issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง
article
ไฟชำระตามแผนการณ์ของพระเป็นเจ้า
หฤทัยชนนี

ไฟชำระเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของเรา เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของงานของพระเยซูคริสตเจ้า และมีบทบาทสำคัญในการกอบกู้วิญญาณของมนุษย์ เราคงจำได้พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พระศาสนจักรที่ยังต้องต่อสู้ พระศาสนจักรที่มีชัย และพระศาสนจักรที่ยังต้องทนทุกข์ หรือไฟชำระนั่นเอง พระศาสนจักรทั้ง 3 ส่วนรวมกันเป็นพระกายศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสตเจ้า

วิญญาณในไฟชำระไม่ใช่เป็นเพียงอวัยวะส่วนหนึ่งของพระองค์ แต่ยังเป็นคริสตชนผู้มีความเชื่อในโลกและผู้ได้รับการเลือกสรรค์ในสวรรค์ พระคัมภีร์เรียกพระศาสนจักรอย่างง่ายๆว่า พระอาณาจักรสวรรค์ ไฟชำระเป็นแขวงหนึ่งของพระอาณาจักรอันยิ่งใหญ่นี้ พระศาสนจักรทั้ง 3 ส่วนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไม่ขาดสาย สื่อสารติดต่อกันและกันอย่างต่อเนื่อง เราเรียกว่า สหพันธ์นักบุญ จุดมุ่งหมายคือการนำวิญญาณไปสู่ความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร ซึ่งเป็นความปรารถนาของผู้ได้รับการเลือกสรรค์ พระศาสนจักรทั้ง 3 ส่วนเกื้อกูลกันและกันตลอดเวลา เพื่อช่วยมนุษย์เอาวิญญาณรอดไปสวรรค์ ซึ่งเป็นเมืองที่มั่นคงถาวร หรือเมืองเยเรูซาเลมที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร

เราสมาชิกของพระศาสนจักรที่ยังต้องต่อสู้ จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อช่วยวิญญาณที่อยู่ในไฟชำระ? เรามีหน้าที่ต้องบรรเทาทุกข์วิญญาณเหล่านั้น พระเป็นเจ้าได้ประทานกุญแจสำหรับเปิดที่คุมขังแห่งนี้ในมือเรา กุญแจนั้นก็คือการสวดภาวนาอุทิศให้ผู้ตาย และการเผยแพร่ความศรัทธาต่อวิญญาณในไฟชำระ การสวดภาวนาให้ผู้ตาย ความกลัวและความวางใจ การสวดภาวนาสำหรับผู้ที่ได้จากไป การพลีกรรม และการทำกิจใช้โทษบาปแทน เป็นกิจศรัทธาที่คริสตชนอุทิศให้กับวิญญาณในไฟชำระ

ความศรัทธาต่อวิญญาณเหล่านั้น เป็นการดลใจของพระจิตเจ้าให้เกิดความเมตตาสงสารในดวงใจของคริสตชนผู้มีความเชื่อ พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า "เป็นความคิดศักดิ์สิทธิ์และถูกต้องที่เราสวดอุทิศให้ผู้ตาย เพื่อเขาทั้งหลายจะได้หลุดพ้นจากบาป" ความศรัทธาต่อวิญญาณในไฟชำระจะสมบูรณ์ต้องประกอบด้วยจิตแห่งความกลัว และจิตแห่งความวางใจ ความศักดิ์สิทธิ์ครบครันของพระเป็นเจ้าดลใจให้เราเกิดความกลัว และพระเมตตาซึ่งไม่มีขอบเขตของพระองค์ประทานแก่เราความวางใจ พระเป็นเจ้าเป็นองค์ความศักดิ์สิทธิ์ ดั่งดวงอาทิตย์ทอแสง พระพักตร์ของพระองค์ไม่อาจทอดพระเนตรแม้แต่เงาของบาป

ผู้ทำนายกล่าวว่า: "พระเนตรของพระองค์บริสุทธิ์ที่สุดและไม่สามารถทนเห็นบาปได้" เมื่อมนุษย์ทำบาป ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้าเรียกร้องเขาใช้โทษบาป เมื่อมนุษย์ต้องใช้โทษบาปตามพระยุติธรรมของพระองค์ มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวสยดสยอง ด้วยเหตุนี้ พระคัมภีร์บอก "พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์และน่ากลัวสยดสยอง เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ไม่มีขอบเขต"

