issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
สัมภาษณ์ภราดา ประทีป มาร์ติน โกมลมาศ
การศึกษาคาทอลิก : ทิศทาง และ ความฝัน
คุณพ่ออภิสิทธิ์ กฤษราลัมณ์

ภราดา ประทีป มาร์ติน โกมลมาศ เป็นผู้ที่มีความสามารถมากคนหนึ่งในแวดวงการศึกษา ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ท่านเป็นหนึ่งในเก้าอรหันต์ที่ร่าง พรบ. ปฏิรูปการศึกษา เป็นบุคคลที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่มีบทบาทในสังคมไทย ท่านเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันน่าทึ่งในการศึกษา และเป็นผู้มีจิตวิญญาณครูและผู้บริหารที่เฉียบคม บทสัมภาษณ์นี้เป็นแนวคิดของท่านเกี่ยวกับการศึกษาคาทอลิกในเมืองไทย

ก่อนอื่น อยากจะทราบความคิดเห็นของบราเดอร์ เกี่ยวกับการศึกษาคาทอลิกในเมืองไทยในอดีตก่อนครับ มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

สำหรับจุดเด่นในอดีตนั้น หลายคนมีความเชื่อว่า เราสอนภาษาดี คุมเด็กดี และมีการอบรมดูแลเด็กดี และยังมีหลายคนเชื่อถือในตัวบุคคลคือนักบวช และยังเชื่อต่อไปอีกว่าครูที่อยู่ภายใต้ของการดูแลนักบวชนั้น ต้องดีเหมือนกัน อีกประการหนึ่งคือ คนทั่วไปเชื่อว่า โรงเรียนมีการสอนภาษาอังกฤษที่ดีกว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้การศึกษาคาทอลิกไทยในอดีตมีความก้าวหน้าอย่างมาก

สำหรับการศึกษาคาทอลิกไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อมั่นอย่างนี้อยู่ สถาบันการศึกษาคาทอลิกจึงเป็นที่นิยมของผู้ปกครองทั้งหลาย เพราะเขาเชื่อว่า ครูบาอาจารย์ที่อยู่ภายใต้การนำของนักบวชนั้น เป็นผู้ที่มีคุณภาพ

โดยทั่วไปบราเดอร์คิดว่าสภาพจริงๆ ของการศึกษาของเรามีการพัฒนาขึ้นหรือยังครับ?

ในเรื่องของการพัฒนานั้น การศึกษาคาทอลิกตื่นตัวมาตั้งนานแล้ว ตื่นตัวตั้งแต่สมัยสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ส่วนมากเป็นพวกเราคาทอลิกได้นำข้อเสนอแนะของวาติกันครั้งที่ 2 ไปปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับระบบบริหารและการดูแลการศึกษาของนักเรียน ให้สอดคล้องกับจิตตารมณ์ของวาติกันครั้งที่ 2 เช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อเชิดชูคุณค่าของศาสนา การอบรมนักเรียนตามหลักคริสตธรรม และการสนับสนุนให้ผู้ปกครอง ครูอาจารย์มีบทบาทและมีส่วนร่วมกับโรงเรียนมากขึ้น ตั้งแต่ ค.ศ.1965 เป็นต้นมา

บราเดอร์เห็นอุปสรรคในการบริหารโรงเรียนคาทอลิกบ้างไหมครับ ว่าจะสอดคล้องกับวาติกันที่ 2 หรือเปล่า?

ก่อนที่อุปสรรคจะเกิด หลายคนเชื่อว่าโรงเรียนคาทอลิกเอาใจใส่ดูแลเด็กเป็นอย่างดี ส่วนด้านวิชาการก็ก้าวไกล แต่ตอนนี้เกรงอย่างเดียวว่า ผู้นำโรงเรียนของเราจะไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ที่ถูกต้อง คนภายนอกอาจจะไม่รู้ แต่เรารู้ว่า ถ้าเราเอาศาสนาเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ในไม่ช้าก็จะมีคนสงสัยและจะเกิดผลเสียต่อการศึกษาคาทอลิกแน่นอน

สำหรับเงินกินเปล่าเป็นอุปสรรคมั้ยครับ?

เงินกินเปล่านี้ทำท่าจะมีอุปสรรคในตอนแรก รัฐบาลก็ประกาศมาหลายปีแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้เขารู้ว่าถ้าเก็บเงินค่าเล่าเรียนอย่างเดียวแล้ว การพัฒนาโรงเรียนคงเป็นไปได้ล่าช้า

การปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญนี้ จะมีผลกระทบโรงเรียนในแง่ที่ดีหรือเสียอย่างไร?

