issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
บันทึกจากพ่อถึงลูกโดม
"พ่อของลูก"

พ่อตั้งใจเขียนบันทึกนี้ไว้ให้ลูก เมื่อลูกโตขึ้นมา ลูกจะได้รู้ว่าพ่อกับแม่รักลูกมากเพียงใด พ่อยินดีมอบบันทึกฉบับนี้ไว้ให้กับเวบไซท์อิสระ เพื่อผู้อ่านจะได้ร่วมแสดงความยินดีที่ลูกโดมสุดที่รักของเราได้ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกยุ่งๆ ใบนี้แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบเก้าเดือนที่แล้ว คุณแม่รู้ว่ามีลูกอยู่ในท้องตั้งแต่อาทิตย์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ พ่อพาแม่ไปหาหมอเพื่อตรวจยืนยันว่าเรามีลูกจริงๆ หมอก็แนะนำให้เราไปหาหมอที่รับฝากการตั้งครรภ์ ที่นี่เขาเรียกกันสั้นๆ ว่า หมอ OB/Gyn

เราไปหาหมอ OB/Gyn ที่คลินิคใกล้ๆ บ้าน หมอเขาก็ตรวจยืนยันอีกครั้งว่าคุณแม่มีลูกอยู่ในท้องแล้วจริงๆ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา คุณแม่ก็จะคอยดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตัวเองตลอดเวลา ช่วงสองสามเดือนแรก คุณแม่มีอาการแพ้ท้องนิดหน่อย เพราะฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่ของกำลังเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมรับลูกที่กำลังจะเกิดมา

คุณแม่มักจะมีอาการคลื่นเหียน อยากอาเจียนตอนเช้าๆ แต่ก็ไม่มากนัก คุณแม่มักจะบอกขอบคุณลูกบ่อยๆ ที่ไม่ทำให้คุณแม่ลำบากมากนัก เวลาที่มีลูกอยู่ในท้อง ลูกรู้ไหม คุณแม่ต้องเสียสละอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก

นับจากวันที่คุณแม่ตั้งท้องลูก คุณแม่ก็งดน้ำอัดลมโค้ก หรือเป๊บซี่ โดยเด็ดขาด ทั้งๆ ที่น้ำอัดลมทั้งสองเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคุณแม่เลย สาเหตุที่งด เพราะคุณหมอบอกว่า คาเฟอีน ไม่ดีต่อสุขภาพของลูก น้ำอัดลมทั้งสองก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ คุณแม่เลยไม่แตะเลย ส่วนชา กาแฟ ไม่ต้องพูดถึงเพราะทั้งพ่อและแม่ ก็ไม่ทานอยู่แล้ว

คุณแม่ก็เลยหันมาดื่มนมสดแทน ทุกๆ สุดสัปดาห์ พ่อกับแม่จะออกไปช้อปปิ้งและซื้อนมมาเก็บไว้สองสามแกลลอนใหญ่ทุกคราว คุณแม่ก็จะดื่มจนหมดทุกครั้ง บางสัปดาห์ไม่พอ พ่อก็ต้องออกไปซื้อเพิ่ม ลูกรู้รึเปล่า กว่าลูกจะคลอดออกมา คุณแม่ดื่มนมไปเกือบร้อยแกลลอน พ่อยังเคยล้อคุณแม่เลยว่า ลูกออกมาอาจจะมีหน่อเล็กๆที่หัว แล้วก็ร้อง มอ มอ หรอก พ่อล้อเล่นจ้ะ ปกติแล้ว ก่อนจะมีลูก คุณแม่ไม่เคยดื่มนมสดเลย เพราะคุณแม่ไม่ค่อยชอบดื่มนมมาแต่ไหนแต่ไร แต่พอมีลูกปุ๊บ คุณแม่ก็อดทนยอมดื่มนมเพื่อลูก เพราะหวังว่านมสดซึ่งมีแคลเซียมจะไปช่วยเสริมสร้างกระดูกให้ลูกแข็งแรง

