issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ | บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง
article
เราจะเปลี่ยนความทุกข์เป็นความสุขได้อย่างไร?
โดยคุณพ่อ Paul O'Sullivan, O.P.
หฤทัยชนนี

ความทุกข์เป็นปัญหาสำคัญในชีวิตมนุษย์ เราทุกคนต้องทุกข์ บางครั้งทุกข์น้อย บางครั้งทุกข์มาก เราจะหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้อย่างไร? เราจะทำความทุกข์ให้น้อยลงได้อย่างไร? และเราจะได้รับประโยชน์มากมายจากความทุกข์ที่เราแบกด้วยความอดทนอย่างไร?

เหตุผลที่ทำไมความทุกข์ช่างหนักเหลือเกินคือ ไม่มีใครสอนเราว่า:
1. ความทุกข์คืออะไร?
2. เราจะแบกความทุกข์อย่างไร?
3. ความทุกข์มีคุณค่าที่ตีราคาไม่ได้

สาเหตุมาจากข้อบกพร่องของครูบาอาจารย์ ที่เราไม่อาจเข้าใจได้

น่าประหลาดที่บางคนสามารถแบกความทุกข์หนักๆ ได้อย่างสบาย ส่วนบางคนตื่นตระหนกตกใจเมื่อพบความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ

เหตุผลง่ายๆคือบางคนได้รับการอบรมอย่างดีเพื่อต่อสู้กับความทุกข์ ส่วนบางคนไม่เคยได้รับการอบรมเลย

ความทุกข์ไม่ชั่วร้ายเหมือนอย่างที่เราคิด

1. ความทุกข์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ร้ายกาจ เพราะไม่มีใครได้ทุกข์ทรมานมากกว่าพระบุตรของพระเป็นเจ้า หรือพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ หรือนักบุญทั้งหลาย ความทุกข์ทุกอย่างมาจากพระเป็นเจ้า หากดูเพียงผิวเผินแล้ว ความทุกข์อาจมาหาเราโดยบังเอิญ หรือโดยอุบัติเหตุ หรือจากคนอื่น แต่ความจริงความทุกข์ทุกประการมาจากพระเป็นเจ้า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเราโดยที่พระเป็นเจ้าไม่ทรงรับรู้หรืออนุญาต ไม่มีเส้นผมแม้แต่เส้นเดียวที่หลุดร่วงจากศีรษะเราโดยที่พระเป็นเจ้าไม่ทรงยินยอม

ทำไมพระเป็นเจ้าทรงปล่อยให้เราทุกข์? คำตอบง่ายๆคือพระองค์อยากให้เรามีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยในพระมหาทรมานของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงอนุญาตความทุกข์ให้มาเรา

ชีวิตทุกตอนของพระเยซูเจ้าเป็นบทเรียนสำหรับเรา ตอนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพระองค์คือพระมหาทรมาน ซึ่งสอนเราว่าเราจะต้องทรมานเช่นกัน

ในพระมหาทรมานของพระองค์ พระเป็นเจ้าได้เจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสเพื่อเราทุกคน แล้วเราจะปฏิเสธไม่ยอมทรมานเพียงเล็กน้อยเพื่อแสดงความรักต่อพระองค์หรือ?

ความทุกข์ประทานรางวัลแก่เรา

2. ถ้าเรายอมรับความทุกข์ที่พระเป็นเจ้าส่งมาให้เราและถวายพระองค์ความทุกข์เหล่านั้นรวมกับ พระมหาทรมานของพระองค์ เราจะได้รับรางวัลยิ่งใหญ่จากพระองค์ ความทุกข์ที่เราแบกอย่างอดทนเป็นเวลาห้านาฑี เพื่อแสดงความรักต่อพระเยซูเจ้า มีคุณค่ามากกว่าความสนุกสนานรื่นเริงของเราเป็นปีๆ นักบุญทั้งหลายบอกว่า ถ้าเราแบกความทุกข์ของเราด้วยความอดทน และความเพียรอย่างศักดิ์สิทธิ์จนถึงที่สุด เราจะได้รับมงกุฎมรณสักขี