คิดว่าไม่มีผลเสีย มีแต่ผลดีนะ แม้แต่เรื่อง การร่าง พรบ. ที่อยากจะให้เจ้าของนิติบุคคลโอนที่ดินให้กับโรงเรียน เราก็สามารถต่อรองกับรัฐบาลได้ว่า ไม่ควรเขียนอย่างนี้ รัฐบาลก็รับฟัง จะเห็นว่าการศึกษาคาทอลิกพัฒนามาไกลจนกระทั่งที่ว่าสามารถมีอิทธิพลพอสมควร ที่จะสร้างความเชื่อถือเช่นนี้ ในการพัฒนาโรงเรียนก็เช่นกันขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง ถ้าผู้บริหารไม่เอาใจใส่ คณะครูไม่เอาใจใส่ อันนี้ก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอย่างแน่นอน สิ่งไหนในอดีตที่คิดว่าดี เราก็ต้องยืนหยัดทำต่อไป

ความพร้อมของโรงเรียนคาทอลิกได้ตอบสนองพระราชบัญญัติอย่างไร?

ส่วนใหญ่พร้อมหมด เพราะว่าจากการสัมมนาประจำปี โรงเรียนแต่ละแห่งจะตื่นตัวกันมาก ดูได้จากการเสนอตัวทำการประเมินมาตรฐานการศึกษา พอทำแล้วก็ผ่านการประเมินกันหมดเลย เพราะฉะนั้นเรามีความก้าวหน้ากว่าหลายแห่งในแง่ของการตื่นตัว

บราเดอร์คิดว่าทิศทาง เป้าหมายของการศึกษาของเมืองไทยมีความชัดเจนมากแค่ไหน หรือว่าได้สานต่อเป้าหมายในอดีตหรือไม่?

อันนี้แหละเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อหน้าสภาพระสังฆราช เพราะสภาพระสังฆราชยังคิดว่าจุดประสงค์ของการตั้งโรงเรียนขึ้นมาก็เพื่อให้ชาวบ้านกลับใจ จุดนี้แหละเป็นอุปสรรคในสายตาของกระทรวงการศึกษา จริงๆ แล้วเราอยากเห็นพระศาสนจักรประกาศว่า ให้เป็นผู้เสียสละตน บริการรับใช้กับสังคมในประเทศไทย อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมที่ดี มีเด็กที่มีคุณภาพ อยากเห็นพระศาสนจักรเสนอตัวรับใช้ชาติ หมายความว่า บริการด้านการศึกษา อบรมให้คนมีคุณธรรม มีศีลธรรม แต่เราไม่อยากให้ประกาศให้กลับใจ เพราะว่าการให้บริการ ให้การศึกษา ให้การอบรมให้เป็นคนดีมีศีลธรรมนี้ ในตัวมันเองเป็นข่าวประเสริฐอยู่แล้ว ส่วนใครจะกลับใจหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในทางเทววิทยาบอกว่า การกลับใจเป็นเรื่องระหว่างเรากับพระ พระเจ้าทรงประทานพระหรรษทาน แต่เรากลับไปประกาศตัวอย่างนั้น จะทำให้เขาระแวง เราต้องเลิกประกาศอย่างนั้น ต้องเลิกยัดเยียดสิ่งนี้ ให้กับเด็กที่มาอยู่กับเรา เพราะฉะนั้นไม่ควรประกาศ เพราะในตัวมันเป็นพยานความเชื่ออยู่แล้ว ถ้าหากประกาศไปคนเขาจะระแวงได้

และอย่างนี้เราจะทราบเอกลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกได้มั้ยครับ?

ได้... ต้องมีเครื่องหมายกางเขนในโรงเรียน เครื่องหมายกางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งความเชื่อ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องที่จะพูดว่าให้คนกลับใจเหมือนอย่างมิสชันนารีสมัยก่อนนั้น พูดไม่ได้แล้ว คนไทยไม่ชอบฟังคำนี้ มันอาจจะไปแสลงหูใครก็ได้ ถ้าออกไปประกาศให้กลับใจ ทุกคนเขาก็จะต่อต้านแน่นอน อย่าได้เผลอใช้ทีเดียว ในอดีตใช้กันมาก ส่วนยุคใหม่เราพยายามไม่พูดถึง ถ้าเรามีการดำเนินชีวิตที่ดี คนก็จะมาหาเองแหละ

ในโอกาสครบรอบร้อยปีของคณะเซนต์คาเบรียลในประเทศไทย ไม่ทราบว่าทางคณะมีพันธกิจหรือว่ามีอะไร ที่จะวางนโยบายแนวทางอนาคตของการศึกษา เพราะเนื่องจากทางคณะเซนต์คาเบรียลก็เป็นแนวหน้าในด้านของการศึกษาอยู่แล้ว

