issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เรื่องสั้น-เรื่องแปล "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เรื่องสั้น-เรื่องแปล

story

เรื่องสั้น-เรื่องแปล

คุณพ่อเอริกับต้นคริสต์มาสที่หายไป
Joseph M.Malham เขียน  
หนึ่งตาเลนท์ แปล
คุณพ่อเอริ ดามาสโกส รักเทศกาลคริสต์มาส ถ้าทำได้ ท่านอยากจะฉลองคริสต์มาสทุกวัน ไม่ใช่เพราะของขวัญ งานปาร์ตี้หรือบรรยากาศตื่นเต้นแบบเด็กๆ แต่เพราะความรัก ความสงบและจิตใจของการเป็นผู้ให้ที่ครองหัวใจของผู้คนในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ความเย็นชาของฤดูหนาวจะรุกคืบมา

เมื่อคุณพ่อเอริรับหน้าที่เป็นเจ้าวัดของอาสนวิหารพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์ในเมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ ในกลางฤดูร้อนปี ค.ศ.2000 หนึ่งในบรรดาสิ่งแรกๆที่ท่านคิดก็คือการตบแต่งวัดสำหรับเทศกาลคริสต์มาส การคิดถึงไฟประดับ มาลัยและเครื่องตบแต่งต้นคริสต์มาสในกลางฤดูร้อนอาจจะดูแปลกสำหรับบางคน แต่สำหรับพ่อเอริ ซึ่งรีบเร่งซื้อข้าวของในห้างร้านล่วงหน้าก่อนเดือนหรือสองเดือน เวลาดูแทบจะมีไม่พอ

อาสนวิหารแห่งนี้ ซึ่งตามทะเบียนมีลูกวัดอยู่สี่ร้อยห้าสิบคน ตั้งอยู่ในย่านคนจนของเมือง ใกล้เคียงกับวัดคือโครงการที่อยู่สำหรับผู้มีรายได้ต่ำ และผู้อาศัยมักเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและการบุกลักขโมยข้าวของในบ้าน อะไรก็ตามที่ยั่วยวนใจ อย่างเช่นต้นคริสต์มาส ไฟประดับและของขวัญที่แขวนติดต้นไม้ พวกลูกวัดทำนายกับพ่อเจ้าวัดคนใหม่ว่าจะสูญหายไปในเวลาไม่นาน

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณพ่อเอริ เรื่องวัตถุต้องมาเป็นรองเรื่องฝ่ายจิตใจ และตรงนั้นล่ะที่ท่านถือว่าเป็นจุดสำคัญของเทศกาลคริสต์มาส แสงพริบพราวของต้นไม้เตือนผู้คนให้คิดถึงการมาขององค์แสงสว่าง - พระบุตรของพระเป็นเจ้าและพระวจนาตถ์ ที่มาสู่โลกอันเฒ่าชราและเหนื่อยอ่อน คุณพ่อเอริบอกว่าการเดินทางผ่านคริสต์มาสเป็นวงกลมที่เชื่อมต่อผู้คน มิใช่การเดินทางเป็นเส้นตรงผ่านวันเวลา ถ้าใครมีความจำเป็นในเรื่องใด วัดก็จะจัดหาให้ ยิ่งมากก็ยิ่งดี คุณพ่อเอริวางต้นคริสต์มาสจำลองที่ประดับประดาอย่างสวยงามไว้หน้าวัด "หากใครเอาต้นไม้นี้ไป" คุณพ่อเอริคิด "ฉันหวังว่าต้นไม้นี้จะทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยจิตตารมณ์แห่งคริสต์มาส"

ในวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งห่างจากวันคริสต์มาสเพียง 2 สัปดาห์ คุณพ่อเอริเดินจะเข้าวัดเพื่อทำหน้าที่อภิบาลและบริหาร ท่านชะงัก ตะลึง ที่ที่ต้นคริสต์มาสยืนอยู่เมื่อวันก่อนนั้นบัดนี้กลายเป็นที่ว่างเปล่ามีรอยเปื้อนดินและเศษของประดับ แม้แต่สายไฟและตัวตั้งเวลาก็หายไป แม้จะมีจิตใจดังที่ท่านกล่าวไว้ยามตั้งต้นคริสต์มาส คุณพ่อเอริก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธคนที่ขโมยของวัด "เรียกตำรวจมาเดี๋ยวนี้" ท่านตะโกนสั่งเลขาฯวัด

