issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
สัมพันธ์
amonkawee@hotmail.com

เพื่อนสาวของผมเธอกำลังมีปัญหาครับ…

เธอโทรศัพท์มาหาผมในคืนวันหนึ่ง หลังจากที่ห่างหายไปหลายเดือน ปัญหาที่ว่าก็ไม่มีอะไรมาก ก็เรื่องชีวิตคู่ของเธอนั่นแหละ เราไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอเป็นพิธี ก่อนเข้าถึงเรื่องใหญ่ที่เธออยากเล่าให้ผมฟัง

เรื่องมีอยู่ว่า...

ไม่เอาดีกว่า ผมจะไม่เล่ารายละเอียดอะไรมากมายนัก เอาพอคร่าว ๆ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรักที่อยู่ด้วยกันเกือบ 4 ปีเริ่มคลอนแคลน กับชายหนุ่มผู้รักความก้าวหน้า ทำงานในสตูดิโอเล็ก ๆ พร้อมกับเรียนปริญญาโทด้านการสื่อสารไปด้วย

ชายหนุ่มผู้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ "เผลอ" มองเรี่ยราดตามข้างทาง และซื่อสัตย์จริงใจกับเธอเสมอมา

เป็นไปได้หรือว่า ความสัมพันธ์กับคนอย่างเขาจะคลอนแคลนอย่างไม่น่าเชื่อ!

คนดี ๆ อย่างนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ? ผมพูดเป็นนัย ๆ เพราะเริ่มมองเห็นปัญหาทั้งหมด

เพื่อนสาวตอบว่า ก็รู้อยู่ว่าดี แต่ดีมากไป มันก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ

เธอเสริมอีกว่า เรื่องมันประจวบกับที่คนรักเก่าซึ่งเคยคบกันเมื่อนานมาแล้วกลับมาติดต่อคบหากันอีก

รักของเอ็งชักมีเค้าว่าจะเป็น "รักนอกใจ" ว่ะ อันนี้แค่คิดครับ ไม่ได้คิดดังจนเธอได้ยิน

แล้วเขาไปทำอะไรให้ละ ถึงได้อยากเลิกกับเขา? ผมถามต่อ

ก็ไม่มีอะไรหรอก เธอตอบเสียงเรียบ เราอยู่ด้วยกันมา 4 ปีแล้ว (ย้ำ! "อยู่ด้วยกัน" ในที่นี้มิได้หมายความว่า "แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย" นะครับ) ชั้นก็รู้สึกเบื่อ ๆ ขึ้นมา ไม่ได้แปลว่าเค้าน่าเบื่อนะ เธอรีบออกตัว ชั้นแค่รู้สึกว่า ชั้นไม่ควรจมปลักอยู่ที่นี่ (ยังดีที่ไม่ใช้คำว่า "จมปลักอยู่กับเขา") ชั้นอยากไปเรียนต่อ อยากมีโลกของตัวเอง อยากมีอิสระบ้าง...

ความจริงเธอร่ายยาวกว่านี้นะครับ แต่ผมพอสรุปได้ว่า เธอชักเบื่อที่จะนอนร่วมเตียงกับชายหนุ่มแสนดีนั่นแล้ว ใจอยากบอกเลิก ยุติสัมพันธ์แสนหวานที่เคยมีมา เธอหมดอารมณ์โรแมนติกใต้แสงเทียนเสียแล้ว เธออยากพูดดี ๆ กับเขาว่า เราเลิกกันเถอะนะ มาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่า แต่ใจยังไม่กล้า จริงอยู่ถ่ายไฟเก่าที่ใกล้จะคุโชนอาจทำให้เธอร้อนรุ่มไปบ้าง แต่เธอก็ย้ำว่า นั่นไม่ใช่แรงจูงใจหลักให้เธอเกิดความคิดเช่นนั้น แล้วอะไรคือแรงจูงใจหลักที่ทำให้เธอคิดเช่นนั้น?

