issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
"ผมไม่เคยยืนด้วยลำแข้งตนเอง"
อุดมลักษณ์ ทองสุข

ประโยคที่ผมกล่าวข้างต้นนั้น คงจะไม่เกินความจริงเลย หากท่านได้อ่านสิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ กระผมชื่อนายอุดมลักษณ์ ทองสุข อายุ 28 ปี มีความพิการมาตั้งแต่กำเนิด แขนสองข้างของผมเหยียดตรงไม่ได้ แต่กลับตั้งฉาก 90 องศาตลอดเวลา นิ้วมือก็ใช้งานได้ไม่ดีนัก คงจะเป็นเพราะต้องตั้งตรงตลอดเวลากระมังครับ ส่วนขาของผมนั้นหรือ ทั้งสองข้าง ผมไม่เคยยืนได้เลยในชีวิตนี้ เพราะขาผมจะอยู่ในลักษณะขนานกับพื้น หากจะให้บรรยายคงเหมือนการนั่งกราบพระ เวลาที่ผมไปที่ไหน ผมจะกลายเป็นคนอ่อนน้อมและมารยาทดีไปโดยปริยาย

ครอบครัวของผมอยู่ในท้องถิ่นชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ทางภาคเหนือของประเทศ ผมมีน้อง 2 คน ตัวผมเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัวครับ การดำรงชีวิตอยู่ได้ที่ผ่านมา เริ่มต้นจากพ่อแม่ผมเป็นชาวไร่ที่ยากจน ความลำบากของท่าน ผมนึกขึ้นทีไร ผมยังมีคำถามค้างในใจเสมอว่า "ทำไมพ่อแม่ต้องลำบากขนาดนี้?" ท่านเลี้ยงผมด้วยความรักและเมตตา เวลาที่ท่านพาผมไปสถานที่ใด ท่านจะอุ้มผมไปแล้วก็วางตั้งไว้ คงจะเป็นภาพที่น่ารักไม่เบานะครับ เด็กผู้ชายที่นั่งเรียบร้อยตลอดเวลาแถมตัวเล็กนิดเดียวเอง แต่ถึงแม้ผมจะพิการ ท่านก็พยายามให้ผมได้เรียนหนังสือเพื่อความหวังว่าผมจะมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ลำบากเยี่ยงท่าน แต่ท่านคงไม่รู้หรอกว่าคนอย่างผมจะทำอะไรได้บ้าง อาจเพียงเพราะการรู้หนังสือนั้นดีกว่าการไม่รู้อะไรเลยกระมัง ทำให้ท่านขอฝากผมขึ้นหลังน้าไปโรงเรียนทุกวัน เพราะน้าของผมเดินไปเรียนระดับประถมที่โรงเรียนห่างไกลจากหมู่บ้าน แต่เมื่อน้าจบประถมแล้ว ผมต้องจบตามเขาไปแต่ไม่ได้ใบประกาศครับ เพราะไม่มีใครให้ผมขึ้นหลังไปเรียนอีกแล้ว ผมเลยเรียนไม่จบแม้กระทั่งระดับประถม ผมอยู่บ้านโดยช่วยหุงหาอาหารให้พ่อแม่เวลาท่านกลับจากทำไร่ ส่วนน้องๆผมก็ไปเรียนครับ แต่เขาเป็นผู้หญิงและตัวเล็ก คงให้ผมขึ้นหลังไปไม่ไหวแน่ ผมเลยกลายเป็นแม่ศรีเรือนไปโดยปริยายอีกแล้ว

เมื่อผมอายุ 12 ปี มีอยู่วันหนึ่งหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ไปที่หมู่บ้านผม ประชาสงเคราะห์ท่านถามผมว่าอยากไปฝึกวิชาชีพไหม ผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยครับว่า "อยากไป" ท่านก็เอาใบสมัครและเอารายละเอียดมาให้ผมดู ผมส่งใบสมัครไป ท่านบอกให้รอหนังสือตอบรับและเตรียมตัวไว้ แปดปีต่อมาผมก็ได้รับคำตอบกลับครับ แต่พอเปิดหนังสือออก บอกว่าผมไม่ผ่านการพิจารณาเพราะว่าหลักฐานไม่ครบ คือไม่มีวุฒิการศึกษา วันนี้ผมอายุ 20 ปีแล้วครับ ครั้งนี้ผมต้องตัดสินใจอย่างยิ่งใหญ่ว่าจะเลือกที่จะอยู่บ้านหรือผมต้องการมีอนาคต ผมตัดสินใจเลือกไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียนที่โรงเรียนเดิมแต่เป็นภาคค่ำ

