issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
พระศาสนจักรคาทอลิกกับสื่อมวลชน (2)
หนึ่งตาเลนท์

ความสัมพันธ์ของพระศาสนจักรคาทอลิกกับสื่อนั้นมิได้ราบรื่นนัก แม้พระศาสนจักรจะตระหนักถึงศักยภาพทรงประโยชน์ของสื่อ แต่บ่อยครั้งในอดีต พระศาสนจักรตำหนิหรือวิจารณ์สื่อสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ วิทยุโทรทัศน์ จนถึงกับมีการออกกฎห้ามคริสตชนอ่านหนังสือที่อยู่ใน "รายนามหนังสือต้องห้าม" และได้พยายามต้านแรงกระทบของสื่อด้วยการจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ของตนเอง คือ L'Osservatore Romano และได้ตั้งสถานีวิทยุของตน ชื่อ Vatican Radio ขึ้นในปี 1931

พระศาสนจักรเอาใจใส่ยิ่งว่าสื่อต่างๆสะท้อนคำถามเรื่องศีลธรรมอย่างไร และมีอิทธิพลมากน้อยเพียงไรต่อผู้รับ

กระทั่งสมัยประชุมวาติกันที่ 2 พระศาสนจักรคาทอลิกก็เริ่มสนใจในการใช้สื่อประกาศพระวรสาร มีการใช้คำเรียกสื่อว่า "ประดิษฐกรรมทางเทคนิคอันน่าอัศจรรย์" และในเอกสารที่ออกมาภายหลัง คือ Communio et Progressio (เอกภาพและความก้าวหน้า) ก็เรียกสื่อว่า "ของขวัญจากพระ" พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ดำรัสในสมณสาสน์ Evangelii Nuntiandi (1976) ว่า "พระศาสนจักรจะรู้สึกผิดต่อหน้าพระ ถ้าไม่ได้ใช้เครื่องมืออันทรงอำนาจนี้ในการประกาศพระวรสาร" และพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ทรงชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสื่อในฐานะที่เป็นองค์ประกอบใหม่ของการประกาศพระวรสาร ในสมณสาสน์ Redemptorist Missio (1991)

การเกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน ไม่เพียงแค่เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการประกาศพระวรสาร มีความเป็นจริงที่ลึกกว่า กล่าวคือ ด้วยเหตุที่การประกาศพระวรสารในวัฒนธรรมยุคใหม่นี้ขึ้นอยู่เป็นอย่างมากกับอิทธิพลของสื่อมวลชน จึงยังไม่เพียงพอที่จะใช้สื่อเพียงแค่ประกาศสารของคริสตชนและคำสอนอันถูกต้องของพระศาสนจักร แต่จำเป็นยิ่งด้วยที่จะผสานสารเหล่านี้ลงใน "วัฒนธรรมใหม่" ที่ถูกสร้างขึ้นโดยการสื่อสารยุคใหม่

ชวนตรอง

1. เอกสารของพระสันตะปาปาฉบับแรกที่เกี่ยวข้องกับสื่อในศตวรรที่ 20 เป็นจดหมายของพระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ที่ออกในปี ค.ศ. 1936 (Vigilanti Cura) เกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลของภาพยนตร์ พระองค์กล่าวถึง "ภาพยนตร์เลวๆที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตอันดำเนินอยู่ภายใต้แนวทางจอมปลอมและอุดมคติอันมืดมัว" พระองค์ทรงกล่าวหาภาพยนตร์เหล่านั้นว่าขาดความเคารพต่อความรัก การสมรสและครอบครัว และสร้างอคติและความเข้าใจผิดแก่ผู้ชม และในทางตรงกันข้าม พระองค์ทรงชื่นชม ภาพยนตร์ที่ "ดี" ซึ่งพระองค์เห็นว่า "สามารถสร้างอิทธิพลลึกซึ้งทางศีลธรรมให้กับผู้ชม ภาพยนตร์เหล่านี้ปลุกเร้าอุดมคติสูงส่งของชีวิต และนำเสนอสัจจะและคุณธรรมด้วยรูปแบบที่ดึงดูดใจ"

