ควา่มจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน.8:32)
คอลัมน์ประจำ:
หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | คุยกันก่อน | มุมสนทนา | มุมบันเทิง | ป.ล.โมลิ่ง | บทความ | บทกวี | คำสอนคาทอลิก | มุมภาวนา | เสริมศรัทธา | ติดต่อเรา

บทความ เรื่องสั้น เรื่องแปล

ส.ส. ตัวอันตราย
แกะน้อย

 

วันนั้นวันพฤหัสเราสวดภาวนาเพื่อพระสงฆ์ หลายปีมานี้ได้รับข่าวคาว และข่าวคราวที่ไม่ดีเกี่ยวกับพระสงฆ์ (ต่างศาสนาด้วย) หรือนักบวชมากมาย ทำให้อดห่วงใยในพระสงฆ์ (คาทอลิก) ของเราไม่ได้ บทความที่เขียนนี้อาจไม่เหมาะสม อาจก้าวล่วงเกินสังฆภาพ ซึ่งเป็นศักดิ์ที่สูงกว่าเราที่เป็นชาวบ้าน จึงขออนุญาตกล่าวสมาโทษ และขอรับการอภัยบาปล่วงหน้าไว้เลย เพราะจุดมุ่งหมายในการเขียนในวันนี้เป็นเพียงความปรารถนาดี และไม่อยากให้สังคมของเราต้องแปดเปื้อน อย่างน้อยที่สุดท่านจะได้รับทราบความคิด หรือการมองจากชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งบูชาพระเจ้า รักพระอย่างสนิทใจ และยกพระสูงสุดเหนือเกล้ามาตลอด

เคยอ่านพบผู้เขียนเขียนถึงว่า “ส.ส.เป็นตัวอันตราย” ต่อความเป็นสงฆ์ ดิฉันเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อสงสัย

ส. ตัวแรก หมายถึง สตรี

ส. ตัวที่สอง ฟมายถึง สตางค์

คิดอีกที “เพศตรงข้าม” เป็นศัตรูของ “พรหมจรรย์” ซึ่งหมายรวมถึงทั้งหญิงและชาย ดูจะครอบคลุมได้กว้างกว่า ส่วนสตางค์ เป็นศัตรูตรงจองคนทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะแต่สงฆ์เท่านั้น

ดิฉันไม่ค่อยสบายใจเวลาเห็นนักบวชสนิมสนมกับเพศตรงข้าม อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าท่านต้องเข้าถึง จึงจะสร้างความสนิทสนม เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน มันก็ใช่ส่วนหนึ่งเพราะพระสงฆืมีหน้าที่อภิบาลซึ่งเป็นงานหลักของท่าน อยากเห็นแค่ความเป็นกันเอง เข้าพบได้ไม่ยาก พูดคุยกันได้อย่างเปิดเผย กิริยาท่าทางสำรวมแต่เป็นกันเอง (ทำยากไหมเอ่ย?) ที่ได้ยินคนวิจารณ์เสมอ มี 2 ประเภท คือ วางท่าเย่อหยิ่ง ดุ พูดจารุนแรง ทำให้สัตบุรุษไม่อยากเข้าหา พบยาก คุยยาก เคร่งในจารีจประเพณีมากเกินไป กับอีกประเภทหนึ่ง หัวเราะง่าย สนุกสนาน เฮฮา หยอกล้อ ออกมาในลักษณะกรุ่มกริ่ม ถึงเนื้อถึงตัว (โดยเฉพาะกับผู้หญิง) และก็จะตามมาด้วยคำนินทาว่า พ่อคนนร้ชีกอ ซึ่งดิฉันไม่ชอบเลย และไม่อยากได้ยินด้วย )ก็เราเคารพพระสงฆ์ของเรานี่นา)