พระยุติธรรมของพระเป็นเจ้าน่ากลัวสยดสยอง พระองค์ลงโทษอย่างมหันต์แม้แต่บาปเบาๆ เหตุผลก็คือ ความผิดเหล่านี้เป็นบาปเล็กน้อยในสายตาของมนุษย์ แต่ไม่เป็นเช่นนั้นในสายพระเนตรของพระเป็นเจ้า บาปเล็กๆน้อยๆทำให้พระองค์เคืองพระทัยอย่างไม่มีขอบเขต เมื่อมนุษย์ทำผิดต่อความศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่มีขอบเขต ความผิดแม้แต่เพียงเล็กน้อย กลายเป็นโทษมหันต์และเรียกร้องเขาใช้โทษบาป อย่างแสนสาหัส นี่เป็นคำอธิบายถึงความเจ็บปวดอันน่ากลัวสยดสยองในชีวิตหน้า ขอให้ความจริงนี้ซึมซาบเข้าไปในจิตใจของเรา และก่อให้เกิดความกลัวอย่างศักดิ์สิทธิ์ถึงในวิญญาณเรา

การกลัวไฟชำระต้องเป็นความกลัวที่ศักดิ์สิทธิ์ ผลก็คือความกลัวนี้ไม่เพียงเร้าใจเราเกิดความเมตตาต่อวิญญาณผู้น่าสงสารที่กำลังทุกข์ทรมาน แต่ต้องก่อให้เกิดการตื่นตัวอย่างร้อนรนในดวงใจของเรา ที่จะดูแลเอาใจใส่วิญญาณของเราเองด้วย จงคิดถึงพระเพลิงในไฟชำระเสมอ และท่านจะหลีกเลี่ยงแม้แต่ความผิดเล็กๆน้อยๆ จงคิดถึงพระเพลิงในไฟชำระตลอดเวลา และท่านจะประพฤติตัวของท่านเป็นที่สบพระทัยพระเป็นเจ้าในโลกนี้ ท่านจะได้ไม่ต้องใช้โทษบาปอย่าง มหันต์ในโลกหน้า

อย่างไรก็ตาม เราต้องระมัดระวังอย่ากลัวมากเกินไปจนหมดความวางใจ อย่าลืมพระเมตตาของพระเป็นเจ้าซึ่งไม่มีขอบเขตเช่นเดียวกับพระยุติธรรมของพระองค์ ผู้ทำนายกล่าวว่า: "พระเจ้าข้า พระเมตตาของพระองค์ใหญ่ยิ่งล้นฟ้า" และคนอื่นกล่าวว่า "พระเป็นเจ้าทรงพระทัยดีและเมตตากรุณา ทรงอดทนและเปี่ยมด้วยพระเมตตา "พระเมตตาล้นพ้นนี้ควรสยบความกลัวอย่างที่สุดในดวงใจเรา และเติมดวงใจเราให้เต็มไปด้วยความวางใจอย่างศักดิ์สิทธิ์ในพระองค์ ตามคำภาวนา "โอ้ พระเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์ โปรดอย่าให้อะไรก็ตามทำลายความวางใจของลูกในพระองค์"

เราต้องเร่าร้อนด้วยความรู้สึก 2 ประการนี้ ถ้าเราวางใจในพระเมตตาของพระเป็นเจ้าเท่ากับเรากลัวพระยุติธรรมของพระองค์ เราก็จะมีความศรัทธาต่อวิญญานในไฟชำระอย่างแท้จริง ความรู้สึก 2 ประการนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากข้อความเชื่อเรื่องไฟชำระ เราต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ความเชื่อที่บรรจุอยู่ในข้อลึกลับ 2 ประการ พระยุติธรรมและพระเมตตาของพระเป็นเจ้า พระยุติธรรมทรงลงโทษและพระเมตตาทรงให้อภัย โดยแนวความคิด 2 อย่างนี้ ท่านจะได้ฟังเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับไฟชำระจากปากของนักบุญ และผู้ดำรงชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้

ความหมายของคำว่าไฟชำระตามข้อความเชื่อของศาสนาคาทอลิก คำว่าไฟชำระหมายถึง สถานที่ หรือภาวะกึ่งกลางระหว่างนรกและสวรรค์ พูดอย่างถูกหลัก ไฟชำระหมายถึงสภาพของวิญญาณซึ่งขณะเข้าตรีทูตอยู่ในภาวะพระหรรษทาน แต่ยังไม่ได้ใช้โทษบาปครบบริบูรณ์ หรือยังไม่สะอาดบริสุทธิ์พอที่จะได้เห็นพระพักตร์พระเป็นเจ้า