โชคดีมาก ที่ทั้งพ่อและแม่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับการเติบโตของทารกในครรภ์ พ่อรู้สึกสงสารเพื่อนๆของลูกที่อาจจะเกิดมาในท้องของคุณแม่ที่ดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ แม้แต่การสูบบุหรี่แบบมือสอง คือแบบที่ตัวเองไม่ได้สูบ แต่สามีหรือคนใกล้เคียงสูบก็จะมีอันตรายต่อทารกในครรภ์ ไม่แพ้คนที่สูบเองหรอก

ลูกต้องออกมาแข็งแรงแน่ๆ เพราะทั้งพ่อและแม่ต่างดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดี ก็เพื่อลูกนั่นเอง

ช่วงสามสี่เดือนแรก พ่อยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่หน้าท้องของคุณแม่หรอก แต่เราก็รู้ว่าลูกกำลังเจริญเติบโตอยู่ในท้องของคุณแม่อย่างมีความสุข ตอนนั้นพ่อกับแม่ยังไม่รู้ว่าลูกจะเกิดมาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง พ่ออยากได้ผู้ชาย เพราะพ่ออยากพาลูกเล่นกีฬา เราเล่นด้วยกันคงสนุก พ่ออยากพาลูกเล่นเบสบอลล์ พ่อเล่นเองไม่เป็นหรอก แต่ชอบดูมาก พ่อชวนคุณแม่ดูเบสบอลล์ทางโทรทัศน์ทุกวัน ดูตั้งแต่คุณแม่ไม่รู้ว่ากีฬาชนิดนี้เขาเล่นกันยังไง จนกระทั่งคุณแม่กลายเป็นแฟนตัวยงของทีม The Braves อันเป็นทีมเบสบอลล์ของเมืองที่ลูกเกิดมานั่นเอง ลูกรู้รึเปล่า ตอนที่คุณแม่ตั้งท้องลูก คุณแม่ดูเบสบอลล์แทบทุกวัน จนพ่อกับแม่คิดกันว่าลูกคงเกิดมาพร้อมกับถุงมือ และไม้ตีเบสบอลล์ แบบที่คนเขาชอบพูดกันว่าลูกของคนรวยเกิดมา คาบช้อนเงินช้อนทองออกมา แต่ลูกของพ่อเกิดมาพร้อมกับถุงมือและไม้เบสบอลล์ คงเท่ไม่หยอก

ส่วนคุณแม่อยากให้ลูกเป็นผู้หญิง เพราะคุณแม่บอกว่า ลูกสาวน่ารัก จะได้แต่งตัว ทำผมให้น่ารักๆ ได้ทุกวัน อีกอย่างคุณแม่เขามีหลานชายแล้ว เลยอยากได้ผู้หญิงบ้าง จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พ่อกับแม่ก็รักนะ แต่ผู้ชาย พ่ออาจจะรักมากกว่า ฮิ ฮิ

พอย่างเข้าเดือนที่ห้า หมอก็บอกให้คุณแม่ไปทำอัลตร้าซาวนด์ ดูว่าลูกแข็งแรงดีรึเปล่า สมบูรณ์ไหม พ่อกับแม่สวดภาวนาก่อนนอนทุกคืน และทุกครั้งเราจะสวดขอแม่พระช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดี น่ารัก ไม่งอแง ไม่ทำให้คุณแม่ลำบาก เราสวดขอแม่พระ เพราะคิดว่าแม่พระเป็นผู้ให้กำเนิดพระเยซูเจ้ามา แม่พระคงเข้าใจถึงหัวอกของผู้เป็นแม่ได้ดี เพราะตอนที่แม่พระตั้งครรภ์พระเยซูเจ้า แม่พระคงอยากให้ลูกแข็งแรงเหมือนกัน