พูดถึงเรื่องนี้แล้วคันปากยิบ ๆ อยากเล็คเชอร์ให้ฟังสักชั่วโมงครับ แต่หน้ากระดาษมีจำกัด เอาเป็นว่าแรงจูงใจในความสัมพันธ์ของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นจากการต้องการความยอมรับ ความเข้าใจ และความรักนั่นแหละ

เมื่อเกิดมา ทารกร้องจ้าเพราะแสงสว่างแสบตา เขาหนาว เขาหิว ในเวลานั้นอาหารและเครื่องนุ่งห่มคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด แต่หากมองกันจริง ๆ แล้ว อาหารและเครื่องนุ่งห่มก็มิใช่อะไรอื่น นอกจากการต้องการบางสิ่งบางอย่างไว้เพื่อยึดเหนี่ยว ทารกต้องการอะไรสักอย่างที่สามารถโอบกอดเขาได้ ป้องกันภัยให้เขาได้ และมารดาผู้ให้กำเนิดก็ได้เป็นผู้เติมส่วนที่ขาดนี้ให้เต็ม

หากความสัมพันธ์คือการยอมรับที่เกิดขึ้นจากตัวเอง แผ่กระจายไปสู่คนรอบข้าง และย้อนกลับมาสู่ผู้ที่สร้างสัมพันธ์แล้ว เหตุใดความสัมพันธ์ที่ราบรื่นจึงมาถึงจุดจบอย่างง่ายดายอยู่บ่อย ๆ?

แน่ละ คนเรา พบกัน รักกัน โกรธกัน คืนดีกัน อยู่ด้วยกัน หรือไม่ก็อาจต้องแยกกัน นี่คือความจริงอันเป็นนิรันดร์ในโรงละครแห่งโลกที่มนุษย์ต้องประสบ ไม่ว่าคุณ ผม เขา เธอ หรือมัน ต่างก็ต้องพานพบและพรากจาก สิ่งเดียวที่ติดตัวเราไปคือ ตัวตนใหม่ซึ่งความสัมพันธ์ได้สร้างขึ้น ความสัมพันธ์ได้สร้างเราขึ้นให้เป็นคนใหม่ ให้เราเติบโตต่อไป และก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งกว่า

แต่ที่บางความสัมพันธ์มิได้สร้างเราให้เติบโตขึ้น รังแต่ทำให้เราเศร้า หม่น และเก๋ากึกดึกดำบรรพ์ เป็นเพราะเรามิได้ใส่ใจ จริงจัง และซื่อสัตย์กับความสัมพันธ์นั้น พูดฟันธงเหมือนทายผลบอลยูโรฯก็คือ เรารักตัวเองมากเกินไป

ผมไม่ได้ประณามเพื่อนสาวคนนั้นว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวนะครับ วิถีชีวิตเป็นเรื่องนานาจิตตัง เมื่อเข้ากันไม่ได้ ก็ย่อมต้องต่างคนต่างไป แต่อยากให้ผู้ที่ตกสภาพขวนขวายไปตลอดชีวิตเช่นเพื่อนสาวของผมคนนี้ ได้ใช้สติตรองดูว่า เราได้ซื่อสัตย์กับความสัมพันธ์ของตนเองแค่ไหน?

คนที่ซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์นั้น ไม่ใช่คนที่ต้องตามสอดส่องดูแลในทุกเรื่องราวหรอกนะครับว่า เมื่อเช้านี้เพื่อนฉันเค้าเข้าห้องน้ำแล้วหรือยัง? หรือลูกชายสุดที่รักเคี้ยวข้าวคำละกี่ครั้ง? เขาอาจเป็นคนที่ไกลจากตัวคุณที่สุด แต่ก็ทำให้คุณแน่ใจที่สุดเช่นกันว่า เขาแคร์คุณมากแค่ไหน คุณคงเคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาบ้างนะครับ

คนที่ซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ ย่อมไม่กลัวที่จะผูกพัน เขารู้ดีว่า การผูกพันอาจต้องแลกด้วยน้ำตาและความเสียใจ แต่แน่นอนเหรียญย่อมมีสองด้าน เสียงหัวเราะและความทรงจำที่ดีคือรางวัลปลอบใจในความสัมพันธ์

ผมสวมวิญญาณศิราณี บอกกับเพื่อนสาวคนนั้นไปว่า คนเราเมื่อเรียนผูก ก็ต้องเรียนแก้ด้วยตนเอง ที่สำคัญที่สุดจะต้องตัดสินใจอย่างซื่อสัตย์ต่อตัวเองที่สุด ความจริงใจนั้นใช่ไม่ได้เสียแล้ว เพราะความจริงใจที่ผิด ๆ ก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยไป เราจบการสนทนาด้วยการให้กำลังใจแก่กันและกันเหมือนทุกครั้งที่เคยมา

ผมวางโทรศัพท์ แล้วล้มตัวลงนอนก่ายหน้าผาก

เพื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ทั้งหลายในชีวิตของผมอีกครั้ง...

เก็บตกข้างทาง
หน้าที่แรกของความรัก คือการฟัง - ปอล ติลลิช

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000