กรรมการของคณะก็พยายามศึกษาเป้าหมายโดยตรงของการตั้งคณะอยู่ จุดเด่นของเรานั้นคือช่วยเหลือคนยากคนจน ในโอกาสครบรอบร้อยปีนี้ คณะได้เน้นให้เด็กมีที่เรียน โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ซึ่งมีอยู่แล้วประมาณสองพันคน ได้ทุนมาจากกองทุนกู้ยืม ถ้ายืมไม่ได้ก็ยืมมหาวิทยาลัยเรียนจบแล้วทำงานได้แล้วค่อยส่งทุนกลับไป ดอกเบี้ยก็ไม่ได้คิดเลย และในบางกรณีถ้าไม่คืน เราก็ไม่ทำอะไร เพราะเป็นประเพณีมานานแล้ว และช่วงระยะเศรษฐกิจตกต่ำ หลายคนเดือดร้อนเราก็ช่วยกัน แต่เราไม่ประกาศว่า "มานี่สิ เด็กยากจน มารับทุน" พูดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเด็กไม่ชอบ และยังทำให้เด็กเกิดปมด้อย งานของคณะที่คงทำต่อไปคือพยายามสร้างคนมารับใช้สังคม อันนี้คือจุดเด่นจุดหนึ่งแต่คนภายนอกอาจจะมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติจะมีโครงการช่วยเหลือเด็กยากจน พัฒนาเด็กสลัม และการให้เด็กของเรารู้จักรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักเอื้ออาทรต่อคนยากจน ซึ่งเราได้ทำมานานพอสมควรอย่างน้อย 30 ปีแล้ว โครงการนอกหลักสูตรอย่างนี้ทำมานานจนทุกวันนี้ก็ยังไม่เลิกทำ เพราะว่าสอดคล้องกับความเป็นอยู่ของคนไทยทั่วไป ได้ทำบุญช่วยเหลือคนยากจน นอกจากจะเอาใจใส่เด็ก อบรมสั่งสอนเด็กแล้ว ยังมี กิจกรรมเสริมหลักสูตรมากมายที่สร้างเสริมให้เด็กๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ก็อาจสรุปได้ว่าการศึกษาคาทอลิกในเมืองไทยนี้ เป็นแสงสว่าง เป็นผู้นำ หรือเปล่าครับ ?

ใช่… เป็นแสงสว่าง เป็นผู้นำ แต่มีสิ่งหนึ่งที่พระสังฆราชต้องทำความเข้าใจ และมุมมองใหม่นั่นก็คือ การที่ไม่มีใครเขาแห่มาเป็นคาทอลิก ไม่ได้หมายความว่า การศึกษาไม่เกิดผล คนที่เคยผ่านการศึกษาของคาทอลิก มีความเข้าใจต่อนักบวช ต่อศาสนาคาทอลิก ทุกคนที่ผ่านมานั้นก็มีหลากหลายศาสนา แต่เขาก็มีแนวโน้มที่จะเห็นใจและ ไม่มีอคติต่อเรา หลายคนที่ด่าว่าพวกคาทอลิก แต่ลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่เชื่อ เพราะเขาเคยเล่าเรียนมาแล้ว ไม่เห็นมีอย่างนั้นเลย และมีลูกศิษย์หลายคนได้กลายเป็นบุคคลดีเด่นในสังคม อาทิเช่น คุณสุดารัตน์ คุณพจมาน คุณสิริกร พวกนี้เป็นเด็กนักเรียนเซนต์โยเซฟทั้งนั้น

ในความฝันของบราเดอร์อยากจะให้มีอะไรเกิดขึ้นในการศึกษาคาทอลิกในเมืองไทย ?

คนไม่ค่อยเชื่อว่า คาทอลิกเด่นทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จึงอยากให้เรามีบทบาททางนี้มาก ส่วนอย่างอื่นคนเชื่อถือหมด นี่คือจุดที่คนยังไม่ค่อยเชื่อถือทำให้ทางรัฐบาลต้องลงมาเล่นบทบาทนี้

อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้บราเดอร์สร้าง ABAC ที่บางนาด้วยหรือเปล่าครับ หรือว่าขยายเฉยๆ ?

ก็สร้างให้เห็นว่า คาทอลิกมีความเสียสละตนเพื่อสร้างแหล่งการศึกษาเป็นอนุสรณ์ ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่ทำเพื่อประเทศชาติ เพราะการศึกษาต้องอยู่คู่บ้านคู่เมือง สิ่งที่ต้องการจะเห็นคือจุดนี้แหละ เหมือนสมัยอยุธยาที่พระนารายณ์ยอมให้มีระบบการศึกษา สร้างโรงเรียนขึ้นมา เพราะว่าอยากจะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญมากขึ้น อยากให้ภาพนั้นในอดีตเกือบ 400 ปีมาแล้ว ได้สะท้อนมายังยุคใหม่ การศึกษาดีๆ ต้องอยู่คู่บ้านคู่เมือง พัฒนาประเทศชาติ ให้เป็นที่ยอมรับ บางทีเขาอาจยอมรับ แต่เขาก็ระแวงเรา.. จะทำบุญอะไร ก็อย่าไปโฆษณาว่าคาทอลิกทำนะ ให้คนเขาเห็นเองจะดีกว่า
 

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

17 กุมภาพันธ์ 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002