นอกเหนือจากนั้น การแบกความทุกข์ด้วยความอดทนเป็นแหล่งกำเนิดคุณความดีต่างๆในตัวเรา คนที่ได้ต่อสู้กับความทุกข์อย่างทรหด มักเป็นคนที่มีเสน่ห์น่าเคารพนับถือ

ถ้าเรายอมรับความจริงเหล่านี้ แน่นอนที่สุด เราจะกลายเป็นคนที่เผชิญกับความทุกข์ได้อย่างสบายใจ

พระเป็นเจ้าทรงประทานความเข้มแข็งในการแบกความทุกข์ของเรา

3. เมื่อพระเป็นเจ้าส่งความทุกข์มาให้เรา พระองค์ก็ประทานความเข้มแข็งแก่เรา ถ้าเราเพียงแต่อ้อนวอนพระองค์ หลายคนทีเดียว แทนที่จะวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ แต่กลับตื่นตระหนกตกใจและขาดสติสัมปชัญญะ ปฏิกิริยาเหล่านี้ทำให้ความทุกข์ที่เรากำลังแบกยิ่งหนัก

ขณะนี้เรากำลังพูดถึงความทุกข์ทุกอย่าง แม้แต่ความทุกข์เพียงเล็กน้อย เราทุกคนมีความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ ทุกวันในชีวิตเรา ถ้าเราแบกความทุกข์ทั้งหมดนี้ เพื่อแสดงความรักต่อองค์พระเจ้า เราจะได้รับรางวัลยิ่งใหญ่จากพระองค์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

เราจะแบกความทุกข์ของเราอย่างไร?

ความทุกข์อันใหญ่ที่เราต้องประสบในบางครั้งกลายเป็นของที่เราแบกได้อย่างสบาย ถ้าเรายอมรับมันด้วยความสงบและความอดทน สิ่งที่ทำให้ความทุกข์หนักเหลือเกิน แบกไม่ไหว คือความไม่อดทน ซึ่งเป็นการขาดสติสัมปชัญญะและการปฏิเสธไม่ยอมรับความทุกข์ที่มาหาเรา ความกระวนกระวายนี้เพิ่มความทุกข์เป็นร้อยเท่า และนอกจากนี้ยังปล้นจากเราบุญกุศลทั้งหมดที่เราควรได้รับ

เราเห็นบางคนผ่านมรสุมชีวิตด้วยความสงบและความสุขุม ในขณะที่บางคนกระวนกระวาย เมื่อถูกรบกวนหรือได้รับความผิดหวังเพียงเล็กน้อย เราทุกคนสามารถศึกษาหาความรู้ เพื่อจะได้บรรลุความสงบและความอดทน ซึ่งเป็นเคล็ดลับแห่งความสุขที่แท้จริง

คุณหมอผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้ให้การอบรมแก่นักวิทยาศาสตร์และนายแพทย์กลุ่มหนึ่ง เขาบอกนักวิชาการเหล่านั้นว่าเขาได้ประสบความสำเร็จในชีวิต เนื่องจากว่าเขาได้เปลี่ยนแปลงนิสัยของเขา ที่เป็นคนไม่มีความอดทนและขี้หงุดหงิด ซึ่งได้บั่นทอนสุขภาพและการทำงานของเขาอย่างสิ้นเชิง

มนุษย์ทุกคน ไม่ยกเว้นใครแม้แต่คนเดียว สามารถเรียนความสงบและความสุขุมได้

การใช้โทษบาป

เราทุกคนต้องใช้โทษบาปของเรา ถ้าเราละเลยเรื่องนี้ เราจะต้องทรมานอย่างน่ากลัวสยดสยองในไฟชำระเป็นเวลานานทีเดียว พระเพลิงในไฟชำระร้อนเท่ากับพระเพลิงในนรก ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย

บัดนี้ ถ้าเราถวายพระเป็นเจ้าความทุกข์ของเรา ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ รวมกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า เรากำลังใช้โทษบาปของเราอย่างดีที่สุด เราก็สามารถปลดปล่อยตัวเราออกจากไฟชำระ และในเวลาเดียวกันรับพระหรรษทานและพระพรอย่างอุดมจากพระเป็นเจ้า