ไฟชำระเป็นภาวะชั่วคราวปิดประตูสู่ชีวิตที่มีความสุขชั่วนิรันดร เวลาแห่งการทดลองและการประ กอบบุญกุศลได้สิ้นสุดลงแล้ว เป็นภาวะแห่งการเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาปและการใช้โทษบาป วิญญาณได้มาถึงจุดจบของชีวิตในโลกแล้ว ต่อจากนี้ไปไม่มีอะไรแล้วนอกจากพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้า มนุษย์สิ้นใจในขณะที่วิญญาณเขาอยู่ในพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกร เขาจะได้รับ ชีวิตนิรันดร และเสวยสุขกับพระเป็นเจ้าในสวรรค์ เนื่องจากเขายังมีหนี้สินติดค้างอยู่ หรือการใช้โทษบาป เขามีภาระจะต้องชดใช้หนี้สินเหล่านั้นจนเป็นที่พอพระทัยพระเป็นเจ้า

นี่คือคำอธิบายความหมายสำคัญของคำว่า ไฟชำระ และสภาพของวิญญาณที่ติดอยู่ที่นั่น พระศาสนจักรได้บัญญัติข้อความเชื่อ 2 ข้ออย่างชัดเจน ข้อหนึ่ง ไฟชำระมีจริง และข้อสอง วิญญาณที่อยู่ในไฟชำระ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากคริสตชน ผู้มีความเชื่อด้วยการใช้โทษบาปแทน โดยเฉพาะ การขอมิซาอุทิศให้ผู้ตาย นอกจากความเชื่อ 2 ข้อนี้แล้ว ยังมีคำถามซึ่งพระศาสนจักรยังไม่ได้ตอบ คำถามเหล่านี้คือ (1) ตำแหน่งที่ตั้งของไฟชำระ (2) สภาพของการทรมาน (3) จำนวนของวิญญาณที่อยู่ในไฟชำระ (4) ระยะเวลาที่วิญญาณต้องทรมาน (5) วิธีที่ผู้เป็นช่วยเหลือผู้ตาย การคำนวนระยะเวลาที่เราจะต้องอยู่ในไฟชำระ

ความเชื่อไม่ได้สอนเราว่าเราจะต้องทุกข์ทรมานอยู่ในไฟชำระนานเท่าใด เรารู้แต่เพียงว่า เราจะอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความหนักเบาของบาปที่เราได้ทำ และยังไม่ได้ใช้โทษเป็นที่พอพระทัย พระเป็นเจ้าในโลกนี้ วิญญาณที่อยู่ในไฟชำระ ได้รับการยกโทษบาปโดยอาศัยการขอมิซาให้ และการใช้โทษบาปอื่นๆที่เราอุทิศให้

นักปราชญ์ของพระศาสนจักรลงความเห็นตรงกัน เราต้องใช้โทษบาปในไฟชำระเป็นเวลานาน เบลลาร์มีนบอกว่า "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการใช้โทษบาปไม่ใช่แค่ 10 หรือ 20 ปีเท่านั้น ใน บางกรณีนานเป็นร้อยๆ ปี สมมุติเราต้องทนทุกข์เป็นเวลา 10 หรือ 20 ปี เราจะถือว่าเป็น เรื่องเล็กน้อยได้หรือไม่ เราต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสโดยไม่มีความบรรเทาแม้แต่นิดเดียวเป็นเวลา 10 หรือ 20 ปี?

ถ้าคนหนึ่งแน่ใจเขาจะต้องเจ็บเท้า หรือปวดศีรษะ หรือปวดฟันเป็นเวลานานถึง 20 ปี โดยไม่มีการหลับนอนหรือการพักเลย เขาจะไม่ขอตายดีกว่ามีชีวิตทรมานในสภาพเช่นนั้นหรือ? ถ้าเขามีโอกาสเลือกระหว่างชีวิตที่แสนลำบากและชีวิตที่ต้องเสียเงินเสียทอง เขาจะไม่เลือกการเสียเงินเสียทอง เพื่อเขาจะได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานเช่นนั้นหรือ? เราจะไม่พยายามช่วยตัวเราหลุดพ้นจากการทรมานในไฟชำระหรือ? เรากลัวที่จะต้องทำกิจใช้โทษบาปที่แสนลำบาก เช่น อดอาหาร ทำบุญทำทาน ช่วยเหลือคนยากจนหรือผู้ประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต สวดภาวนายาวนาน หรือร้องไห้เป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาปหรือ?"