ผมเริ่มเรียนจากห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม สัปดาห์ละ 2 วัน การเดินทางนั่นหรือครับ ผมเกิดมาเป็นผู้ชาย ผมต้องเดินด้วยลำแข้งของตนเองให้ได้ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะครับในเมื่อผมไม่สามารถเดินได้ ลำแข้งของผมก็ขนานกับพื้นอย่างนี้ ผมตัดสินใจคุกเข่าเดินลัดป่าจากหมู่บ้าน ผ่านลำธารน้ำ(ห้วย)ไป และขากลับมีรุ่นพี่ใจดีขับรถมาส่ง ผมออกจากบ้านเวลาบ่ายสามโมง ถึงโรงเรียนก่อนเวลาเรียนเล็กน้อย หลังจากเลิกเรียน บางวันผมต้องเดินฝ่าความมืดเข้าหมู่บ้านอีก ถึงบ้านก็ประมาณสองทุ่ม จนผมได้รับใบประกาศให้จบระดับประถมศึกษาในที่สุด

และหลังจากนั้น ผมได้สมัครเข้ารับการฝึกวิชาชีพที่เดิมอีกครั้ง ที่ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพขอนแก่น ในสาขาวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ ณ สถานที่แห่งนี้เองครับ ผมได้พบกับคนพิการที่ด้อยโอกาสเช่นผมอีกมากมาย จุดนี้เองครับที่ทำให้ผมได้รู้จักชื่อ "โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา" ซึ่งเป็นชื่อที่แปลกและไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เพราะเพื่อนๆของผมบอกว่าถ้าจบจากศูนย์ขอนแก่นแล้ว จะต้องสอบเรียนต่อที่มหาไถ่ให้ได้ เพราะโรงเรียนแห่งนี้จะหางานให้ทำและให้อนาคตที่ดีสำหรับคนพิการ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่คิดเช่นนั้น เพราะข่าวสารทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ ผมก็ได้รับรู้บ่อยๆว่าโรงเรียนแห่งนี้ให้การฟื้นฟูคนพิการด้านอาชีพ ด้านกีฬาและด้านสังคม ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ดังนั้นเมื่อผมจบจากศูนย์ขอนแก่น ผมและเพื่อนสมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา เราต่างอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวมาสอบ

ผมโชคดีครับ ผมสอบผ่านและมีโอกาสได้มาเรียนต่อที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ผมมุ่งมั่นเรียนเก็บเกี่ยวความรู้และพัฒนาตนเองให้มากที่สุด ผมคิดว่าเป็นที่ดีมากสำหรับคนพิการในเรื่องของการฝึกอาชีพ การฟื้นฟูด้านกีฬา ด้านสังคม เพราะผมได้พิสูจน์ด้วยตัวของผมเองแล้ว

วันแห่งความภาคภูมิใจก็เป็นของผมจนได้ครับ ผมจบหลักสูตรช่างอีเลคโทรนิคส์ หรือเรียกว่าหลักสูตรเถ้าแก่ เพราะเป็นหลักสูตรที่สอนทั้งเรื่องการซ่อมและเรื่องการบริหารงานร้านซ่อมด้วย ผมและเพื่อนๆจบพร้อมกันถึง 55คน

ในวันนี้ เพื่อนผมหลายคนได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน เปิดร้านซ่อมอยู่กับครอบครัวของพวกเขา ทุกคนอยู่ได้แบบสบายกายใจ เพราะเป็นกิจการของครอบครัว ส่วนหลายคนยังไม่พร้อม พวกเขาได้เข้าไปเป็นลูกจ้างตามร้านซ่อม ตามบริษัท เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และทุกคนหวังจะมีร้านเป็นของตนเอง ดังชื่อหลักสูตรเถ้าแก่

ตัวผมเอง ได้รับความช่วยเหลือจากโรงเรียน จากคณะครูและรุ่นพี่ จนผมสามารถหาเงินมาก้อนหนึ่งและเปิดร้านรับซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอีเลคโทรนิกส์ในเขตเมืองพัทยา ร้านผมไม่ใหญ่โตครับ เป็นร้าน 1 ห้อง ผมกินอยู่ที่นี่ ผมสามารถอยู่ได้โดยสบาย พ่อและแม่ผมแก่มากแล้ว สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดคือผมดูแลท่านได้ น้องๆของผมได้เรียนหนังสือ และทั้งสองคนมีงานทำแล้ว เมื่อผมเห็นรอยยิ้มของทุกคน ล้วนมีความสุขกายและสุขใจก็พอแล้วครับ

ผมรำลึกถึงพระคุณทุกคนที่ให้โอกาสผมและช่วยสร้างครอบครัวของผมให้มีความสุข ถึงแม้ว่า "ผมไม่เคยยืนด้วยลำแข้งของตนเอง แต่ผมมีวันนี้ได้เพราะมีผู้เสียสละตนทำงานให้กับคนพิการอย่างผมครับ"
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

31 สิงหาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001