issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ
article
ชีวิตแท้ในพระเจ้า

วาสสุลา ไรเด็น เกิดในประเทศอียิปต์เมื่อ 18 มกราคม ปี ค.ศ. 1942 ในครอบครัวกรีกออร์โธด๊อกซ์ วาสสุลาเป็นศิลปินเขียนภาพ เป็นแชมเปี้ยนเทนนิส และเป็นนางแบบแฟชั่นในนครหลวงของบังคลาเทศ เธอก็เหมือนกับผู้คนในสมัยนี้เธอไม่เคยสนใจเรื่องพระเจ้าหรือเรื่องชีวิตภายใน เธอไม่เคยคิดว่าสักวันในปี 1985 นั้น พระเป็นเจ้าจะทรงเปิดเผยพระองค์เองแก่เธอโดยที่เธอมิได้คาดหมาย ในขณะที่เธอยังคงพำนักอยู่ในบังคลาเทศกับสามีชาวสวีดิชและบุตรชายสองคนจะมีคนถามกันว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงเรียกคนที่แสนจะมีข้อจำกัด คนที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีความรู้ในเรื่องพระศาสนจักรเลยทั้งเป็นคนที่ไม่เคยต้องการพระเจ้าอีกด้วย ให้มารับคำเตือนใจให้ระลึกถึงพระวาจาของพระองค์? วาสสุลาเองก็เคยทูลถามองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยคำถามเหล่านี้และพระองค์ตรัสตอบเธอว่า "เราเลือกลูกเพราะความเหลวแหลกของลูกอาศัยความเหลวแหลกของลูกนี่แหละ เราจะเผยให้เห็นพระเมตตาของเรา อาศัยความไม่มีอะไรของลูกนี่แหละ เราจะเผยให้เห็นอาชญาสิทธิ์ของเรา และ ฤทธานุภาพของเรา และนั่นคือเรา ดังนั้นจงเป็นคนไม่มีอะไรต่อไปเถิด.."

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 เป็นต้นมา วาสสุลาได้รับเชิญให้ไปบรรยายใน 60 ประเทศ ทุกหนแห่งที่เธอได้รับเชิญไปนั้นไม่ว่าจะเป็นแถบเอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย อัฟริกา หรือยุโรปก็ตาม เธอได้รับการต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งจากผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชั้น และทุกแวดวง ทั้งคริสตชนและคนต่างศาสนา ผู้คนที่มาฟังคำพยานของเธอนั้นไม่ได้มีเฉพาะฆราวาสเท่านั้น แต่ยังมีทั้งผู้นำศาสนา อาทิ บาทหลวง ศาสนาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ ภคินี พระสังฆราช พระอัครสังฆราช พระคาร์ดินัล พระสมณทูต ราชาคณะแห่งสังฆมลฑลออร์โธด๊อกซ์และพระสังฆัยกา รวมทั้งผู้นำศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนายิวของชาวอิสราแอล และพระภิกษุสงฆ์แห่งพุทธศาสนาที่ฮิโรชิมา ต่างก็เชิญเธอไปให้คำพยานด้วย ผู้เข้าร่วมการประชุมของเธอมีจำนวนกว่า 150,000 คน และในจำนวนนี้มีทั้งชาวมุสลิม ฮินดู พุทธ และยิวรวมอยู่ด้วย

ในปี ค.ศ. 1994 เธอได้รับเชิญจากพระอัครสังฆราชแดเนียลแห่งสังฆมลฑลโรมาเนียให้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการพร้อมกับบรรดาสมาชิกของสภาคริสตจักรโลกในโครงการ 'เอกภาพและการฟื้นฟู การประชุมปรึกษาหารือและจิตตารมณ์คริสตชนเพื่อยุคของเรา' ในปี ค.ศ. 1998 และ 2001 ทางหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อสันติภาพของโลกเพื่อยุติกรณีพิพาทระหว่างชาติยิวและชาวปาเลสไตน์ขององค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์ค ได้เชิญวาสสุลาให้ไปปราศรัยให้พวกเขาฟังและย้ำสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเคยตรัสกับเราในสาส์นวาจาเพื่อให้เกิดสันติภาพในโลก ในปี ค.ศ. 2001 เธอเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเชิญจาก The International Bridgettin Centre of Farfa อิตาลี ให้ไปพูดเรื่องศาสนสัมพันธ์เพื่อเอกภาพและเรื่องจิตวิญญาณ

