| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
การเผยแสดงที่เป็นดังการทำให้สมบูรณ์นั้น ทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงที่ว่าพระเยซูเจ้าไม่เหมือนกับบรรดาประกาศก และยอห์น บัปติส พระองค์ไม่ได้ประกาศข่าวสารเรื่องพระอาณาจักรพระเจ้าเท่านั้น แต่พระองค์ได้ทรงกระทำแก่นสารนี้ให้เป็นจุดศูนย์กลางของการประกาศของพระองค์เอง(จากหนังสือ Revelation ของ Heinrich Fries หน้า 77) เนื่องจากในพระธรรมใหม่นั้น การเผยแสดงเป็นการให้เปล่าจากน้ำพระทัยอิสระของพระเจ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อความรอดของมนุษย์ พระองค์ทรงให้พระเยซูเจ้ามาเผยแสดงแก่มนุษย์บนโลกนี้ ผมเห็นด้วยกับข้อความข้างต้นที่ว่า การเผยแสดงเป็นดังการทำให้สมบูรณ์โดยพระคริสตเจ้า ในพระธรรมเก่าเราจะเห็นได้ว่า พระเจ้าได้ทรงเผยแสดงโดยการทำพันธสัญญากับอับราฮัม การเผยแสดงนี้ต้องอาศัยความเชื่อ ความศรัทธา และมีการถ่ายทอดไปยังชนรุ่นต่อๆ ไป แต่การเผยแสดงในพระธรรมใหม่นั้น เป็นการเผยแสดงที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะพระเจ้าได้เผยพระองค์เองผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้า การเผยแสดงอันนี้เองได้ถูกถ่ายทอดให้คนในสมัยนั้นได้เห็นและคนในสมัยปัจจุบันได้รับรู้โดยผ่านทางพระวาจาและกิจการของพระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งเป็นทั้งผู้เผยและผู้ถูกเผยในเวลาเดียวกัน และจากข้อความที่บอกว่า พระเยซูเจ้าไม่เหมือนกับบรรดาประกาศกและ ยอห์น บัปติส เพราะบุคคลเหล่านี้ เป็นเพียงประกาศกผู้ประกาศข่าวสารของพระเจ้าเท่านั้น แต่พระเยซูเจ้าเป็นมากกว่านั้น พระองค์ทรงประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรพระเจ้าด้วยตัวของพระองค์เอง และทรงทำให้เป้าหมายหลักอันนี้เป็นจุดศูนย์กลางของการประกาศและการเทศน์สอนของพระองค์ เราสามารถศึกษาและเรียนรู้ได้จากการดำเนินชีวิตของพระเยซูเจ้าในพระคัมภีร์ สิ่งนี้เองที่ทำให้พระองค์แตกต่างไปจากบรรดาประกาศก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดและสามารถใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิต ดังนั้นการที่มนุษย์จะรับรู้และเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นั้น ต้องอาศัยการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง5 ( ผัสสะ ) เนื่องจากพระเจ้าเป็นจิต เป็นพลัง เป็นองค์ความดีสูงสุด ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ การเผยแสดงนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีคุณค่าต่อการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้า ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถจะรับรู้ได้ทั้งหมดก็ตาม และโดยอาศัยพระเยซูเจ้านี้เอง เราจึงเข้าใจพระเจ้าได้มากขึ้น ได้รับรู้ว่าพระเจ้าเป็นองค์ความรัก ความเมตตาที่รักมนุษย์ทุกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข มองอีกมุมหนึ่ง ถ้าพระเยซูเจ้ามิได้ทรงลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์แล้ว เราก็จะรับรู้และเข้าใจถึงพระเจ้าได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น นั่นก็คือการเรียนรู้จากข้อความที่ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมเก่า และจากคำบอกเล่าของบรรดาประกาศกเท่านั้น การถ่ายทอดจึงเกิดขึ้นเพียงทางวาจา ( Word ) ซึ่งแตกต่างจากการเผยแสดงผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้า โดยผ่านทางพระองค์ เราสามารถรับรู้ได้ทั้งทางพระวาจา ( Word ) และกิจการหรือเหตุการณ์ ( Event ) ซึ่งทำให้เราเข้าใจพระเจ้ามากยิ่งขึ้น การเผยแสดงนั้น ยังคงเกิดขึ้นทุก ๆ วัน แม้ว่าพระเยซูเจ้าจะทรงสิ้นพระชนม์และเสด็จสู่สวรรค์ไปแล้วก็ตาม การเผยแสดงของพระเยซูเจ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ ซึ่งเราเรียกว่า การเผยแสดงทางธรรมชาติ ( Natural Revelation ) ธรรมชาติเป็นสิ่งใกล้ตัวเรามาก อาศัยธรรมชาตินี้เอง เราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้าได้อีกด้วย โดยอาศัยแสงสว่างของพระจิตเจ้า ในพระวรสารของนักบุญยอห์น เราจะสังเกตได้ว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นพยานของพระบิดา และเป็นพยานถึงการกระทำต่าง ๆ ที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วตั้งแต่สร้างโลกด้วยพระวจนาถต์ของพระองค์ พระวจนาตถ์นั้นได้สำเร็จลงในพระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งบังเกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อบอกเราถึงความรักและความลับของพระบิดา จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมมีความเห็นว่า การเผยแสดงเป็นการทำงานร่วมกันของพระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งพยายามที่จะทำให้เราเข้าใจถึงพระเจ้ามากขึ้น และเมื่อเราได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นแล้ว เราจะได้เข้าชิดสนิทกับพระองค์ด้วยความรักและความเชื่ออันมั่นคง
|
13 กันยายน 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001