issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง
article
ปีแห่งความโปรดปราน
คุณพ่อประเสริฐ โลหะวิริยะศิริ

"สิริพึงมีแด่พระบิดา และพระบุตร และพระจิต"

คริสตศาสนาเป็นศาสนาของการเผยแสดง เป็นศาสนาที่พระเป็นเจ้าเสด็จเข้ามาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เพื่อทรงแสดงถึงความรักของพระองค์ที่มีให้ต่อมวลมนุษย์ การเผยแสดงผูกพันกับการบังเกิด การสิ้นพระชนม์ และการกลับเป็นขึ้นมาของพระเยซูชาวนาซาแรธ หรือพระบุตรของพระเป็นเจ้า

เพื่อจะเข้าใจพระเป็นเจ้าของคริสตศาสนา เราจะต้องเข้าใจในการเนรมิตสร้างของพระองค์และประวัติศาสตร์แห่งความรอด (Salvation History)

ด้วยความรักของพระเป็นเจ้า พระองค์จึงทรงเนรมิตรสร้างโลกและมนุษย์ ถ้าเราจะใช้ภาษาง่ายๆ ของคุณพ่อ ฟุลเลนบัก นักเทววิทยาชาวเยอรมัน คุณพ่อกล่าวว่า "วันหนึ่งพระบิดาคุยกับพระบุตรและพระจิตว่า เราชื่นชมยินดีกับชีวิตนี้ ให้เราสร้างมนุษย์เถิด เพื่อว่ามนุษย์จะได้มีโอกาสชื่นชมชีวิตกับเรา"

ด้วยเหตุนี้ พระเป็นเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ และให้มนุษย์มีอำเภอใจและเสรีภาพ ตามธรรมดาแล้วอำเภอใจและเสรีภาพที่มีนั้นจะต้องควบคุมไปกับการรับผิดชอบ แต่เสียดายที่มนุษย์คู่แรกคืออาดัมและเอวา ไม่ได้ใช้อำเภอใจและเสรีภาพอย่างรับผิดชอบ เมื่อตนเองไปกินผลไม้ต้องห้าม แทนที่จะรับผิดชอบหรือสำนึกผิดในการกระทำของตน อาดัมกลับไปโทษเอวา เอวาไปโทษงู ถ้าถามว่าใครเป็นคนกิน อาดัมและเอวาต่างหากที่กินผลไม้นั้น ผลก็คือทั้งสองถูกขับออกจากสวนเอเดน

อย่างไรก็ตาม พระเป็นเจ้ายังทรงรักมนุษย์ พระองค์ไม่ทรงปล่อยมนุษย์ให้ดำเนินชีวิตตามยถากรรม พระองค์ทรงส่งพระบุตร และพระจิตเข้ามาในโลกเพื่อไถ่บาปของมนุษย์และนำมนุษย์ พระองค์ทรงไถ่บาปของมนุษย์อย่างไร ถ้าพระองค์ทรงไถ่บาปมนุษย์ด้วยการเอาบาปของมนุษย์ไป โลกนี้ไม่ควรมีบาปอีกต่อไป แต่เราจะมาพิจารณาดูอย่างเป็นจริงแล้วเราจะเห็นว่าโลกนี้เต็มไปด้วยบาป จะว่าไปแล้วหนากว่าอดีตเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าบาปที่ผิดต่อความยุติธรรม การเอารัดเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่า บาปที่ผิดต่อทางเพศ การทำลายชีวิต ข่มขืน บาปอะไรก็ได้ที่ท่านกล่าว สามารถพบได้ในโลกมนุษย์

