issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง l บทความ
article
ซา เซอร์ แฮรี่ ทิล
(ผู้ประกาศพรสวรรค์ คุณพ่อแฮรี่ ทิล)
Sayan Saevivat


ผมยังจำได้ติดตาเหมือนกับว่าเรื่องราวนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบวันเกิด 7 ขวบของลูกชายผม และเป็นวันที่ผมและครอบครัวได้พบกับคุณพ่ออภิสิทธิ์ กฤษราลัมณ์!

คุณพ่ออภิสิทธิ์เดินทางไปเมืองซีแอ็ตเทิ้ล (SEATTLE) ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเรียนของท่าน และท่านกรุณาให้เกียรติพักที่บ้านผมในค่ายฟอร์ดหลุยส์ 1 คืน เพื่อร่วมฉลองวันเกิดลูกชายผมที่ท่านเคยเห็นตั้งแต่แบเบาะสมัยอยู่ประเทศเยอรมัน

วันอาทิตย์ที่ 21 ผมและครอบครัวได้เดินทางไปส่งคุณพ่ออภิสิทธิ์ที่วัดพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า (SACRED HEART CATHOLIC CHURCH) ที่กลางเมืองซีแอ็ตเทิ้ล ติดกับเข็มอวกาศ (SPACE NEEDLE) อันขึ้นชื่อลือชาเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในรัฐวอชิงตัน

กำลังร่ำลากัน คุณพ่อในบ้านพักพระสงฆ์ก็บอกกับคุณพ่อ อภิสิทธิ์ว่าคุณพ่อแฮรี่อยู่ในวัดจะไปทักทายไหม

คุณพ่ออภิสิทธิ์และพวกผมเปิดประตูวัดที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านพักพระสงฆ์ สายตาผมก็ปรับเข้ากับความมืดของวัดที่ไม่ได้เปิดไฟ พระแท่นแบบเรียบๆ ธรรมดาตั้งเด่นอยู่ปลายสุดของวัด ข้างพระแท่นมีรูปแม่พระและพระเยซูเจ้า สายตาของผมกวาดลงมาที่ที่คุกเข่าและเก้าอี้นั่ง แถวที่ 4 ขวามือจากพระแท่น ก็เห็นส่วนหลังของคุณพ่อแฮรี่ พร้อมๆ กับเห็นเหล็กที่ดัดเหมือนเก้าอี้ไม่มีเบาะ สำหรับผู้ใช้เดินค้ำพยุง หัวใจผมกระตุกวูบ เมื่อคุณพ่อหันหน้ามาทางพวกเรา

" ซา เซอร์ แฮรี่ ทีล" ขวัญใจของชาวโม้งแห่งประเทศไทยยิ้มแบบสุภาพให้กับพวกผม แล้วท่านก็ทักทายคุณพ่อ อภิสิทธิ์สงฆ์ร่วมคณะ

ดวงตาของท่านเปล่งประกายฉายแสง เมื่อท่านรู้ว่าผมเป็นพี่ชายคนที่สองของคุณพ่อทิวา เพื่อนร่วมคณะของท่าน แล้วรอยยิ้มของท่านก็ขยายเต็มใบหน้าเมื่อผมบอกว่าผมรู้จักคุณพ่อเมื่อคุณพ่อประจำอยู่ที่วัดคาทอลิกขอนแก่น เช่าบ้านถนนอำมาตย์เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ตอนที่ขอนแก่นมีคาทอลิก 4 ครอบครัว และผมอายุยังไม่ถึง 10 ขวบดี

ก่อนลากลับ ผมถามพ่อแฮรี่ว่าอยากได้อะไรในค่ายทหารหรือเปล่า? ท่านส่ายหัวบอกว่ามีทุกอย่างไม่ต้องการอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้ผมพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารไทย ที่คนไทยไปกินกัน ของแท้สูตรจริง ไม่แผลงให้ถูกลิ้นคนอเมริกัน

กลับถึงบ้านผมก็ต่ออินเตอร์เน็ต หาชื่อร้านอาหารไทยในละแวกเมืองซีแอ็ตเทิ้ล ปรากฏว่ามี 150 ร้าน ไม่รู้ร้านไหนเป็นของคนไทย เพราะเดี๋ยวนี้อาหารไทยดังขนาดร้านอาหารจีนลอกสูตร เปลี่ยนชื่อ แล้วประกาศตนเป็นร้านอาหารไทยเกือบทั่วโลก