วาสสุลาได้ถ่ายทอดถ้อยคำเดิมที่องค์พระเจ้าพระบิดาประทานให้แก่เธอในการบรรยายต่อสาธารณชนกว่า 700 แห่ง วาสสุลาไม่รับค่าตอบแทนหรือเงินบริจาคใด ๆ ทั้งสิ้นสำหรับภารกิจของเธอนี้ มีรายงานข่าวเรื่องเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ผู้คนได้รับหลังการบรรยายของเธอ อาทิ เรื่องการบำบัดรักษาฝ่ายกายและฝ่ายวิญญาณ และประสบการณ์เหนือธรรมชาติในรายบุคคล ปรากฏการณ์มากมาย บรรดาผู้ที่มารวมตัวกันส่วนใหญ่นั้นได้สัมผัสความมีอยู่จริงของพระเจ้าที่มองไม่เห็นได้ชัดเจนอย่างลึกซึ้ง

หนังสือชีวิตแท้ในพระเจ้าที่น่าสนใจ (ซึ่งปัจจุบันมีผู้อาสาแปลไว้ถึง 40 ภาษาแล้วนั้น) ยืนยันถึงบุคลิกอันเป็นสากลของสาส์นวาจา ใช้ภาษาเขียนที่ชัดเจนตรงใจผู้อ่านทุกรุ่นทุกวัยให้สามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย ในขณะเดียวกันเนื้อหาสาระก็เข้มข้นและลึกซึ้งจนบรรดานักเทววิทยาที่หลักแหลมได้รับแรงบันดาลใจให้เขียนหนังสือต่าง ๆ เกี่ยวกับจิตตารมณ์ของสาส์นวาจานี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานชื่อให้สาส์นวาจาศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยพระองค์เองว่า "ชีวิตแท้ในพระเจ้า" แวะเวียนเว็บไซด์เพื่อศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WWW.tlig.org

สาส์นวาจาชีวิตแท้ในพระเจ้านั้นเตือนให้เราระลึกถึงการมีอยู่จริงของพระเจ้า และเป็นเสียงเรียกสู่รากฐานที่แท้จริง ทั้งเป็นการเตือนใจให้ระลึกถึงพระวาจาพระเจ้า ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสกับวาสสุลาไว้ว่า "บอกพวกเขาเถิดว่าเราไม่ได้มอบสาส์นวาจานี้เพื่อชวนให้เกิดความตื่นเต้น แต่เพื่อให้พวกเขาสำนึกในความเร่งด่วนที่พวกเขาต้องกลับใจลักษณะอันตรายของสภาพวิญญาณของพวกเขา ความสำคัญของการเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาและดำรงชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์" เมื่อพระเจ้าตรัสในสาส์นเหล่านี้นั้น เรารับรู้ได้ถึงน้ำเสียงแห่งความหวังที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เรา ถูกแล้วพระองค์จะต้องลงโทษตักเตือนเราหลายครั้ง เพราะพระองค์ทรงเป็นพระบิดา และเหมือนกับพ่อที่ลงโทษตักเตือนลูก ๆ ของตนเมื่อลูกทำผิด พระบิดาเจ้าสวรรค์ของเราก็ทรงกระทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่พระองค์ทรงกระทำไปด้วยความรักเพราะพระองค์คือองค์ความรัก และพระองค์ทรงสร้างเราจากความรักเพื่อรักตอบพระองค์ด้วยความรักนี้

ในสาส์น 'ชีวิตแท้ในพระเจ้า' เหล่านี้ มีคำขอร้องจากองค์พระคริสตเจ้าให้พระศาสนจักรต่าง ๆ สมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเพาะเพื่อให้มีการสมโภชปัสกาวันเดียวกัน มีหลักฐานมากมายในสาส์นวาจาเกี่ยวกับเรื่องการละทิ้งความเชื่อครั้งใหญ่ที่ได้ทำนายไว้ในจดหมายท่านักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 2 บทที่ 2 และเกี่ยวกับจิตตารมณ์กบฎในยุคของเราที่มีอิทธิพลอย่างมาก จิตตารมณ์กบฎที่ว่านี้กำลังแทรกซึมเข้าไปในพระศาสนจักรเสมือนหมอกควัน มีพลังอำนาจชักจูงให้พระสังฆราชและพระสงฆ์คาทอลิกหันกลับมาต่อต้านองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ซึ่งทรงเป็นนายชุมพาบาลของพวกท่านเอง องค์พระคริสตเจ้าทรงเรียกให้ท่านเหล่านั้นกลับมาจงรักภักดีต่อองค์สมเด็จพระสันตะปาปาดังเดิม ชัยชนะเหนือความชั่วร้ายไม่ได้อยู่ไกลตัวแล้ว และพระหฤทัยคู่ คือ ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์และ ดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า จะได้รับชัยชนะเหนือความชั่วร้ายนี้