ถ้าเป็นเช่นนั้นพระองค์ทรงไถ่บาปอย่างไรกัน? พระบุตรทรงไถ่บาปมนุษย์ด้วยการวางรูปแบบในการดำเนินชีวิต สิ่งเดียวที่พระเยซูเจ้าทรงยึดถือคือพระประสงค์ของพระบิดาของพระองค์ พระองค์ทรงกล่าวว่า "อาหารของเราคือการทำตามพระประสงค์ของพระผู้ทรงส่งเรามา และทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จ" (ยน.4:35) เพราะปัญหาของเรามนุษย์มักจะทำตามใจของตัวเอง อย่างเช่นอาดัมและเอวา หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหอบาเบล พระเป็นเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงส่งพระบุตรมาไถ่บาปมนุษย์ แต่เมื่อมนุษย์มีสติปัญญา (ที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้) ก็คิดทำอิฐทำปูน สร้างหอบาเบล และคิดว่าต่อไปนี้ตนสามารถไปหาพระเป็นเจ้าโดยไม่ต้องพึ่งพระองค์อีกต่อไป ไม่ต้องคอยให้พระองค์เสด็จลงมาหามนุษย์ ผลก็คือ มนุษย์ต้องกระจัดกระจายไป

พระเยซูทรงวางรูปแบบอย่างไรให้แก่เรามนุษย์ พระองค์มิได้ดำเนินชีวิตตามความพอพระทัยของพระองค์เอง แต่พระองค์ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระบิดาด้วยการนำของพระจิตของพระเจ้า พระองค์ทรงรับพระจิตเวลาที่พระองค์ทรงรับศีลน้ำที่แม่น้ำจอร์แดน "ขณะที่พระองค์ทรงอธิษฐานอยู่ ท้องฟ้าก็เปิดออก พระจิตทรงเสด็จมาเหนือพระองค์อย่างนกพิราบ และมีพระสุรเสียงมาจากฟากฟ้าว่า "ท่านผู้นี้คือบุตรสุดที่รักของเรา เราพอใจท่านมาก" (ลก.3:22)

หลังจากรับศีลน้ำแล้ว พระจิตทรงนำพระองค์ไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อจำศีลและภาวนา (ลก.4:1) เมื่อพระองค์เริ่มเทศนาพระจิตทรงนำพระองค์ "พระจิตอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเลือกข้าพเจ้าให้มาประกาศข่าวดีแก่คนยากจน พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้า ให้มาประกาศข่าวดีแก่บรรดาเชลย และให้คนตาบอดกลับมองเห็นได้ ให้ผู้ที่ถูกกดขี่กลับมีเสรี และให้ประกาศเวลาที่พระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด" (ลก.4:18-19) ชีวิตของพระเยซูเป็นชีวิตที่มีพระจิตเป็นผู้นำพระองค์ ไม่ทรงเลือกกระทำสิ่งใดตามความประสงค์ของพระองค์เอง

แม้ว่าพระเยซูทรงดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาด้วยการถูกตรึงบนไม้กางเขน สิ้นพระชนม์อย่างนักโทษ แต่พระบิดาทรงยกพระองค์ขึ้นมาจากความตาย เหล่านี้เป็นงานของพระบิดา พระบุตร และพระจิต ในการไถ่มนุษย์ให้รอดพ้นจากบาป พระเยซูทรงสัญญาว่า จะส่งพระจิตมาให้แก่มนุษย์ตามที่พระองค์ทรงกล่าวไว้ว่า "เราจะขอพระบิดาให้ประทานพระผู้ช่วยอีกองค์หนึ่งให้ คือ พระจิตที่ทำให้รู้สัจจะ พระจิตนั้นจะอยู่กับท่านเสมอไป" (ยน.14:17) และพระจิตที่ทรงสัญญาไว้เสด็จลงมาเหนืออัครสาวก (กจ.2:1-13)

ชีวิตคริสตชนที่แท้จริงจึงเป็นชีวิตที่ดำเนินตามคำสอนขององค์พระเยซูเจ้า และการนำของพระจิตเจ้า เพื่อมุ่งกลับไปหาพระบิดา... ซึ่งจะทำให้เกิดพลังอำนาจมหาศาล"

 

หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง |

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000