ผมตัดชื่อที่ไม่ใช่ชื่อไทยออก ประมาณว่า "ไต้ฝุ่น" "ก๋วยเตี๋ยวสตูดิโอ" และ "คลองสีฟ้า"
คัดเหลือ "แม่พิม" "อยุธยา" "บางกอกอาหารไทย" "บ้านไทย" "สยามไทย" และก็เริ่มโทรไปที่ร้านเป็นภาษาไทย พูดไทยกับผมไม่ได้ผมก็ตัดออกจากรายการทันที แล้วถามว่าปรุงแบบไทยแท้ๆ ได้หรือเปล่า ถ้าตอบไม่ได้ผมก็ตัดออกอีก

มาถึง "แม่พิม" พ่อครัวชื่อคุณเงาะ ตอบเสียงดังทางโทรศัพท์ว่ามาเลยผมทำได้ทุกอย่าง

วันอังคารที่ 8 มีนาคม ผมลางานครึ่งวัน ขับรถจากค่ายไปวัดพระหฤทัยฯ รับพ่อแฮรี่ไปกินข้าวเที่ยงกันตอนบ่ายสอง ออกจากวัดกันตอนบ่ายโมงครึ่ง ขับหลงสัก 20 นาที

แต่เหมือนกับพระดลใจ พอเลี้ยวผิดทาง แทนที่จะไปขวาผมกลับไปซ้ายแล้วย้อนกลับถนนมาอีก ก็ผ่านถนนควีนแอน (QUEEN ANN AVE) ก็เห็นตึกที่เคยเป็นบ้านที่ครอบครัวคุณพ่อแฮรี่ (พ่อ แม่และลูก 6 คน) เคยเช่าอยู่เมื่อ 75 ปีมาแล้ว เลี้ยวอีกถนนละแวกจอห์น (JOHN STREET) ก็เป็นสี่แยกตัดกับถนนที่ 2 (2nd AVE) ที่คุณพ่อเคยขายหนังสือพิมพ์เมื่อสมัยเป็นเด็ก 65 ปีมาแล้ว สมัยนั้นราคาหนังสือพิมพ์ฉบับละ 3 เซ็นต์ (ประมาณ 5 สตางค์) คนซื้อขี้เหนียวไม่เคยจ่ายเกินหรือให้ทิป หลุดเข้าอีกถนนก็เจอร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองซีแอ็ตเทิ้ล เปิดมา 100 กว่าปีแล้ว

พ่อลูกหลงทางเปะปะจนไปเจอร้านแม่พิม ซึ่งถ้าไม่หลง ขับไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง
พอพวกเรานั่งพนักงานเสิร์ฟสาวคนไทย (เกิดในกรุงเทพฯ) ก็ส่งเมนูอาหารให้ คุณพ่อแฮรี่กล่าวสวัสดีเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว หนูน้อยก็อ้าปากค้าง เจ้าของร้านสาวใหญ่และพนักงานเสิร์ฟชายหญิงต่างก็เข้ามาทักทาย แนะนำตัวแล้วก็เจอลูกเล่นของขวัญใจโม้ง
คุณอรวรรณยกมือไหว้ พ่อแฮรี่รับไหว้แล้วก็พูด อรวรรณ อืมม ... แล้วจะเป็นอรหันต์รึยัง
คุณเงาะพ่อครัวกล่าวแนะนำตัว คุณพ่อก็ชี้ไปที่ลำแขน เป็นเงาะเหรอ ไม่เห็นมีขนแดงเหมือนเงาะเลย

ผมกับพ่อสั่งอาหารสามอย่าง แกงข่าไก่ แพนงเนื้อ และเนื้อผัดผัก กินกันไม่หมด อร่อยสมที่คุย กินเสร็จก็ตบท้ายด้วยรายการ ข้าวเหนียวแดงกะทิ ที่พ่อครัวอุ่นร้อนๆ มาให้
เห็นบิลแล้วผมตกใจเพราะราคาถูกมาก เลยเติมทิปเยอะพิเศษ เพราะรู้ว่าร้านลดราคาเพราะถูกชะตากับพวกผม
กินเสร็จก็ขับรถพาพ่อกลับวัด
นั่งพักนิดหน่อยก็ขอสัมภาษณ์ อยากได้เรื่องราวของขวัญใจโม้งมาฝากคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