ขอเล่าประสบการณ์จริงสัก 2 เรื่อง

เรื่องแรก คุณพ่ออาวุโส เจ้าวัดใหม่ มาด้วยท่าที่แข็งกร้าว พูดจาติติงแบบไม่เลี้ยงน้ำใจเกี่ยวกับสิ่งของต่างๆ ที่ตกแต่งประดับประดาและใช้ในพิธีกรรมในวัด พูดจาแบบท้าทายสัตบุรุษ เหน็บแนม ประชดประชันแม้ในเวลาเทศน์ กว่าที่เจ้าวัดคนก่อนจะสร้างสิ่งต่างๆ หรือรวมน้ำใจสัตบุรุษได้ก็แสนจะยากเย็น ท่านทำงานหนักและจริงจังมาก พ่ออาวุโสก็ทราบแล้วยังนำขึ้นมาพูดเหน็บแนมเวลาพูดอีกด้วย วัดนี้ไม่มีชุมชนสัตบุรุษรอบวัด เป็นวัดสมัยใหม่ สัตบุรุษจะมาวัดต้องมาด้วยความตั้งใจ ครอบครัวเราพบเหตุการณ์เช่นนี้เพียง 2 ครั้ง ลูกเราก็ปฏิเสธที่จะไปวัดนี้แล้ว ทั้งๆ ที่ช่วงเวลามิสซาสะดวกกับเรา เขาพอใจไปอีกวัดหนึ่งซึ่งอยู่ไกล กว่าจะเสร็จมิสซาก็ค่ำกว่า เราก็ต้องตามใจเขา (ดีกว่าที่จะไม่ไปวัด มิใช่หรือ)

อีกเรื่องหนึ่ง เราไปฉลองวัดต่างจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก พบรถยนตร์คันหนึ่งหาทางเข้าวัดเหมือนเรา เราหัวเราะสนุกสนาเพราะเหมือนกัน หลังเสร็จอาหารกลางวันแล้วเราพากันกลับ พบรถยนตร์วิ่งเกะกะ ช้าๆ เร็วๆ เบี่ยงไปเบี่ยงมา เราก็บ่นกันว่าขับรถแปลกๆ พอเราแซงได้ จึงเห็นว่าเป็นคุณพ่อคนเดียวกับที่เราพบตอนหาทางเข้าวัด ตอนกลับท่านนั่งมากลับผู้หญิง ไม่อยากเขียนเล่ารายละเอียดที่เราเห็น คนในรถเงียบกริบด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีเลย ลูกถามว่าทำไมถึงนั่งกันมาแค่ 2 คนแบบนี้ กิริยาท่าทางแบบนี้ เรา-พ่อแม่ได้แต่อึ้ง หาคำตอบที่เหมาะสมไม่ได้...เฮ้อ

ส. ตัวแรกหมายถึงสตรี ชัดเจนในความหมายจากตัวหนังสืออยู่แล้ว ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่า ส.สำรวม จะเป็นยาต้านพิษของ ส. ตัวนี้ได้เป็นอย่างดี
กาละ เทศะ (เวลา-สถานที่ ความควรไม่ควร) สำคัญไม่แพ้กัน การไม่พบกับเพศตรงข้ามในที่รโหฐาน (ที่ลับ ที่สงัด ที่ส่วนตัว) จะเป็นเกราะป้องกันตัวที่สำคัญยิ่ง เมื่อไม่เปิดช่องให้โอกาสเกิดขึ้น เหตุการณ์ย่อมเกิดไม่ได้ จะต้องไม่ลืมว่าปรบมือข้างเดียวไม่ดัง เพราะนี่เป็นเรื่องของมือ 2 ข้าง แต่บางครั้งโอกาสได้เกิดขึ้นเพราะเมตตาที่ควบคุมให้อยู่ในกรอบไม่ได้ เมื่อพบกับอสรพิษ (พิษรัก) จึงถูกพิษอย่างคิดไม่ถึงได้ ถึงอย่างไรก็ตาม พระสงฆ์ท่านก็เป็นคนเช่นเดียวกับเรา มีเลือด มีเนื้อ มีอารมณ์ มีประสาทสัมผัสเหมือนเราทุกคน แม้ว่าจะถือศีลบน-ความบริสุทธิ์อยู่ก็ตาม ดังนั้นจึงต้องปิดโอกาส อย่าเปิดช่องให้ “โอกาส” ได้เกิดขึ้นเป็นอันขาด นอกจากนี้ เพื่อนหรือบุคคลที่สาม อาจมีความจำเป็นต้องใช้ หรือหาไว้ เมื่อถึงสถานการณ์ล่อแหลมที่ไม่อาจคาดคะเนได้ จะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย

พูดถึง ส. กับพระสงฆ์ ก็อดห่วงเลยไปถึงเณร (บราเดอร์) ไม่ได้ แต่ละปีแต่ละรุ่นสมัครเข้ามาเป็นเณาเท่าไหร่ ผลสุดท้ายได้บวชเท่าไหร่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน่าใจหายนะ รู้สึกว่า ส.ตัวนี้จะกระทบกับ ณ.เณรของเรามาก ยิ่งเห็นความสนิทสนมของรุ่นๆ ชาย-หญิงวัยเดียวกัน ทำกิจกรรมด้วยกันแล้วยิ่งห่วงมากขึ้น โลกสมัยใหม่อะไรๆ ก็รวดเร็ว ว่องไว มีสิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ จนตามไม่ทัน (ความคิดของซาตาน) จึงตกหลุมตกพรางไปเสียมาก อาจารย์บ้านเณรคงต้องหาวิธีสอนอย่างไรให้เท่าทันแล้วล่ะ (ตรงนี้ ใช้สัตบุรุษซึ่งมีปราสบการณ์ทางโลกมากกว่าเป็นวิทยากรเสริม..จะดีไหม?)

พระสงฆ์ในพุทธศาสนามีการแต่งกายเฉพาะแตกต่างจากฆราวาสอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีเรื่องข่าวคาวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน พระสงฆ์คาทอลิกของเราหล่ะ มีโอกาสมากกว่า ไปไหนมาไหนไม่ต้องอาศัยวิกผม ไม่ต้องปลอมตัว แต่งตัวเหมือนผู้ชายทั่วไป เราเรียก “คุณพ่อ” (สงฆ์หนุ่ม) คนอื่นยังงงว่าใครเป็นพ่อใคร ดิฉันคิดว่าตัวเองชอบเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากกว่า เวลาคุณพ่อไม่ใส่เสื้อหล่อท่านจะใส่เสื้อที่มีคอลล่า มีไม้กางเขนเล็กๆ ติดอยู่ เคยคิดว่าถ้าพระสงฆ์ในประเทศไทยรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ก็น่าจะดี ทำให้คนทั่วไปทราบว่า ท่านเป็นนักบวช จะมีสิ่งคอยสะกิดใจ หรือเตือนใจอยู่เสมอ ความสำรวมย่อมมีได้ง่ายกว่า เคยพบคุณพ่อบางท่านยังรักษาเอกลักษณ์นี้อยู่ หรือแม้แต่ในบางพื้นที่และในบางประเทศ พระสงฆ์ยังคงมีเอกลักษณ์นี้อยู่ จึงเรียนฝากไว้ให้พิจารณาด้วย