เพียงไม่นาน สื่อมวลชนท้องถิ่นก็ทราบเรื่อง และเช้าวันรุ่งขึ้น สถานีวิทยุท้องถิ่นก็สัมภาษณ์คุณพ่อเอริเกี่ยวกับต้นคริสต์มาสที่หายไป ผู้ฟังซึ่งเคืองแค้นกับการลักขโมย แต่ก็ต้องการลงมือช่วยเหลือ พากันโทรศัพท์เข้ามาขอบริจาคเงินทองเพื่อต้นคริสต์มาสใหม่ แล้ววันถัดมา เจ้าของโรงเพาะต้นไม้ ซึ่งได้ยินเรื่องนี้จากปากต่อปาก ก็โทรศัพท์มาขอมอบต้นสนขนาดใหญ่เพื่อปลูกไว้หน้าวัด และเขาบอกว่า หากจะขโมยต้นสนขนาดนี้อีกล่ะก็ จะต้องใช้รถปั้นจั่นเลยแหละ

ต้นคริสต์มาสที่ถูกขโมยได้กลายเป็นเรื่องกล่าวขวัญกันในท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ถึงกับพาดหัวข่าว และทุกคนก็คุยกันถึงวัดที่ปราศจากต้นคริสต์มาส เมื่อต้นสนใหญ่ถูกปลูกลงดิน สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทั้งสี่ช่องถ่ายทอดสดวาระโอกาสนี้ พร้อมกันนั้นก็สัมภาษณ์สดคุณพ่อเอริด้วย แม้เรื่องนี้อาจจะจบลงด้วยประเด็นที่คุณพ่อเอริเคยบอกว่าคริสต์มาสคือการเดินทางเป็นวงกลมอย่างยากทุกข์ยากแต่จับใจ แต่พระเป็นเจ้าก็ทำงานในหนทางอันลึกลับที่เกินความเข้าใจใดๆ ซึ่งแม้กระทั่งนักเขียนเรื่องสั้นหักมุมอย่างโอ เฮ็นรีก็ไม่อาจจินตนาได้ พระองค์ทางขยายวงกลมนั้นให้กว้างกว่าเดิมอีกนิดหน่อย

ในบรรดาผู้คนที่ชมเหตุการณ์การปลูกต้นสนหน้าอาสนวิหารจากข่าวโทรทัศน์ภาคค่ำ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในละแวกโครงการบ้านเพื่อคนจนรวมอยู่ด้วย เธอก็กำลังเตรียมตบแต่งบ้านเพื่อรับคริสต์มาสร่วมกับสามีและลูกชายของเธอ แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เงินทองเพื่อซื้อของกินของใช้ในครอบครัวก็แทบจะไม่พอ เธอคิดว่าเทศกาลวันหยุดนี้คงไม่มีของขวัญอะไร ไม่มีงานเลี้ยง และแน่นอน ไม่มีใครจากสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์มารายงานสภาพของครอบครัวเธอ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ติดตามข่าวโทรทัศน์ สายตาของหญิงคนนั้นก็กวาดผ่านต้นคริสต์มาสใหม่ที่อยู่มุมห้องของอพารต์เมนท์เล็กๆของเธอ สามีของเธอซื้อมาด้วยราคาสิบดอลล่าร์จากชายคนหนึ่งที่นำมาเสนอขายในตึกที่พวกเขาอาศัย ถึงแม้คนขายจะยืนยันหนักแน่นว่าต้นไม้นี้เป็นของเขาและไม่ใช่ของ "ร้อน" (ขโมยมา) อย่างแน่นอน แต่สามีเธอก็ซื้อมาด้วยความรู้สึกแคลงใจอยู่เหมือนกัน

ต้นไม้นี้สวยและเป็นตัวแทนอย่างเดียวที่ให้แสงสว่างและความปิติสำหรับครอบครัวเธอ แต่เมื่อชมข่าวภาคค่ำ หญิงสาวผู้นี้ก็ตระหนักได้ทันทีว่าต้นไม้นี้ถูกขโมยมาจากหน้าวัด

คุณพ่อเอริประทับใจในความซื่อสัตย์และความง่ายๆตรงๆของเธอ และรู้สึกสงสารสภาพยากจนของครอบครัวเธอ ท่านไม่ขอเอาต้นคริสต์มาสคืน เพราะเห็นว่าเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพระเป็นเจ้าต้องการให้ต้นไม้นั้นอยู่ที่ไหน