สาส์นวาจาชีวิตแท้ในพระเจ้าเป็นเสียงเรียกให้เราชื่นชมการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้า ในพระเทวภาพของพระองค์ และในศีลมหาสนิท ทั้งชื่นชมพระนางมารีย์ในฐานะพระชนนีพระเป็นเจ้า มีสาส์นวาจา กว่าห้าพันฉบับที่กล่าวถึงองค์พระจิตเจ้าและข้อคำสอนที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการทรงงานของพระจิตเจ้า

สิ่งที่เห็นได้ชัดในสาส์นเหล่านี้ก็คือ ความอ่อนโยนของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเผยให้เรารับรู้ เพื่อเปิดเผยความประเสริฐเลิศล้ำและพระเมตตาอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของพระองค์แก่เรา คำพรรณนาขององค์พระคริสตเจ้าเมื่อทรงกล่าวถึงองค์พระเจ้านั้น ให้ข้อสรุปได้อย่างเดียวกับพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าว่าดังนี้

"พระบิดาของเราเป็นกษัตริย์…แต่ก็ทรงไว้ซึ่งความอ่อนโยน พระองค์ทรงเป็นพระตุลาการ …แต่ทว่าทรงพระกรุณาและโอบอ้อมอารีสุดแสน พระองค์ทรงเป็นเบื้องต้น และบั้นปลาย…แต่ก็ทรงถ่อมพระองค์ยิ่งนัก"

ในสาส์นเหล่านี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพยายามทำให้สิ่งที่ตายแล้วในตัวเรากลับมีชีวิต นี่คือเหตุผลที่พระองค์ทรงพรั่งพรมพระจิตเจ้าของพระองค์มาสู่ชาวเรา และ นำเรากลับไปหาพระองค์ เพื่อดำรงชีวิตแท้ในพระองค์ พระองค์สัญญากับเราไว้ว่า ในไม่ช้าจะมีการหลั่งพระจิตเจ้าลงมายังมวลมนุษย์ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์กาหลั่งพระจิตเจ้านี้จะเปลี่ยนสภาพโลกโดยสิ้นเชิง นี่คือความหวังที่เราทุกคนต่างรอคอย

หากมิใช่เพื่อพระองค์จะได้ทรงกอบกู้เราให้รอดพ้นแล้วละก็ เหตุใดพระเจ้าจึงทรงมุ่งหวังที่จะเปิดเผยพระองค์เองอีกครั้งในยุคของเรายิ่งนัก? เมื่อพระองค์ทรงกล่าวในสาส์นฉบับหนึ่งว่า "เรามองดูโลกทุกวันนี้และได้แต่หวังว่าเราไม่เคยมอง… สองตาของเราแลเห็นแต่สิ่งที่เราไม่เคยหวังจะได้เห็น และสองหูของเราได้ยินแต่สิ่งที่เราหวาดกลัวที่จะได้ยิน! เราสุดแสนเศร้าสลดใจ…ในฐานะพ่อ เราสร้างมนุษย์ขึ้นมาตามฉายาลักษณ์ของเรา แต่มนุษย์กลับลดฐานะตนเองให้ตกต่ำลงและวันนี้มนุษย์จำนวนมากมายหันไปรับเอารูปโฉมของเจ้าสัตว์ร้าย! (ปีศาจ) ใจเราปวดร้าว ด้วยเราเห็นตลอดถึงปลายสุดแผ่นดิน และสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่ใช่สิ่งที่หัวใจของเราปรารถนาเลย … พระบิดาของลูกควบคุมสรรพสิ่ง แต่มิได้ควบคุมเสรีภาพของพวกลูก และมนุษย์ก็ได้นำเสรีภาพของตนมาใช้ในทางที่ผิด…" ด้วยเหตุนี้เอง พระเจ้าพระผู้สร้างของเราจึงทรงจำต้องแทรกแซงในยุคของเราอีกครั้งหนึ่ง

 

หน้ารัง | บทความ

17 พฤศจิกายน 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002