ประวัติและผลงานของคุณพ่อแฮโรล ทีล ที่พวกเราเรียกคุณพ่อแฮรี่ หรือคุณพ่อทีลนี้ ได้มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือปกทองฉลองครบรอบ 25 ปีศูนย์โม้ง และ 50 ปีการเป็นสงฆ์ของท่าน เมื่อปี ค.ศ.2000 และทางอิสระดอทคอมยังมีเว็บไซต์พิเศษให้ท่านด้วยครับ

ข้อความที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ เป็นข้อความที่ผมได้ยินจากปากของคุณพ่อแฮรี่ และผมได้ขออนุญาตท่านใช้บทความประวัติซึ่งทางคณะสงฆ์พระมหาไถ่ได้แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยควบคู่กับภาษาอังกฤษ ความตั้งใจของผมก็คือจะถามเรื่องราวที่หนังสือไม่ได้ตีพิมพ์เอาไว้ และตั้งใจไม่ให้ซ้ำกับในหนังสือ (นอกจากต้องยกมาอ้างอิง) และหลังจากที่ท่านออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2001 แล้วท่านได้ทำอะไรบ้าง ก่อนที่ผมจะเล่าเรื่องของคุณพ่อแฮรี่อย่างเป็นกิจลักษณะด้วยมุมมองของผม

ผมขออธิบายสมญานาม "ซา เซอร์" ที่ชาวโม้งตั้งให้ท่านด้วยความเคารพยกย่อง ให้คุณผู้อ่านได้หายข้องใจนะครับ
"ซา" ภาษาโม้งก็คือ "ผู้ประกาศ"
"เซอร์" ภาษาโม้งคือ "ทุกข์ทรมาน"
จะเรียกตัวเองว่า ผู้ประกาศทุกข์ทรมานตรงตามตัวแปล มันก็ดูจะน่าพรั่นพรึงเกินไป ผู้ประกาศให้พ้นทุกข์ทรมาน ฟังดูแล้วรื่นหูขึ้นนิด "ผู้ประกาศพรสวรรค์" ฟังแล้วชื่นมื่นประทับใจ พ่อแฮรี่บอกว่าเอาอันนี้แหละ

คุณพ่อแฮรี่เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ.1930 ที่เมืองซีแอ็ตเทิ้ล รัฐวอชิงตันเมื่อ 75 ปีมาแล้ว คุณพ่อเป็นลูกชายคนที่ 2 ในบรรดาลูก 6 คน ของคุณพ่อปีเตอร์ โจเซฟ ทีล (PETER JOSEPH THIEL) และคุณแม่อัลมา จูเลียต แร็คเก็ท (ALMA JULIETTE RACQUEST)

คุณพ่อปีเตอร์ตั้งชื่อลูกชายคนที่ 2 ว่า แฮโรล (HAROLD) ตามชื่อกษัตริย์ ไวกิ้งที่เข้มแข็ง และปกป้องปวงชน
เมื่อเล็กๆ คุณแม่พาไปวัด เห็นพระสงฆ์ชูพระกายพระเยซูคริสตเจ้าในมิสซา ก็อ้าปากตะโกนลั่นวัด ประกาศก้องจะเป็นผู้ชายที่พระแท่นชูพระกายพระเยซูเจ้า คุณแม่ แสนจะอับอายเอามือปิดปาก บอกให้ลูกเงียบ

อายุ 7 ขวบเรียนภาษาลาติน (LATIN) จากซิสเตอร์และก็เป็นเด็กช่วยมิสซา
ท่านและพี่น้องชอบทำพระแท่นเล่นที่บ้าน ทำพิธีมิสซากันสนุกสนาน 3 คน

แล้ววันหนึ่งท่านก็เดินไปที่ท่าเรือใกล้บ้าน เห็นเรือมาจากเซี่ยงไฮ้ (SHANGHAI) โยโกฮามา (YOGOHAMA) ฮ่องกง (HONG KONG) และมะนิลา (MANILA) รู้สึกตื่นเต้นและอยากจะไปผจญภัยในทวีปเอเชียอันมีเสน่ห์ยวนใจ

พอสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1940 ท่านเป็นวัยรุ่นทำงานที่โรง-ภาพยนตร์ พาราเม้าท์ (PARAMOUNT THEATER) ได้ดูหนังดังแห่งยุค "แอนนากับพระเจ้าแผ่นดินสยาม" (ANNA AND THE KING OF SIAM) เหมือนโดนมนต์สะกดวิ่งเข้าห้องสมุดสาธารณะ ค้นอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสยามประเทศ สัญญากับตัวเองว่าต้องไปเยี่ยมชมประเทศไทยให้ได้