เราไม่ได้สวดขอแม่พระเท่านั้น แต่เราสวดขอ น.เยราร์ด มาเยลลา ด้วย เพราะ น.เยราร์ดได้รับเกียรติให้เป็นองค์อุปถัมภ์ของมารดาผู้กำลังตั้งครรภ์ สาเหตุที่ท่านได้เป็นองค์อุปถัมภ์ของมารดา ส่วนหนึ่ง ก็เพราะตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านถูกหญิงตั้งครรภ์ผู้หนึ่งกล่าวหาว่า ท่านเป็นบิดาของเด็กในท้อง ท่านเงียบไม่โต้ตอบ จนที่สุดหญิงผู้นั้นต้องออกมายอมรับผิด และสารภาพว่าไม่เป็นความจริง

ขอแม่พระและน.เยราร์ด ช่วยวิงวอนให้ลูกเติบโตแข็งแรง และเป็นเด็กดีตลอดไปเถิด

คุณแม่ต้องไปทำอัลตร้าซาวนด์ถึงสองครั้ง เพราะครั้งแรกคุณหมอคนที่ทำอัลตร้าซาวนด์บอกว่า ลูกตัวใหญ่ วันครบกำหนดคลอดคงจะมาถึงก่อนที่เคยกำหนดไว้ คุณหมอที่เราไปหาประจำเลยสั่งให้ทำอัลตร้าซาวนด์อีกครั้ง เพื่อดูว่า วันครบกำหนดคลอดวันไหนกันแน่ แต่สุดท้ายคุณหมอก็ยึดวันกำหนดคลอดเดิม

ทำอัลตร้าซาวนด์สองครั้งก็ดีไปอย่าง เพราะครั้งที่สอง เราได้อัดภาพของลูกตอนอยู่ในท้องของคุณแม่ลงในวีดีโอเทปด้วย พอลูกโตขึ้นมา พ่อจะได้เปิดให้ลูกดู อีกอย่างพ่อกับแม่ก็แน่ใจได้ว่า เป็นลูกผู้ชายจริงๆ ตอนถ่ายอัลตร้าซาวนด์ครั้งแรก พ่อถามหมอว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย หมอยังไม่ยอมตอบ แต่หันไปถามคุณแม่ว่า อยากรู้หรือเปล่า? คงจะกลัวว่าพ่ออยากรู้ แต่แม่อาจจะไม่อยากรู้ คุณแม่พยักหน้า หมอก็เลยตอบว่าผู้ชาย พ่อดีใจมากเลยรู้ไหม พอกลับมาถึงบ้านแล้ว คุณแม่ถามพ่อว่าแน่ใจหรือว่าหมอดูไม่ผิด หมอบอกว่าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวออกมาเป็นผู้ชายจริงๆ ล่ะ แย่เลย พอถ่ายอัลตร้าซาวนด์ครั้งที่สอง เราก็เลยถามหมออีกครั้ง (คนละคน)ว่าเป็นผู้ชายจริงๆ ใช่ไหม

หมอก็ตอบว่า "ผู้ชาย" เป็นอันว่า คุณแม่มั่นใจ และสบายใจได้ว่า ลูกของพ่อจะมีอะไรๆเหมือนพ่อจริงๆ ฮา

หลังจากนั้น พอเริ่มเข้าเดือนที่ห้า หน้าท้องของคุณแม่ก็เริ่มแสดงให้เห็นว่ามีลูกกำลังเติบโตอยู่ในท้องคุณแม่จริงๆ คุณหมอบอกว่า พอเข้าเดือนที่ห้า ลูกก็จะเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอกแล้ว พ่อกับแม่ก็ไปหาซื้อแผ่นซีดีเพลงบรรเลงสำหรับทารกในครรภ์ เพื่อมาเปิดให้ลูกฟัง หมอบอกว่าเสียงดนตรีจะช่วยทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี สมองได้รับการกระตุ้นจากเสียงเพลงที่ลูกได้ยิน พ่อไม่รู้หรอกว่า ลูกได้ยินจริงๆรึเปล่า แต่พ่อแน่ใจว่า คุณแม่มีความสุขเวลาได้ฟังเพลงกับลูก พ่อเชื่อว่าความสุขของคุณแม่ จะถ่ายทอดไปถึงลูกอย่างแน่นอน

ก่อนนอน ถ้าพ่อมีเวลาและไม่ง่วงหลับไปเสียก่อน พ่อจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังในท้องตอนที่คุณแม่นอนอยู่บนเตียง พ่ออ่านหนังสือเรื่อง "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" ที่มีคนฝากมาให้ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ในการเลี้ยงดูลูก และอยากให้ลูกได้ยินเสียงของพ่อ พ่อเคยอ่านหนังสือ เขาบอกว่า เด็กที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง จะฉลาดและพูดได้เร็วขึ้น พ่อก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก แต่อยากอ่านให้ลูกฟัง อีกหน่อยลูกเกิดมา จะได้ยอมให้พ่ออุ้มได้ง่ายๆ งัย

และทุกคืนก่อนนอน มีกิจวัตรอีกอย่างที่พ่อกับแม่จะต้องทำก็คือพ่อจะเล่นกีต้าร์และร้องเพลงให้ลูกฟังเวลาอยู่ในท้อง ก่อนที่พ่อจะร้องเพลง คุณแม่จะร้องบอกลูกว่า "Show Time" เป็นที่รู้กันว่า พ่อกำลังจะร้องเพลงให้ลูกฟัง คุณแม่บอกเสมอว่า เวลาที่พ่อร้องเพลงเล่นกีต้าร์ ลูกจะดิ้นแรงมากบางทีก็จะย้ายตัวมาอยู่ที่หน้าท้องฝั่งที่ใกล้กับกีต้าร์ พ่อกับแม่ยังล้อเล่นกันบ่อยๆ ว่า ไม่รู้ว่าลูกชอบรึเปล่า ลูกอาจจะกำลังมือปิดหูแล้วก็ร้องบอกว่า "ไม่ ไม่ ออกไป หนวกหู " แต่ลูกคงทำอะไรไม่ได้เพราะพ่อชอบร้องเพลงมาก นานๆ จะมีคนยอมฟังเพลงที่พ่อร้อง ลูกหนีไปไหนไม่ได้ ลูกต้องอดทน ฟังเพลงของพ่อไป จนกว่าจะเกิดนะ ลูก

ทุกคืนพ่อจะร้องอยู่เพลงหนึ่งเป็นประจำ อยากจะให้เป็นเพลงประจำตัวของลูก พ่อเคยอ่านหนังสือ (อีกแล้ว) บอกว่า เพลงที่ลูกฟังทุกวันตอนอยู่ในท้อง เวลาลูกเกิดมาแล้วได้ยินเพลงนั้น ลูกจะเงียบ และมีความสุขเพราะได้ยินเสียงที่ตัวเองคุ้นเคย ตอนที่ตัวเองปลอดภัยอยู่ในท้องของคุณแม่ เพลงที่พ่อให้ลูกฟังทุกคืนเลยก็คือ เพลง "ฝากดาว" เป็นเพลงช้าๆ ของวง XYZ สมัยที่พ่อยังเป็นวัยละอ่อนอยู่ พ่อดัดแปลงตอนลงท้ายของเพลงนิดหน่อย เพราะพ่อกับแม่ ฝากลูกไว้ในความดูแลของแม่พระทุกคืน

ถึงเวลาอำลาหมู่ดาว จากหมู่ดาวไปเข้านอน
ขอพรพระสวดมนต์เสียก่อน แม่เคยสอนเมื่ออ่อนเยาว์
ขอดวงดาวดูแลกล่อมขวัญ พ่อแม่ฉันให้ชื่นใจ
ทั้งพี่น้องเพื่อนพ้องรักใคร่ ขอพวกเขาฝันดี
อยู่แห่งไหนใต้ฟ้าเดียวกัน ความผูกพันล้นทวี
รักและห่วงจากดวงใจดวงนี้ ทุกนาทียามไกล
ขอดวงดาวดูแลกล่อมขวัญ พ่อแม่ฉันให้ชื่นใจ
ทั้งคืนนี้และทั้งวันใหม่ ขอแม่พระคุ้มครอง
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

9 พฤศจิกายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001