเป็นคนมิใช่หรือ ไม่รู้ ยิ่งเขียนถึงเจ้า ข้าฯอยากพูด อยากขอ อยากรู้จักเจ้าให้ซึ้งที่สุด ข้าฯจะได้ให้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้แก่เจ้า ข้าฯจะได้หยุดกระเสือกกระสน แสวงหาความรักความอบอุ่นจากที่อื่นอีก ข้าฯขอให้เป็นเช่นนี้สำหรับข้าฯได้ไหม? ข้าฯขอมากไปไหมที่จะเชื่อ ที่จะรัก…ในห้วงลึกๆ เจ้าตอบข้าฯ "ได้ซี ลูกรัก" ไม่มีคำบรรยายความรู้สึกนั้น ทันทีที่จะบรรยาย ความรู้สึกนั้นก็หายไป

2. เทวรูปต้องห้าม

เขาว่าห้ามกราบไหว้รูปปฏิมา ข้าฯก็ไม่เข้าใจ เพิ่งมารู้และเข้าใจเช้านี้เอง รูปปฏิมาของพระเจ้า คือสิ่งจำลองที่เขาคิดว่า "พระเจ้าต้องเป็นอย่างที่เขาคิด" และวาดหรือปั้นขึ้นมาเป็นตัวตน…แน่ะ ดูซิ มันช่างโหดร้าย พูดดีน่าฟัง น่าเลื่อมใส แต่ลงท้ายด้วยความใจร้าย เขาบอกว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก ในเวลาเดียวกัน ก็พันธนาการมนุษย์ด้วยความคิดที่น่ากลัว ด้วยบาปและด้วยการลงโทษอย่างยุติธรรม ไม่มีขอบเขต ลงโทษทั้งทีต้องเอาซะให้สมใจ ดูๆก็อย่างคนโกรธแค้นกันมาเป็นพันๆปี เอาเป็นเอาตาย และเมื่อลงโทษทีก็เอากันจนถึงชั่วนิรันดร…แปลกดีนะ แล้วพระเจ้าก็สอนเราว่า พระองค์ทรงสร้างเรามนุษย์มีรูปแบบเอกลักษณ์เหมือนพระองค์ เพราะรักเรา และยังบอกอีกด้วยว่า "ให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ 7 ครั้ง แต่เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง" หมายความว่า "ให้อภัยทุกครั้ง" ฟังแล้วก็ต้องร้องออกมาว่า "จะเป็นไปได้อย่างไร" ทีเจ้า เจ้ก็เล่นรุนแรงอย่างนี้ ทำให้ข้าฯรู้สึกสับสนจริงๆนะ

เมื่อกาลเวลาผ่านไป 40 ปี รูปปั้นของเจ้าก็เก่าแก่ลง ทั้งทางด้านปฏิบัติและความคิด มันก็เสื่อมลงภายในหัวใจของข้าฯ ทีแรกข้าฯรู้สึกไม่สบายใจ ข้าฯรู้สึกผิดในใจที่คิดจะทอดทิ้งเจ้า ความจริงข้าฯเป็นคนชอบอนุรักษ์ของเก่าเหมือนกัน และในเวลาเดียวกันก็อยากทุบรูปของเจ้าทิ้งเสียด้วยซ้ำ เพราะรูปนี้ดูไม่น่ารัก สับสน

จนกระทั่งสี่ห้าปีผ่านมา ข้าฯได้พบพระเจ้าองค์เก่า แต่เขาปั้นขึ้นมาจากความเป็นจริงมากขึ้น ไม่ค่อยมีสิ่งขัดแย้งเท่าไร ดูแล้วน่าเลื่อมใสศรัทธา ความใจดีของเขานั้น ดีเหมือนเจ้า แต่เขาดีสม่ำเสมอและอดทน เขายังบอกอีกว่า "เรารักเจ้าอย่างที่เจ้าเป็น" เขาใจดีมาก ข้าฯชอบเขาทันทีที่ได้พบ และได้อัญเชิญพระรูปนั้นมาตั้งไว้บนแท่นบูชา แล้วข้าฯก็มีความสุขกับพระเจ้าองค์นั้น แต่ข้าฯมิได้ลืมเจ้า เพราะเจ้าก็ดีเหมือนเขานั่นล่ะ เหมือนในเรื่องความรัก แต่คนที่ปั้นเจ้าขึ้นมานั่นเขาแฝงความโหดเหี้ยม ใจร้าย ในความยุติธรรมของเจ้าด้วย ข้าฯเลยชอบเขา เพราะเขาใจดีเหมือนเป็นพ่อแม่ข้าฯเลยละ ตกลง ข้าฯขอคืนรูปปั้นของเจ้าให้กับกาลเวลา กาลเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาเป็นเจ้าของรูปนี้ มันเคยดูน่ารักและศรัทธา แต่บัดนี้มันไม่เหมาะกับหัวใจของข้าฯ ข้าฯขอโทษเถอะนะ ขอโทษจริงๆที่ข้าฯไม่สามารถให้เจ้ามานั่งอยู่ในหัวใจของข้าฯได้ แต่ข้าฯไม่ลืมเจ้า ข้าฯให้สัญญา…ขอให้เจ้าจงกลับไปหาเจ้าของของเจ้าเถอะนะ จงไปดี จงกลับไปหานาย "กาลเวลา" ในอดีต และอยู่ที่นั่นแหละ เพราะเจ้ามาจากที่นั่น