ให้เราจดจำอย่างแม่นยำว่า

1. ความทุกข์มาจากพระเป็นเจ้าและให้คุณประโยชน์แก่เรา
2. เมื่อเราอยู่ในสถานะพระหรรษทาน เราจะได้รับบุญกุศลยิ่งใหญ่จากความทุกข์ทุกอันที่เราแบกอย่างอดทน ไม่ว่าความทุกข์จะเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน
3. ในการแบกความทุกข์ของเรา พระเป็นเจ้าทรงประทานความเข้มแข็งอย่างบริบูรณ์แก่เรา ถ้าเราเพียงแต่อ้อนวอนพระองค์
4. ถ้าเราแบกความทุกข์ของเราอย่างอดทน มันจะหมดพิษสงและความขมขื่นของมัน
5. ที่สำคัญกว่าหมด ความทุกข์แต่ละอันคือส่วนร่วมในพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า
6. โดยความทุกข์ของเรา เราสามารถปลดปล่อยตัวเราหลุดพ้น จากความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในไฟชำระ เป็นบางส่วนหรืออย่างบริบูรณ์
7. โดยการแบกความทุกข์ของเราอย่างอดทน เราจะได้รับมงกุฎมรณสักขีอย่างรุ่งเรืองในสวรรค์

แน่นอน เราต้องพยายามสุดความสามารถที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ของเราหรือทำให้มันน้อยลง แต่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าเราจะแบกความทุกข์อย่างไร

สรุป เราต้องเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง ถ้าเราอยู่ในความสงบ ความสุขุม และความอดทน ความทุกข์ก็หมดพิษสงของมัน แต่ถ้าเราตื่นตะนกตกใจ ความทุกข์เพียงเล็กน้อยก็เพิ่มเป็นร้อยเท่า สมมุติว่า ถ้าเราปวดแขนหรือขาและถูมันแรงๆ ความเจ็บปวดก็ทวีคูณ แต่ถ้าเราถูมันเบาๆ ความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ทุเลา

ความทุกข์ของเรามาจากสุขภาพที่ทรุดโทรม ความเจ็บปวด การปวดศีรษะ โรคปวดตามข้อ โรคข้ออักเสบ อุบัติเหตุ ศัตรู ภาวะการเงินที่ขัดสนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย บางคนต้องเจ็บปวดทรมานเป็นอาทิตย์ในบ้านของตน ในโรงพยาบาลหรือบ้านพักคนชรา พูดอย่างรวบรัดตัดความ เราอยู่ในเหวน้ำตา พระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพสามารถช่วยเราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ แต่พระองค์ไม่มีพระประสงค์เช่นนั้น เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่า โดยพระเมตตาอันไม่มีขอบเขตของพระองค์ ความทุกข์มีคุณประโยชน์ต่อเราอย่างใหญ่หลวง

การภาวนา

เรามีเครื่องมือที่ทรงฤทธานุภาพยิ่งนักในมือเรา นั่นคือการภาวนา เราควรสวดอย่างเร่าร้อนเสมอๆ อย่าหยุด และตลอดเวลา อ้อนวอนพระเป็นเจ้าช่วยเหลือเราต่อสู้กับความทุกข์ ขอพระองค์บรรเทาใจเรา หรือถ้าพระองค์ทรงพอพระหฤทัย โปรดฉุดเราออกจากความทุกข์

ในบทความที่ลงหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง คุณหมอมีชื่อเสียงมากคนหนึ่งได้เขียนว่า: "การภาวนาทรงฤทธานุภาพที่สุดในโลก"

เขาบอกว่า: "เพื่อนร่วมงานและข้าพเจ้าบ่อยครั้งได้เห็นคนไข้ของเราเป็นจำนวนมาก ผู้ซึ่งไม่สามารถเยียวยารักษาได้ หรือผู้ซึ่งมีความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรเทาได้ ได้รับการรักษาให้หายโดยการภาวนาของคริสตชนธรรมดา ไม่ใช่ของคนศักดิ์สิทธิ์"