เข้าบ้านเณรจะเป็นพระสงฆ์ แล้วได้รับข่าวร้ายพี่ชายเสียชีวิต ขาดพ่อ (พ่อเสียชีวิตไปก่อนพี่ชายหลายปีแล้ว) ขาดพี่ ตัวเองเป็นลูกชายคนเดียวในบ้านแล้ว อยากจะลาออกจากบ้านเณรกลับไปบ้านช่วยแม่ช่วยน้อง พ่ออธิการบอกใจเย็นๆ ลูก อย่าบุ่มบ่ามหุนหันพลันแล่น สวดขอความสว่างจากพระเป็นเจ้าเถอะ คุณแม่อัลมาก็บอกสวดขอความสว่าง เป็นเณรต่อหรือสึกออกมาช่วยแม่ แล้วแต่พระเถิดลูก

จวบจนทุกวันนี้ คุณพ่อแฮรี่ก็ยังงงๆ ไม่เข้าใจว่า แม่เลี้ยงลูกๆ ได้ตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร
ขณะนี้คุณพ่อมีพี่สาวเหลืออยู่คน พี่มีลูก 5 คน พี่สาวไปเยี่ยมท่านบ่อย

ระหว่างปี ค.ศ.1948 คุณพ่อแฮรี่เป็นเณรใหญ่ที่เมื่องโอ๊คแลนด์ (OAKLAND) รัฐแคลิฟอร์เนีย (CALIFORNIA) ได้มีโอกาสพบกับคุณพ่อ (พระสังฆราช) ดูฮาร์ต (DUHART) คุณพ่อก๊อดเบ้าท์ (GODBOUT) คุณพ่อลา รีวีรีย์ (LA RIEVERE) และคุณพ่อเคน (KANE) ธรรมทูตยุคบุกเบิกสยาม ได้ช่วยพวกคุณพ่อจัดของลงลัง 100 ลัง เสบียงอาหาร ของใช้ในกิจสงฆ์ สุดจะตื่นเต้นหัวใจเริงร่า "ผมจะตามไปด้วย"

วิกฤตการณ์ความเชื่อเปิดศึกระเบิดในใจเมื่ออายุได้ 26 ปี จวนเจียนจะบวชเป็นพระสงฆ์ แล้วจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกต่ำต้อย ไร้ค่า ไม่มีความดีความงามสมกับจะเป็นตัวแทนของพระเยซูเจ้าได้ บอกคุณพ่ออธิการ คุณพ่อเกรกอรี่ ลาเฮย์ (GREGROLY LAHEY) ขอกุญแจห้อง เก็บกระเป๋า เก็บเสื้อผ้า ลาสิกขาบท

คุณพ่อเกรกอรี่สอนด้วยประโยคเฉือนใจเตือนสติว่า "เอ่ะ...อะไรทำให้บราเดอร์คิดว่ามีคุณงามความดีมาแต่เก่าก่อน แล้วตอนนี้จึงเกิดการเปรียบเทียบได้ว่าไม่ดี ไม่ควร พวกเราทุกคนไม่ดีไม่ควรทั้งนั้น พวกเราต้องทอดตัวเองต่อเบื้องพระบาทพระเป็นเจ้า ถ่อมตัว แล้วน้อมรับคำเชื้อเชิญของพระองค์ อย่าหลงกลปีศาจ"

พ่อแฮรี่กลืนน้ำลายเอื้อก แล้วเดินหาที่สงบจะสวด
ณ ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเสียงซัดสาดของคลื่นที่โถมถลาเข้าหาตลิ่ง คุณพ่อก็เห็นนิมิตจากมนต์ภาวนา พระพักตร์พระบิดาเจ้าปรากฏบนพื้นน้ำ ชี้ดรรชนีมาที่พ่อและมีกระสุนเสียงก้องกังวานว่า "ฉันต้องการเธอ!"

