| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง | ||
จาก "Soul" National Catholic Magazine, ฉบับ July-August 1995 โดยคุณพ่อ Herbert T. Burke |
"เขาได้ฝันว่าบันไดจากพื้นดินมียอดเข้าถึงเมืองสวรรค์ เทวดาของพระเป็นเจ้ากำลังขึ้นและลงบันไดนี้" (ปฐก. 28:12,13) คำว่า "ภาวนา" มีความจำกัดความหลายอย่าง ภาวนาคือการยกจิตใจขึ้นหาพระเป็นเจ้า ภาวนาคือการสนทนากับพระเป็นเจ้า นักบุญออกัสตินบอกว่า: "ภาวนาคือกุญแจเมืองสวรรค์" ผู้ควรแก่การเคารพหลุยส์แกรนนาดาพูดว่า: "ภาวนาคือประตูราชวังที่เราผ่านเข้าไปถึงพระหฤทัยพระเป็นเจ้า" และนักบุญยอห์นเวียนเนย์กล่าวว่า: "ภาวนาคือการใกล้ชิดสนิทกับพระเป็นเจ้า" การภาวนามีจุดมุ่งหมายสำคัญสี่ประการ: 1. การนมัสการ: เรานมัสการพระเป็นเจ้าอย่างสมพระเกียรติในฐานะที่พระองค์เป็นพระผู้สร้าง พระมหาไถ่ และองค์ความศักดิ์สิทธิ์ 2. การขอบพระคุณ: เราต้องสำนึกในพระคุณของพระเป็นเจ้าที่ได้ประทานร่างกายและวิญญาณแก่เรา ฉะนั้น ในบทภาวนาเราขอบพระคุณพระเป็นเจ้าสำหรับชีวิตเรา ความเชื่อของเรา และอื่นๆ 3. การชดเชยบาป: เราขอการอภัยบาปและการยกโทษบาป ในบทภาวนาเราระลึกว่าเราเป็นคนบาป เราเสียใจที่ได้ทำบาปและขออภัยบาป และเราใช้โทษบาปโดยการภาวนา นักบุญอัมโบรสบอกว่า: "เมื่อมีการอ้อนวอนภาวนา บาปถูกปกปิดไว้" 4. คำวิงวอน: ในบทภาวนาเราขอพระเป็นเจ้าสิ่งที่เราต้องการทั้งทางกายและวิญญาณ สำหรับตัวเราเองและคนอื่นด้วย การภาวนามีประโยชน์สำคัญเจ็ดประการ:
2. ความร้อนรน: ในบทภาวนาเราปรารถนาอย่างร้อนรนที่จะรับใช้และรักพระเป็นเจ้า: "และขณะเข้าตรีทูตพระองค์ภาวนาอย่างเร่าร้อน และพระเสโทของพระองค์ไหลออกมาเป็นพระโลหิตหยดลงบนพื้นดิน" (ลก. 22:43,44) 3. ความเพียรจนถึงที่สุด: เราต้องเพียรภาวนาจนถึงที่สุดและไม่เลิกภาวนากลางคัน เราต้องภาวนาต่อไปทุกๆวัน พระคริสตเจ้าตรัสว่า: "ในพวกท่าน ใครที่มีเพื่อน ท่านจะไม่ไปหาเขาในยามดึกหรือและพูดกับเขาว่า: "เพื่อนรัก ขอฉันยืมขนมปังสักสามก้อนเถิด" . . . เราขอบอกท่านว่าถึงแม้เขาไม่ตื่นขึ้นและให้ของแก่เขาเพราะเขาเป็นเพื่อน แน่นอนเพราะความเพียรจนถึงที่สุดเขาจะลุกขึ้นและให้ทุกสิ่งที่เพื่อนเขาต้องการ" (ลก. 11:5, ลก. 18:1-8, มธ. 24:13) นักบุญเทเรซาแห่งอวิลาพูดว่า: "จอมโกหกหลอกลวงรู้ ถ้าวิญญาณดวงใดดวงหนึ่งเพียรภาวนา จนถึงที่สุด มันก็จะสูญเสียวิญญาณดวงนั้นไป" และนักบุญแคธเธอรีนแห่งซีเอนน่าบันทึกว่า: "ในการภาวนาอย่างสุภาพถ่อมตน และด้วยความเชื่อและความเพียรจนถึงที่สุด วิญญาณดวงนั้นจะได้รับฤทธิ์กุศลทุกชนิด" เพราะพระเป็นเจ้าเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา เราควรสนทนากับพระองค์ทุกวัน เราควรภาวนาบ่อยแค่ไหน? พระคัมภีร์บอกว่า: "ภาวนาเสมอๆ" (ลก.18:1) "ภาวนาอย่าหยุด" (1 ทส. 5:17) และ "ภาวนาตลอดเวลา" (อฟ. 6:18 และ กจ 6:4) 4. ความสุภาพถ่อมตน: "พระเป็นเจ้าต่อต้านคนที่เหย่อหยิ่งจองหอง แต่ประทานพระหรรษทานแก่คนที่สุภาพถ่อมตน" (ยก 4:6, cf. มธ. 6:1-6 และ ลก 18:9-14) 5. การสำรวมใจ: ถ้าเราไม่ตั้งใจภาวนา เราหวังให้พระเป็นเจ้าฟังคำภาวนาของเราได้อย่างไร? (มธ. 6:7,8) การวอกแวกโดยไม่ตั้งใจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการภาวนา แต่เราต้องพยายามสำรวมใจภาวนาให้มีการวอกแวกน้อยที่สุด 6. ความเชื่อ: "ในการภาวนาโดยปราศจากความเชื่อ เราทำให้พระเป็นเจ้าเคืองพระทัย" (ฮบ. 11:6). "คนที่วางใจในพระองค์จะไม่มีวันอับอายขายหน้า" (ดนล. 3:40) "สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ ได้ แต่สำหรับพระเป็นเจ้าทุกสิ่งเป็นไปได้" (มธ. 19:26) 7. กาลเทศะ: ในการภาวนาเราต้องรู้กาลเทศะ น้ำพระทัยพระเป็นเจ้าอยู่เหนือความปรารถนาของเรา พระเยซูเจ้าทรงภาวนา: "พระบิดา ถ้าเป็นไปได้ขอให้กาลิกนี้ผ่านพ้นลูกไป อย่าเป็นไปตามน้ำใจของลูก ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์เถิด" (ลก 22) พระเป็นเจ้าฟังคำภาวนาของเราเสมอหรือ? ใช่ มีสามคำตอบ: ใช่, ไม่ใช่, หรือ รอ ไม่มีคำภาวนาอะไรที่พระเป็นเจ้าไม่ตอบและไม่มีคำภาวนาอะไรที่พระองค์ไม่ฟัง นักบุญโทมัสสอนว่าพระเป็นเจ้าไม่ประทานแก่เราสิ่งที่เราขอพระองค์ในคำภาวนา ถ้าสิ่งนั้นเป็นอุปสรรคขัดขวางความรอดของวิญญาณเรา เราต้องขอสิ่งที่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าสำหรับเรา พระคริสตเจ้าทรงสอน: " . . .อย่ากังวล พูดว่า: ""เราจะมีอะไรกิน?" หรือ "เราจะใส่เสื้อผ้าอะไร" (เพราะสิ่งเหล่านี้คนที่ไม่มีความเชื่อเสาะหา) เพราะพระบิดาของท่านทรงรู้ทุกสิ่งที่ท่านต้องการ แต่ก่อนอื่นให้เราแสวงหาพระราชัยพระเป็นเจ้า และพระยุติธรรมของพระองค์และนอกนั้นพระองค์จะแถมให้เอง" (มธ. 6:31-33) "จะมีประโยชน์อะไรถ้ามนุษย์ได้ทั้งโลกเป็นกรรมสิทธิ์และสูญเสียวิญญาณของเขาเอง" (มธ. 16:26) สถานที่ที่เหมาะสำหรับภาวนาคือต่อหน้าศีลมหาสนิท การสวดภาวนาในที่ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าประทับอยู่ช่วยจุดไฟในดวงใจเราให้เร่าร้อนด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า (cf. Matt. 26:40,41) ประโยชน์ของการภาวนาเพิ่ม การใกล้ชิดสนิทกับพระเป็นเจ้า พระหรรษทาน ความเชี่อ ความรัก และความช่วยเหลือในการต่อสู้กับการประจญล่อลวงของปิศาจและในการถือพระบัญญัติสิบประการ "จงตื่นเฝ้าและสวดภาวนาเถิด แล้วท่านจะไม่ตกอยู่ในการประจญ" (มธ. 26:41) การภาวนาซักฟอกวิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน เป็นไปไม่ได้เลยคนที่เพียรภาวนาจนถึงที่สุดจะตกอยู่ในบาปหนัก มีอยู่ทางเดียว: ท่านจะเพียรภาวนาจนถึงที่สุด หรือท่านจะเพียรทำบาปจนถึงที่สุด พระคัมภีร์ยกตัวอย่างฤทธานุภาพของการภาวนา คำวิงวอนอันเร่าร้อนของคนศักดิ์สิทธิ์มีฤทธานุภาพยิ่งนัก ผู้ทำนายอีไลจาห์เป็นมนุษย์ปุถุชนเหมือนเรา แต่เขาสวดภาวนาอย่างร้อนรนขอฝนอย่าตกและฝนไม่ตกในดินแดนนั้นเป็นเวลาสามปีครึ่ง เมื่อเขาสวดภาวนาอีกครั้ง ท้องฟ้าเปิดออกฝนเทลงมา และผืนดินอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร (ยก 5:16-18, cf. 2 พกษ 20:1-6, ยชว 10:12-14 และ ดนล. 6) ฤทธานุภาพอันลึกซึ้งของการภาวนาถูกถ่ายทอดในคำพูดของนักบุญต่างๆ "คนที่สวดจะรอด คนที่ไม่สวดจะพินาศ" (นักบุญอัลฟอนโซ) "ในขณะที่ร่างกายเราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยปราศจากอาหาร ชีวิตทางจิตวิญญาณของเราไม่สามารถเจริญเติบโตโดยปราศจากการภาวนา" (นักบุญออกัสติน) "ถัดจากมหาบูชามิสซา ลูกประคำเป็นการภาวนาที่ทรงฤทธานุภาพที่สุด" (นักบุญชาร์ลส์โบโรเมโอ) ฉะนั้นพระนางมารีอาได้บรรลุความดีบริบูรณ์ในทุกสิ่งที่พระนางทำ และได้ขึ้นถึงยอดเขาแห่งความดีครบครัน |
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000