เหนือสิ่งอื่นใด ในความทุกข์ทุกชนิด เราควรวิงวอนพระนางพรหมจารีมารีอา แม่พระมหาทุกข์ โปรดช่วยเหลือเรา โดยมหาสมุทรแห่งความทุกข์โศกเศร้าที่พระนางได้รู้สึกในพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

พระเป็นเจ้าได้ประทานแก่พระนางพระหรรษทานอันทรงพระฤทธานุภาพของพระองค์ เพื่อพระนางจะได้เป็นมารดาพระเจ้าอย่างครบครัน นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ประทานแก่พระนางพระหรรษทานทุกชนิด ความอ่อนหวาน และความรัก เพื่อพระนางจะได้เป็นมารดาของเราที่ครบบริบูรณ์และน่ารักยิ่งนัก ไม่มีแม่คนไหนในโลกที่รักลูกเท่ากับแม่พระ เพราะฉะนั้น ในความยากลำบากและความทุกข์โศกเศร้าให้เราไปหาแม่พระด้วยความวางใจโดยสิ้นเชิง ดั่งเด็กทารกที่นอนอยู่บนอกแม่

โปรดระลึกเถิด

โปรดระลึกเถิด โอ้ พรหมจารีมารีอา ผู้โอบอ้อมอารี
แต่ไหนแต่ไรมา ยังไม่เคยได้ยินเลยว่า ผู้ที่มาพึ่งท่าน
มาขอความช่วยเหลือคุ้มครองจากท่าน ถูกท่านทอดทิ้ง
ข้าพเจ้าวางใจดังนี้ จึงวิ่งมาหาพระมารดา
พรหมจารีแห่งพรหมจารีทั้งหลาย
ข้าพเจ้าคนบาปคร่ำครวญเฉพาะพระพักตร์ของท่าน
พระมารดาแห่งพระวจนาตถ์
โปรดอย่าเมินต่อวาจาของข้าพเจ้า
แต่จงสดับฟังและโปรดด้วยเถิด อาแมน

บทสวดดวงพระทัยมหาทุกข์และนิรมลทิน

โอ้ ดวงพระทัยมหาทุกข์และนิรมลทินของพระนางมารีอา บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ โปรดคลุมวิญญาณของลูกด้วยการพิทักษ์รักษาของพระแม่ ลูกจะได้ซื่อสัตย์ต่อเสียงดลใจของพระเยซูเจ้า ตอบสนองความรักของพระองค์ และนบนอบน้ำพระทัยของพระองค์

โอ้ พระมารดาของลูก ลูกอยากเก็บรักษาข้างหน้าลูก การร่วมไถ่บาปของพระแม่กับพระเยซูคริสตเจ้า ลูกจะได้ดำรงชีวิตใกล้ชิดสนิทกับดวงพระทัยของพระแม่ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับดวงพระหฤทัยของพระบุตร

โดยฤทธิ์กุศลและมหาทุกข์ของพระแม่ โปรดมัดลูกให้ติดแน่นกับดวงพระหฤทัยนี้ โปรดพิทักษ์รักษาลูกตลอดเวลาเทอญ อาแมน

หมายเหตุ: พระเยซูคริสตเจ้าตรัสกับ Berth Petite คณะฟรังซิสกัน เกิดวันที่ 23 มกราคม 1870 ที่อิงไฮน์ประเทศเบลเยี่ยม "จงสอนคริสตชนรักดวงพระทัยของพระมารดาเรา ซึ่งเศร้าระทมขมขื่นเหมือนดวงพระหฤทัยของเรา" วันที่ 25 มีนาคม 1912 พระนางพรหมจารีมารีอาได้ตรัสดังนี้ "แม่ได้เรียกตัวเอง การปฏิสนธินิรมลทิน และพระบุตรทรงเรียกแม่ มารดาแห่งดวงพระทัยมหาทุกข์ ชื่อนี้เป็นที่โปรดปรานของแม่มากกว่าชื่ออื่น เมื่อชื่อนี้แพร่หลายไปทุกแห่ง คริสตชนจะได้รับพระหรรษทานแห่งพระเมตตา การฟื้นฟูจิตใจ และการกอบกู้วิญญาณ"

 

หน้ารัง | บทความ | บทความจากผู้อ่านย้อนหลัง

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000