คุณพ่อมัมฟอร์ด แห่งคณะพระเยซูพระสหาย ได้เขียนบทความเกี่ยวกับการมีเมตตาจิตต่อผู้ที่ได้จากไป และได้บอกวิธีคำนวนระยะเวลาที่วิญญาณต้องทรมานในไฟชำระ ท่านอ้างอิงถึงพระวาจาของพระจิตเจ้า "คนชอบธรรมทำความผิดอย่างน้อยวันละ 7 ครั้ง" แม้แต่คนที่พยายามรับใช้พระเป็นเจ้าอย่างดีที่สุด ยังทำความผิดเป็นจำนวนมากในสายพระเนตรของพระเป็นเจ้า เราต้องพิจารณามโนธรรมของเรา เราจึงจะเข้าใจถึงสภาพของการโอนเอียงในทางบาปของมนุษย์ มัน ง่ายเหลือเกิน มนุษย์สามารถวักแวกขณะสวดภาวนา ทำงานแบบหลวกๆ ทำบาปเกี่ยวกับการ คิดถึงแต่ตัวเอง บาปเกี่ยวกับความไม่อดทน บาปเกี่ยวกับประสาททั้งห้า บาปเกี่ยวกับความ คิดและการพูดจา บาปเกี่ยวกับการไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า แต่ละวันเวลาช่างยาวนาน ไม่ยากเลยคนดีสามารถทำบาปได้ทุกเวลา ไม่ใช่แค่ 7 ครั้งเท่านั้น แต่อาจเป็น 20 หรือ 30 ครั้งในความผิดชนิดเดียวกัน เราลองประมาณตัวเลขอย่างคร่าวๆ สมมุติเราทำผิดวันละ 10 ครั้ง ครบ 1 ปีหรือ 365 วันเราจะทำผิดรวมทั้งหมด 3650 ครั้ง ช่วยการคำนวณให้ง่ายขึ้นเราลดตัวเลขลงเป็น 3000 ครั้งต่อปี ครบ 10 ปีตัวเลขจะเป็น 30,000 ครั้ง ครบ 20 ปีตัวเลขจะเป็น 60,000ครั้ง สมมุติเราได้ใช้โทษบาปของเราไปครึ่งหนึ่งคงเหลือ 30,000 ครั้งซึ่งเราจะต้องใช้โทษ บาป บังเอิญเราสิ้นใจหลังจากเราได้ใช้ชีวิตอย่างดีเป็นเวลา 20 ปี เราปรากฎตัวหน้าบัลลังก์ ยุติธรรมของพระเป็นเจ้ามีความผิดทั้งหมด 30,000 อันซึ่งเราจะต้องใช้โทษบาปในไฟชำระ เราจะต้องใช้โทษบาปเหล่านี้ในไฟชำระเป็นเวลานานเท่าใด?

สมมุติเราจะต้องอยู่ในไฟชำระ 1 ชั่วโมงต่อความผิด 1 อย่าง เราจะต้องอยู่ที่นั่นนานถึง 30,000 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 ปี 5 เดือน 5 วัน การคำนวณของเราแค่คร่าวๆ ยังไม่เที่ยงตรงแม่นยำ เป็นแบบผ่อนปรน ถ้าเราต้องใช้โทษบาป ในไฟชำระ 1 วันต่อความผิด 1 อย่างแทนที่จะเป็น 1 ชั่วโมงต่อความผิด 1 อย่างและถ้า เราทำบาปหนักแทนที่จะเป็นบาปเบา นักบุญฟรันเซส แห่งกรุงโรมบอกว่าสำหรับบาปหนัก 1 อย่างเราต้องใช้โทษบาปเป็นเวลานานถึง 7 ปี เราลองเอาตัวเลขเหล่านี้มาใช้ในการคำนวณของเรา เราจะพบว่าตัวเลขรวมช่างน่าสพึงกลัวอย่างที่สุด เราจะต้องใช้โทษบาปของเราในไฟชำระนานเป็น ปีๆ หรือเป็นศตวรรษๆ ฉะนั้น เราจะต้องหลีกเลี่ยงแม้แต่ความผิดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเราจะได้ไม่ต้องใช้โทษบาปในไฟชำระอย่างเจ็บปวดทรมาน

 

หน้ารัง | บทความ | บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000