และแล้วความฝันของคุณพ่อที่ต้องการจะเป็นธรรมทูตเดินทางมาเมืองไทยก็เป็นความจริง เมื่อท่านได้รับเลือกให้มาเมืองไทย เพื่อนเณรคนไทยของท่าน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ได้แสดงความยินดีและสอนภาษาไทยให้ท่าน เริ่มตั้งแต่ ก...ไก่ เป็นต้นไป

14 เมษายน 1958 คุณพ่อแฮรี่แตะพื้นประเทศไทยดังใจปรารถนา สภาพแวดล้อมแปลกตาตื่นใจ กลิ่นฉุนแตะจมูกน่าฉงน เสียงดังอึกทึกครึกโครมก้องหู แผ่นดินนี้จะเป็นแผ่นดินของฉัน ประชาชนเหล่านี้จะเป็นประชาชนของฉัน

เกือบ 45 ปีที่คุณพ่อแฮรี่และพระสงฆ์ร่วมคณะ และต่างคณะ ร่วมกับนักบวชชายหญิง ครูคำสอน สาธุชนคาทอลิก ได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์พระศาสนจักรในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาส ได้มีวัตถุปัจจัย เครื่องมือ อาชีพ การศึกษา และได้มีที่ยึดพึ่งทางใจ เป็นพลเมืองดีของชาติ เป็นบุคลากรที่ทรงค่าของสังคม

คุณพ่อแฮรี่เดินทางออกจากประเทศไทยเดือนมิถุนายน 2001 ท่านคงจะไม่กลับมาเมืองไทยทำงานเหมือนเดิมอีกแล้วครับ จะมาก็มาเยี่ยม ท่านพำนักอยู่กับเพื่อนสงฆ์คณะพระมหาไถ่อีก 5 องค์ ที่วัดพระหฤทัยฯ เมืองซีแอ็ตเทิ้ล ท่านเยี่ยมคาทอลิกชาวโม้ง ขะมุ ลาฮูที่อาศัยอยู่แถบชานเมืองซีแอ็ตเทิ้ลเกือบ 500 คน ที่เมืองพอร์ทแลนด์ (PORTLAND) รัฐโอ-เรกอน 120 คน เมืองสโปเคน (SPOKANE) 80 คน แห่งละ 3-4 ครั้งต่อปี เยี่ยมทุกบ้าน (ถ้าทำได้) เสกบ้านให้ แล้วก็จัดรายการวันเดียวจบ ตั้งแต่เทศน์อบรม ฟังแก้บาป ทำมิสซาแล้วก็กินข้าวเย็น ท่านพูดได้หลายภาษา ไทย ลาว โม้ง ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ นอกจากนี้ท่านยังทำมิสซา ฟังแก้บาป เตรียมบทเทศน์ที่วัดพระหฤทัย ช่วยเพื่อนพระสงฆ์ที่วัดทุกวัน ที่ประเทศไทยท่านล้างบาปให้ชาวไทยลาว ประมาณ 3,000 คน โม้งประมาณ 2,500 คน สามสิ่งที่ท่านประทับใจจาก 45 ปีของการแพร่ธรรมก็คือ

1. คนไทยโดยทั่วๆ ไปเยือกเย็น ชอบสงบไม่ชอบทะเลาะวิวาท มีไมตรี ทำให้ชาวต่างประเทศอยู่อบอุ่นสบายใจไม่ต้องหวาดกลัว
2. คนอีสานน่ารักมาก จนแต่ยินดีต้อนรับด้วยใจจริง สะอาดเปิดเผย
3. ชาวโม้ง (น้ำตาเอ่อคลอเบ้า) ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว สุดประทับใจในไมตรีจิต

ความในใจ "ดีใจที่ดำเนินชีวิตในความเชื่อกับพระเยซูคริสตเจ้า มีโอกาสเผยแพร่ความเชื่อในประเทศไทย (แม้แต่ในกลุ่ม ของชนกลุ่มน้อย) ความมั่นคงในความเชื่อทำให้มีสันติสุขในใจ แต่อายุ 75 แล้วก็มีความสุข ภูมิใจและดีใจที่เห็นความมั่นคง ความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้าจากผู้ที่พ่อมีโอกาสแพร่ธรรม ขอให้ทุกคนมีความมั่นคงในความเชื่อ เพราะมีบำเหน็จรางวัลรอคอยในสวรรค์ตลอดนิรันดรแล้ว"

หมายเหตุ ขณะนี้ บ.ชาคริต แซ่ท้าว ของคณะสงฆ์มหาไถ่ กำลังศึกษาที่เมืองดาเวา (DAVAO) ประเทศฟิลิปปินส์ ท่านจะรับศีลบวชปีหน้า และจะเป็นพระสงฆ์โม้งองค์แรกของเมืองไทย

 

หน้ารัง | บทความ

20 พฤษภาคม 2005
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2005

Product by issara™