ทุกครั้งที่ได้ข่าวเกี่ยวกับเจ้า ส.ตัวร้ายที่ทำร้ายพระสงฆ์ของเรา ดิฉันก็รู้สึกเจ็บปวด เสียใจ และเสียดายแทนท่าน (เพราะไม่คิดว่าท่านออกจากความเป็นสงฆ์แล้วจะมีความสุขแท้จริง) ที่อุตส่าห์เก็ยสั่งสมความดีงามเพื่อทำงานรับใช้พระ ยิ่งบางท่านใช้เวลาไปนานมากแล้วด้วย ดังนั้นทราบข่าวไม่ดีการพบท่านเพื่อเตือนท่าน (อย่างสุภาพอ่อนน้อมและจริงใจ) น่าจะดีกว่าช่วยกันนินทา แพร่กระจายข่าวกลายเป็นข่าวลือ กว่าข่าวลือจะสำเร็จลงตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะเราเสียท่านไปจนเรียกกลับคืนมาไม่ได้แล้ว (นอกเสียจากว่าท่านจะไม่รับฟัง)
ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ หรือเณร ส.สำรวมคงเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด ประกอบกับทำในสิ่งที่เหมาะสม ไปในที่ที่ควรไป คงพออยู่ในสถานภาพที่ปลอดภัย นอกจากเสียจากว่าใช้วิชา “จารสตรี” ตรงนี้คงต้องสวดภาวนาขอพระคุ้มครองให้เท่าทัน อย่าได้ตกไปในบาปเลย ขอให้พ้นจากการถูกประจญล่อลวงด้วยเดชะบารมีของพระคริสตเจ้า และด้วยคำวิงวอนของพระแม่มารีอา และเราสัตบุรุษทั้งหลายช่วยกันสวดภาวนาขอความคุ้มครองแด่พระสงฆ์ของเราด้วย

ส่วนเจ้า ส. สตางค์ ดูจะน่ารักน่าเอ็นดู น่ามีไว้ครอบครอง อันนี้เป็นความคิดของทุกคน ไม่ว่าใครก็ตามแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงก็ยังรู้ค่าของเงินเลย โลกวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเจ้า ส.ตัวอันตรายนี่จริงๆ เมื่อมี ส.แล้วก็จะได้ อ.อำนาจตามมา (ใครว่าไม่จริงบ้าง) มันเป้นของคู่กัน ทำให้คนอยากได้อยากมี จึงสร้างความโกลาหลไปทุกหย่อมหญ้า แม้แต่ในป่าในดงเมื่อเริ่มรู้จักเงินทอง ชีวิตปกติสุข และสงบก็เลือนหายไปพร้อมการมาของเงิน สิ่งเดียวที่จะช่วยได้ คือ รักษาใจตัวเอง อย่าไปยึดติดกับวัตถุซึ่งมาจากการมีเงิน ความสะดวกสบาย ความสวยความงาม ความมีหน้ามีตาจะตามมาติดๆ เป็นแถวเป็นแนวเมื่อเข้าสู่วังวนนี้แล้ว จะติดงอมแงมยิ่งกว่าติดยาเสพติดเสียอีก ถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเขามี เราไม่มีจึงเกิด “ความอิจฉา” (อยากมีบ้าง) ตามมาด้วย “ริษยา” (สภาพที่ทนไม่ได้ที่เห็นเขามี) ทำให้เกิดความไม่อยากให้เขาได้มีหรือได้ดีกว่า ก่อให้เกิดการกระทำที่ร้าย และเบียดเบียนต่อผู้อื่น นี่คือสิ่งชั่วร้ายที่เกิดขึ้นมากที่สุดในสังคม ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข ขาดสันติ เพราะรักไม่เป็นนี่เอง

การจะไม่ขึดติดกับสิ่งของวัตถุทางโลกได้ ต้องมาจากใจซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี การตระหนักถึงพระวาจาและความเชื่อในคำสอนของพระเป็นเจ้าที่กล่าวถึงสมบัติบนโลกไม่จีรัง ไม่เหมือนกับสมบัติสวรรค์ที่พระจะประทานให้นั้นเป็นนิรันดร์ พูดง่าย ปต่จะประจักษ์ได้อย่างไร รำพึงภาวนาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ทุกวันจนกว่าใจที่แข็งกระด้างจะอ่อนลง และเห็นจริงตามนั้น จบและจนวางได้ มีใครที่เอาสมบุติตัวไปได้เมื่อตายลง แม้แต่ร่างกายที่สวยสดงดงาม หล่อเหลายังเอาไปไม่ได้ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง

เรื่องของ ส.สตางค์ในองค์กรนักบวช ดิฉันคิดว่าคงมีการกระทำการอันรอบคอบ ละเอียดอ่อน บันทึกเป็นหลักฐานทุกอย่าง มีพยานรับรู้ ไม่อยู่ในการตัดสินใจของผู้ใดผู้หนึ่งแต่เพียงผู้เดียว ข้อสำคัญเมื่อเงินผ่านเข้าออกจากมือมากเข้าอย่าเผลอทึกทักเอาว่าเป็นของตัวเอง แม้จะระมัดระวังก็ยังมีข่าวหลุดรอดออกมาเสมอ แม้ๆ เล็กๆ น้อยในพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่โปร่งใส

ขอเล่าเรื่องอีกสักเรื่อง
สัตบุรุษใจศรัทธาได้มอบเงินก้อนหนึ่ง (ไม่เล็ก) ให้กับคณะนักบวชคณะหนึ่งเพื่อสร้างวัตถุถาวรให้กับเยาวชน เวลาผ่านไปเป็นปี ผลงานก็ยังไม่มีให้เห็นและไม่มีการแจ้งให้ทราบถึงเหตุผลที่ยังไม่ได้สร้าง เขาบอกว่าจะไม่ทำบุญกับคณะนี้อีกแล้ว

กรณีนี้น่าจะมีข้อขัดขวาง หรือปัญหาอะไรที่ทำให้งานดำเนินไปไม่ได้ ซึ่งถ้าแจ้งให้เจ้าของเงินทราบ อาจจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพราะเขาพร้อมที่จะบริจาคอยู่แล้ว การหลบหน้าไม่ใช่การแก้ปัญหาของพระสงฆ์ เผชิญหน้าพร้อมกับปัญหาที่แท้จริงน่าจะดีกว่า (กราบขออภัยด้วย ถ้าไม่ตรงตามนี้)

นักบวชมีศีลและมีข้อจำกัดมากมาย ยังตกลงในบาปความโลภได้ สัมหาอะไรกับชาวบ้าน โอกาสมีมากกว่า ทำได้เต็มที่กว่า อื๋อ!..คิดแล้วให้รู้สึกสยอง ไม่ใช่อะไรหรอก ดิฉันกลัว “นรก” น่ะ

บทความนี้เขียนมาเสียยืดยาว ดิฉันรู้สึก “ผิด” อยู่ลึกๆ เข้าข่ายการติเตียนพระสงฆ์หรือไม่ ความตั้งใจ คือ ไม่อยากให้ความศรัทธาของสัตบุรุษถูกรบกวนให้หวั่นไหวคลอนแคลนในพระสงฆ์ของเราเท่านั้น

แรงบันดาลใจเกิดจากการสวดภาวนาเพื่อพระสงฆ์ และที่พระเยซูเจ้าทรงแสดงแก่ Mutter Vogel โดยเฉพาะข้อความที่ว่า

“จงอย่านิ่งดูดายต่อคำพูดนอกลู่นอกทางเกี่ยวกับพระสงฆ์ และอย่าใช้คำพูดที่ฟังดูโหดร้ายต่อพระสงฆ์ แม้ว่าจะเป็นความจริง...”

ขอคุณพ่อทั้งหลายที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ โปรดอภัยบาปให้ลูกวิญญาณผู้นี้ด้วย เพราะเขียนด้วยความปรารถนาดีต่อสังฆภาพของท่านเท่านั้น

หากมีประโยชน์บ้าง ความดีอันนี้ขอถวายแด่พระเยซูคริสตเจ้า และพระแม่มารีอาเพื่อความคุ้มครองพระสงฆ์ของเราตลอดไป

วันทามารีอา...

 

 

หน้ารัง

แนะนำบทความหรือส่งบทความของท่านมาได้ที่ webmaster@issara.com

28 June, 2005

copyright@issara.com. 2005 Product by issara™