- ลองคิดถึงภาพยนตร์ต่างๆที่คุณได้ชมเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ว่าจะที่โรงภาพยนตร์ วีดีโอหรือดูทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์เหล่านั้นจัดอยู่ในกลุ่มไหน? ("เลว" หรือ "ดี")? -คุณคิดว่าอิทธิพลของภาพยนตร์ที่มีต่อคนดูนั้นมากมายขนาดไหน? -นักเขียนหรือนักสร้างภาพยนตร์ต้องรับผิดชอบในการผลิตภาพยนตร์ที่จัดอยู่ในประเภทที่สอง ("ดี") หรือไม่?
-ในฐานะคริสตชน เราควรจะค้านหรือรณรงค์ต่อต้านภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาผิดศีลธรรม รุนแรง หรือไม่?
-มีภาพยนตร์ที่อยู่ในประเภทที่ 3 หรือเปล่า?

2. เอกสาร Communio et Progressio บรรยายสื่อมวลชนว่าเป็น "ของขวัญจากพระ"

-ทำไมพระศาสจักรจึงประกาศความเห็นแง่บวกต่อสื่อมวลชน
-พระศาสนจักรใช้สื่อมวลชนอย่างไรในฐานะส่วนหนึ่งของงานอภิบาล
-พระศาสนจักรจะใช้โอกาสที่สื่อเสนอให้ได้ดีกว่าเดิมอย่างไร

3. Communio et Progressio ยังกระตุ้นให้ผู้ทำงานในวงการสื่อ ใช้วิท ยุโทรทัศน์ การพิมพ์และภาพยนตร์เพื่อแสดงมิติแง่บวกของความเป็นมนุษย์ เช่น ศักดิ์ศรีของมนุษย์และความซื่อสัตย์ ลองคิดถึงหนังสือบางเล่มหรือภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ที่คุณเห็นสิ่งเหล่านี้

-คุณค่าด้านบันเทิงของพวกมันคืออะไร
-รายการเหล่านั้นโด่งดัง เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากไหม
-หรือว่ารายการเหล่านั้นมุ่งไปยังคนบางกลุ่มเท่านั้น

งานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ในยุคนี้ใช้เวลาในการบริโภคสื่อมากขึ้นทุกที มีความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่ได้กลายเป็นสิ่งปรกติไปแล้ว คือสภาพความจริงที่ว่าเด็กๆให้เวลากับการดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรือเข้าอินเตอร์เน็ต มากกว่าเวลาที่ให้กับพ่อแม่หรือครู และสื่อเหล่านี้มีอิทธิพลประดุจพ่อแม่หรือครูชนิดใหม่ของพวกเขา

สื่อมวลชนนำการปฏิวัติทางวัฒนธรรมและทางจิตวิทยาสู่โลก ประโยชน์หรือโทษของมันกำลังเผยแสดงด้วยปรากฏการณ์ต่างๆในสังคม การใช้สื่ออย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้คนสำนึกในความเป็นหนึ่งเดียวกัน ในปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน และความสูญเสียที่จะรับร่วมกัน ขอบฟ้าของผู้คนเปิดกว้างกว่าเดิม ความห่างไกลระหว่างประเทศและวัฒนธรรมจะถูกพิชิต เราจะเป็นคนร่วมยุคสมัยกัน เรียนรู้ที่จะเข้าใจกันดีขึ้น

แต่มีผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในสภาพได้รับข้อมูลข่าวสารมากเกินไป พวกเขาคลุกอยู่กับสิ่งที่สื่อนำเสนอให้ นานเกินไป บ่อยเกินไป และโดยไม่รู้จักที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้น พวกเขาจึงเกิดความสับสน และที่สุด ลงเอยด้วยสภาวะนิ่งเฉา การคลุกอยู่กับโลกจินตนาการนานเกินไป ลดความสามารถที่จะไตร่ตรองและเผชิญกับโลกอย่างที่เป็นจริง แต่ละวัน เราต้องพบกับสภาพจำกัดใหม่ๆมากเหลือเกิน ถ้าหากว่าเราไม่เตรียมตัวเราอย่างเหมาะสมแล้ว อิสรภาพของเราก็จะถูกคุมขัง
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

3 พฤศจิกายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001