"เถอะนะ พ่อขอให้คุณเก็บต้นไม้นี้ไว้" คุณพ่อเอริพูดกับเธอ
"ไม่ค่ะคุณพ่อ ดิฉันทำไม่ได้" เธอตอบ
"ทำไมล่ะ" คุณพ่อเอริถาม
"เพราะว่าดิฉันเป็นคริสตชน และฉันไม่ลักขโมย"

ดุจเดียวกับเชิงเทียนที่ถูกขโมยของบิชอบในนิยายเรื่อง Les Miserables ของ Victor Hugo หรือการเลือกของขวัญในเรื่องสั้น Gift of the Magi ของโอเฮ็นรี การปล่อยวางต้นคริสต์มาสที่ถูกขโมย ได้นำบทสอนใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิมและความดีฝ่ายจิตใจให้กับทุกคน ต้นคริสต์มาสของวัดซึ่งถูกชำระล้างจากคราบสกปรกน่ารังเกียจของการลักขโมยเปล่งประกายสว่างกว่าที่คุณพ่อเอริคาดฝันไว้ในวันที่ท่านตั้งไว้หน้าวัด และ "วงกลม" ก็ได้แผ่วงกว้างกว่าเดิมด้วย

ความซื่อสัตย์และศักดิ์ศรีที่หญิงคนนั้นแสดงออกได้กลายเป็นของขวัญสำหรับคุณพ่อเอริ ในหัวใจของท่าน ท่านเชื่ออยู่เสมอว่าการทำให้คริสต์มาสดำรงอยู่ทุกวันนั้นเป็นไปได้ถ้าหากเราเปิดรับความอบอุ่นแห่งความรักของพระเป็นเจ้า ซึ่งหลั่งไหลอย่างล้นคณนาหลังจากห่อของขวัญถูกเปิดและเครื่องประดับประดาถูกเก็บเข้ากล่อง การที่หญิงคนนี้คืนต้นคริสต์มาสให้ ยิ่งย้ำความเชื่อของคุณพ่อเอริว่าคริสต์มาสคือสภาวะถาวรของวิญญาณยิ่งกว่าวันวันเดียวที่ปรากฏบนปฏิทิน

ในวันนั้น คุณพ่อเอริก็ได้กลายเป็นเพื่อนของเธอและครอบครัว และท่านทำในสิ่งที่เพื่อนปฏิบัติในช่วงเวลานั้นของปี ท่านเชิญพวกเขามาที่บ้าน หญิงสาวผู้นั้นได้มอบอะไรให้กับคุณพ่อเอริมากกว่าที่ท่านคาดคิดเสียอีก และเพื่อเป็นการตอบแทน ท่านต้องการมอบอะไรบางอย่างให้เธอมากกว่าต้นคริสต์มาส พวกลูกวัดก็เกิดความประทับใจและตกลงที่จะร่วมกัน "ดูแล" ครอบครัวนี้สำหรับคริสต์มาสปีนั้น พวกเขารวบรวมเงินได้หลายร้อยดอลลาร์มอบให้ครอบครัวนี้สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังจัดหาของขวัญจำนวนมากทีเดียวสำหรับมาวางไว้ใต้ต้นคริสต์มาส

ดังนั้น การขโมยต้นคริสต์มาสของวัดไม่ได้ทำให้พวกลูกวัดแยกย้ายห่างหาย แต่กลับนำพวกเขาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และทุกคนก็ได้รับบางสิ่งบางอย่าง ครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งได้รับความรักและความช่วยเหลือจากกลุ่มชนที่มีความเชื่อ วัดเองก็ได้รับการช่วยเหลือและความเอื้อเฟื้อจากคนที่ไม่รู้จักที่ยื่นมือมาเพราะสงสารต่อเหตุการณ์ที่เกิด และคุณพ่อก็ได้รับการยืนยันในความเชื่อของท่านเองถึงความหมายแท้จริงของคริสต์มาส

แม้แต่ต้นสนยักษ์ที่มายืนแทนต้นไม้ที่ถูกขโมยไป ก็เช่นกัน พวกลูกวัดพากันตบแต่งและประดับประดาด้วยสิ่งของงดงาม คริสต์มาสปีนั้น พวกลูกวัดพากันมาตบแต่งต้นคริสต์มาสด้วยไฟ ด้วยมาลัยและกล่องของขวัญของพวกเขาแต่ละคน และเพราะความประทับใจในจิตตารมณ์ของเหตุการณ์ ผู้คนทั้งหนุ่มสาวและเฒ่าชราจากเมืองใกล้ๆ และจากเขตวัดอื่นๆ พากันมาประดับประดาต้นคริสต์มาสที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวและความเมตตา

 

หน้ารัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002