3. แผลชีวิตที่ยังอยู่

ความบอบช้ำในวิญญาณของข้าฯยังไม่หาย มันยังเป็นปัจจุบัน แต่ข้าฯก็ไม่ว่าเจ้านะ ทุกอย่างมีกาลเวลาของมัน อิทธิพลของเทวรูปเก่านี้ยังมีอยู่ในหัวใจของข้าฯและพี่น้องของข้าฯ ข้าฯจะบรรยายให้ฟังเป็นข้อๆนะ

เรื่อง จงเป็นคนดีบริบูรณ์ ถ้าทำได้ก็ดี พวกฝรั่งเขาเรียกว่า Perfectionism ดูโก้ดีนะภาษาฝรั่ง พวกเราถูกตอกย้ำเสมอให้เป็นคนดีจนไม่มีที่ติ ทำอะไรก็ไม่มีมลทิน จะให้เป็นเทวดาหรือเป็นถึงพระเป็นเจ้าก็ยิ่งดี ก็ดูในอดีตซิ อาดัมและเอวาเขาก็อยากดีบริบูรณ์ ซึ่งก็มีแต่พระเป็นเจ้าเท่านั้นที่เป็นได้ ที่สุด ทั้งสองก็ตกลงมาจากความอยากดีเด่นบริบูรณ์อย่างไม่มีท่า แล้วเรายังจะเอาอีกหรือ? อาดัมเอวาทำผิดๆ ผิดเพราะไม่ยอมเป็นอย่างที่เขาคิดว่าควรเป็น คือเป็นเท่าพระเจ้าเลย จะได้ดีบริบูรณ์ แม้แต่เจ้างูมันยังรู้ ฐานสมรู้ร่วมคิดก็เลยโดนอเปหิจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน

แต่มีคนทะลึ่งพอที่จะเอาลัทธิ "ดีบริบูรณ์" นี้มาใช้อีก สงสารจะตาย เขาวัดชีวิตภายในว่าเป็นนักบุญหรือเป็นคนบาป มีสองทางให้เลือก คือ บุญหรือบาป ดีหรือไม่ดี สายกลางเขามองไม่เห็น ถ้าพระสงฆ์ชี้แนะเขาว่า นี่เธอนี่บรรลุถึงชั้น 6 ของพระราชวังของนักบุญเทเรซา เขาคงจะระทมขมขื่นว่าทำไมไม่ไปถึงชั้น 7 สุดยอดล่ะ แล้วเขาจะดิ้นรนหาแนวทางให้มันบรรลุจนได้ แต่เขาจะได้หรือไม่นั้น ต้องคอยดูกันต่อไป อย่าลืมนะ อาดัมและเอวาก็หล่นลงมาถึงดินแล้ว

พวกนี้ก็แปลก ชอบว่าคนเดินสายกลางว่า "คนไม่เสมอต้นเสมอปลาย" สู้เขาไม่ได้ เคร่งครัดดีหรือดีกว่าอยู่ตลอดไป…คนอะไรเกิดมามีแต่เบียดเบียนตัวเอง จนตัวเองหาเวลาที่จะสงบไม่ได้ ที่ว่าไม่ได้เพราะเขาต้องทำตนให้สูงสุดตลอดเวลาจนเมื่อยล้า หงุดหงิด มโนธรรมจุกจิกเพราะกลัวผิดท่าเดียว มีความสุขหรือ? พระเจ้าต้องการอย่างนั้นหรือ? ไม่จริงหรอก โชคดี ข้าฯไปได้ยินนักบุญเปาโลเขาสารภาพไว้กับชาวโรมันว่า "แม้ใจของผมอยากจะทำดี แต่ก็ทำไม่ได้ ใจผมไม่อยากทำชั่ว แต่ได้ทำไปแล้วแม้ใจไม่ปรารถนาเช่นนั้น" (รม.7.18-19) นี่ไง คนจริงๆเป็นอย่างนี้เอง แหม ผิดด้วยหรือที่จะทำผิด คงไม่เท่าไรนะ ที่สำคัญ ผิดแล้วยอมรับ รับแล้วหาทางแก้ไข ไม่ใช่หรือ?

