เมื่อคืนก่อน หลังจากที่ขอร้องแกมบังคับให้ภรรยาสุดที่รักของกระผมทานยาแก้อักเสบ
และยาแก้ปวดอันเนื่องมาจากฟันคุดแล้ว เราก็นอนคุยกันเรื่องนู้นเรื่องนี้
เธอไม่ยอมหลับสักที ได้แต่บ่นว่า ปวดฟันนนน...ทำไมมันปวดจังเลย คุยไปคุยมา
เธอก็ถามขึนมาลอยๆ ว่า
ทำไมฟันคนเราถึงไม่ยอมขึ้นทีเดียวหมดทุกซี่ จะต้องเก็บเอาไว้มาขึ้นตอนอายุป่านนี้แล้วด้วย...โอ้ยยย
ทำไมต้องมีฟันคุดด้วย
ผมตอบเธอโดยไม่หันไปมองว่า อ๋อ...มันเป็นสัจธรรมของชีวิตไงหละ
หือออ... เธอทำเสียงงง แล้วพูดต่อว่า แล้วมันเป็นไง ตอบให้ดีอย่ากวน...
(ถูกดูดเสียงเอาไว้) นะ คนยิ่งปวดฟันอยู่
ก็เป็นแบบนี้งัย สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ย่อมมีการเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงจากสภาวะหนึ่งไปสู่สภาวะหนึ่ง
ในระหว่างช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนสภาพนี้แหละ มันจะมีความเจ็บปวดเกิดขึ้น
เหมือนกับการลอกคราบของงู หรือการกลายเป็นผีเสื้อของหนอน เวลางูจะลอกคราบหนังของมันก็จะปริแตก
และตัวมันก็จะดันตัวเองออกจากคราบเก่าของมัน หรืออย่างเด็กผู้ชายที่จะกลายเป็นหนุ่มน้อยเสียงก็จะแตกทุ้ม
ก็จะเจ็บคอ นมแตกพานก็ทำให้เจ็บนม
แล้วการที่ฟันคุดมันมาขึ้นตอนเกือบจะวัยกลางคนนั้นก็เพราะว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการเวลาเพื่อเตือนสติของเราให้รู้ว่า
เรากำลังจะผ่านเข้าสุ่การเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว เหมือนที่หลายๆ คนมักพูดว่า
กว่าจะรู้จักโลกก็ปาเข้าไปสามสิบแล้วนั่นแหละ การเจ็บฟันคุดเตือนใจเราว่า
เรากำลังผ่านช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เข้าสุ่วัยทำงานอย่างเต็มตัว วัยที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งต่างๆ
มากขึ้น ทั้งต่อตัวเองและต่อคนอื่นรอบข้างเรา เวลาจะพูดหรือทำอะไรต้องคิดมากขึ้น
ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนขึ้น ละทิ้งความเหลวไหลแบบเด็กๆ ก้าวข้ามเส้นแบ่งของวันเวลาเข้าสู่วัยแห่งความสุขุมนุ่มลึก
เปลี่ยนจากอารมณ์นำหน้าเหตุผลมาทีหลัง มาเป็นการนำอารมณ์กับเหตุผลมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
และใช้อย่างรู้คุณค่าในชีวิตประจำวัน อืมมม...พระเป็นเจ้าทรงเป็นองค์ปรีชาญาณโดยแท้เลยนะเนี่ยที่สร้างมนุษย์เราให้มีสังขารแห่งวัยที่ล่วงโรย
เพื่อใช้เตือนสติเราให้ดำเนินชีวิตสู่ความเป็นบุคคลที่สมบูรณ์
นอกจากนี้ความเจ็บปวดทรมานนี้ยังสอนใจเราด้วยว่าก่อนที่จะพบความสุขเราต้องเจ็บปวดก่อนเสมอ
เราต้องลำบากก่อนถึงจะสบาย ต้องฝึกอย่างนหนักเพื่อจะเป็นผู้ชนะ จำได้ไหมในวัยเด็กกว่าที่เราจะเดินได้
เราต้องล้มแล้วล้มอีกตั้งกี่ครั้ง ดูพระเยซูเจ้าเป็นตัวอย่างซิ กว่าพระองค์จะทำงานไถ่บาปเราสำเร็จ
แล้วเสด็จขึ้นสวรรค์ พระองค์ต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าเราตั้งหลายเท่า พระองค์ยังผ่านพ้นไปได้
การปวดฟันคุดแค่นี้จิ๊บจิ๊บน่ะ เดี๋ยวพอผ่าออกแล้ว คุณจะรู้ว่า โอ้...นี้แหละความสุข
หลังจากร่ายยาวจบผมก็หันไปทางภรรยา อ้าวหลับไปซะแล้ว หลับตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่บอก
ผมไม่รู้ว่าเธอหายปวดฟันเพราะฤทธิ์ยา หรือว่าเคลิ้บเคลิ้มไปกับการอธิบายของผมกันแน่
ผมรู้แต่ว่าเมื่อเช้านี้เธอพูดกับผมด้วยแววตา สีหน้าแบบกวนๆ ว่า คุณน่าจะได้บวชแบบเพื่อนคุณนะ
ไม่น่าแต่งงานเลย รับรองว่าสัตบุรุษติดใจบทเทศน์ของคุณชัวร์ แล้วเธอก็เดินไปขึ้นรถ
ปล่อยให้ผมเดินตามไปอย่างงงๆ
เฮ้อ...เพราะฟันคุดแท้ๆ