พวกนี้ขาดความร่าเริง ความสงบ เพราะสวมวิญญาณนักรบตลอดเวลา "ต้องกำจัดกิเลสและสะสมบุญมากๆ" ถ้าเขาทำไม่ได้ตามเป้าหมายหรือแบบนักบุญชั้นนำ เขาจะรู้สึกเศร้าสลดใจ กระวนกระวาย คิดเสมอว่า "ทำไมฉันจึงไม่ดีเหมือนเขา" เขาคิดว่าเขาทำเช่นนี้พระเจ้าคงพอใจ…ข้าฯว่าเป็นการดูถูกพระเจ้ามากกว่า พระเจ้าสร้างเขามาเพื่อให้เขาร่าเริง ไม่เศร้าสลดใจ ไม่กระวนกระวายใจ ฯลฯ เมื่อคนอื่นเห็นแล้วเขาจะสรรเสริญพระเจ้ามิใช่หรือ?

อีกพวกหนึ่งชอบเคร่งครัดในเรื่องศีลธรรมหรือคุณธรรมอะไรพวกนี้ล่ะ ฝรั่งเขาเรียกว่า Moralism ข้าฯก็ไม่รู้จะแปลอย่างไร พวกนี้ชอบเอาความดีความประพฤติมาตรฐานส่วนตัวมาเป็นกฎศีลธรรมให้คนอื่นถือ แทนที่จะเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคนที่จะต้องตอบสนองคำเชื้อเชิญพระเจ้า ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพระเจ้าของเขา ทำให้ความศรัทธาและความรักต่อพระเจ้าน้อยลงๆโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่สาละวันกับการถือมาตรฐาน

มีอีกแผลหนึ่งซึ่งยากแก่การรักษานัก คือพวกรักกฎบัญญัติและบูชามันเป็นพระเจ้า ไอ้นี่ ฝรั่งเรียกว่า Legalism อ่านดูก็รู้ว่ามันยุ่งๆแต่แปลไม่ออก มันเน้นบทบัญญัติมากกว่าความรักความเมตตาที่พระเจ้ามีต่อข้าฯ ทำให้พระเจ้าองค์นั้นน่ากลัว ก็ใครเล่าผิดไม่เป็น ผิดแล้วก็ถูกลงโทษ ลัทธิบัญญัตินิยมสิงอยู่ในตัว มักมีอาการวัดความดีความชอบตามตัวอักษร มาวัดทุกอาทิตย์ ออกจากวัดไม่เว้นจะนินทา ด่าคนไม่เลือก โกงได้ก็ไม่ละเว้น โกรธใครทีไม่ต้องหวัวจะได้คุยกันละ จิตใจภายในเป็นไรก็ไม่มีใครว่า ขอให้ได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ให้ได้ประจักษ์

พวกนิยมศีลธรรมส่วนตัวกับพวกนิยมบทบัญญัตินี่พูดจาต่อต้านหนังสือลามก การค้าประเวณี แต่ปล่อยดอกเบี้ยร้อยละ 10 หรือ 20 ต่อเดือนอย่างหน้าตาเฉย จ้างแรงงานต่ำกว่าความยุติธรรมก็ไม่เป็นไร พวกนี้มากับเทวรูปที่เขาปั้นขึ้นมา แม้ว่าจะส่งกลับไปกับกาลเวลาในอดีตก็ตาม ยังมีอิทธิพลในใจของเขาและพี่น้องของเขาอีก จึงขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ด้วย

4. พบแล้วพระเจ้าองค์นั้น

ข้าฯได้อ่านข่าวดีที่สาวกของเยซูชาวนาซาเร็ธบันทึกไว้ ชายคนนี้ได้รับพรสวรรค์พิเศษ ได้รู้จักกับพระเจ้าที่สร้างข้าฯมา เขาบอกข้าฯว่า พระเจ้าที่สร้างข้าฯคือพระบิดาของข้าฯ พระบิดานี้รักข้าฯมากกว่าที่ใครๆในกาลก่อนจะบรรยาย จนคนในสมัย 2000 ปีที่แล้วมาฟัง แล้วก็ยังไม่เชื่อ เพราะมันเหลือเชื่อ ทีแรกข้าก็ไม่เชื่อ ต่อมาก็เชื่อเหมือนกัน ข้าฯดีใจมากๆเลย ข้าฯจะเล่าให้ฟังนะ

เยซูคนนั้นบอกข้าฯว่า พระเจ้าเหมือนนายชุมพาบาล มีลูกแกะ 100 ตัว และมีลูกแกะตัวหนึ่งหลงทางหายไป นายชุมพาบาลผู้นั้นละแกะ 99 ตัวไว้รวมกัน เพื่อจะไปหาแกะเกเรที่หายไป เมื่อพบแล้ว นายชุมพาบาลก็อุ้มขึ้น แบกใส่บ่ากลับมาด้วยความดีใจ นายชุมพาบาลนี่ใจดีจริงนะ ไม่ด่าว่าหรือลงโทษที่ทำให้เสียเวลาและความรู้สึก แถมยังดีใจที่ได้พบ อุ้มแบกใส่บ่า ให้ความสนใจเป็นพิเศษ นี่ล่ะ ข้าฯก็ลองเกเรดู ออกเที่ยวซุกซน แยกตัวออกจากฝูง และทำตามใจชอบ ดูซิ นายชุมพาบาลของข้าฯจะสนใจมั้ย แทบไม่อยากเชื่อ เมื่อเจอข้าฯแล้ว นายชุมพาบาลของข้านี้ไม่บ่นแม้แต่น้อย ยังให้ความสนใจต่อข้าฯดีเหมือนเดิม

เยซูคนนั้นยังเล่าอย่างพิลึกอีกว่า มีครอบครัวหนึ่ง พ่อมีลูกชายอยู่สองคน วันหนึ่ง ลูกชายคนหนึ่งคงเบื่อที่จะอยู่บ้าน จึงขอแบ่งมรดก แล้วออกเดินทางไปหาความสุขจนหมดตัว พอสำนึกได้ กลับใจคิดจะไปหาบิดา ขอสมัครเป็นคนใช้ก็ได้ อย่างน้อยไม่อดตาย พอถึงรั้วบ้าน บิดาเห็นเข้าก็ตื่นเต้นดีใจสุดขีด รีบวิ่งออกมารับลูก กอดไว้อย่างแน่น เพราะรักและคิดถึง ลืมคิดถึงความผิดชั่วช้าของลูก สั่งให้มีการฉลองใหญ่โตจนลูกชายคนโตต้องอิจฉาที่เด็กเกเรได้ดี ข้าฯก็ลองผลาญสิ่งที่มีอยู่บ้าน ข้าฯบอกกับพระบิดาของข้าฯว่า อยู่แต่ในกรอบประเพณี น่าเบื่อยิ่งนัก ข้าฯขออิสรภาพออกไปใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ขณะที่ข้าฯใช้ชีวิตอยู่ ข้าฯสังเกตเห็นบิดามิได้โกรธ หรือด่าสักคำ ถามคนใช้ดู เขาว่า ท่านได้แต่เหม่อมองไปทางประตูรั้ว เหมือนจะคอยวันที่ข้าฯจะกลับ และได้ยินว่าท่านอธิษฐานทุกวัน "ขอให้ลูกกลับมาปลอดภัยเถอะ เงินทองที่เขาเอาไป ข้าไม่สนใจหรอก"

เมื่อข้าฯกลับมาจริงๆ พระบิดาของข้าฯรู้สึกรักข้าฯมากขึ้น ข้าฯขออะไร ท่านก็ให้ ความผิดพลาดในอดีต ท่านก็ไม่ได้จดจำ ทำให้ข้าฯรู้สึกภูมิใจ ภูมิใจมากกว่าความรู้สึกผิดคิดชั่วด้วยซ้ำ พระบิดาของข้าฯ บอกข้าฯว่า "เราอภัยให้ทุกอย่าง ลูกก็ต้องอภัยให้ตัวเองด้วย" อา…ข้าฯมีความสุขเหลือเกิน ข้าฯอยากเป็นอย่างพระบิดา ข้าฯอยากเลียนแบบท่าน ข้าฯจะได้รักทุกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข ข้าฯอยากมองข้ามความผิดของทุกๆคน และรักเขาดุจพระบิดารักข้าฯ แล้วเขาจะว่า "ข้าฯ" ต้องเป็นลูกพระบิดาองค์นั้นแน่ๆเลย คนเขาเห็นกิจการของข้าฯ เขาต้องคิดถึงและสรรเสริฐพระบิดาของข้าฯอย่างแน่นอน
 

 

หน้ารัง | บทความ

11 พฤษภาคม 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002