issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ
article
กระแสเรียก
โอฬาร มานะนรารักษ์

"ข้าวในนานั้นมีมาก แต่ผู้เก็บเกี่ยวมีน้อย" ผมได้มีโอกาสไปแวะเวียนเยี่ยมเยียนบ้านเณรเล็ก ไปดูขนาดของสถานที่ กับจำนวนเณรที่ติดประกาศไว้ สภาพที่ผมได้มีโอกาสไปเห็นมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์มานี้ (เม.ย. 2545) ทำให้รู้สึกตกใจจริง ๆ

ในขณะนี้ที่ไร่มะพร้าว มะม่วง มังคุด ถูกปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ไปเป็น "บ้านผู้หว่าน" อันเป็นสถานที่ก่อเกิดศาสนสถานอันเอนกอนันต์ทันสมัย หากแต่สภาพบ้านเณรเล็กวันนี้ กับบ้านเณรเล็กในความทรงจำของผมเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ทุกอย่างกำลังโรยวัยไปตามกาลเวลา

ไออุ่นแห่งความศรัทธา พลังแห่งกระแสเรียกที่ยังหลงเหลือเจือจางในตัวผม ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเล่าความในใจบทนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย เพียงเพื่อหวังให้ใครบางคนในพวกเราเหล่าฆราวาสตระหนักถึงความสำคัญในการสืบทอดศาสนา ความสำคัญในการดำรงอยู่และเผยแผ่คำสอนของพระเยซูคริสต์ ที่พวกเราเชื่อ

น่าใจหายที่จำนวนเณรในบ้านเณรเล็กมีเพียงร้อยเศษ ๆ .......

ผมมีความเข้าใจว่า อัครสังมณฑลกรุงเทพที่ให้ความอุปการะกิจการสร้างบ้านผู้หว่านเหล่านี้ มีงบประมาณหรือความสามารถมากพอที่จะรองรับบุตรชายคนหนึ่งหรือหลายคนจากทุก ๆ ครอบครัวคริสตังไทยได้

ใช่ครับ ผมกำลังจะเสนอให้เราชาวคริสตชน คิดถึงเรื่องนี้กันซักหน่อย อย่างน้อยในมุมหนึ่งของความตั้งใจ ท่านอับราฮัมได้เต็มใจถวายบุตรชายเป็นยัญบูชาต่อพระผู้เป็นเจ้าได้ฉันใด หากการที่ผมจะยกบุตรชายทั้งสองคนที่มีอยู่ มาบวชเรียนที่บ้านเณร หรือคณะใด ๆ ที่พวกเขาต้องการ เพียงเพื่อจะได้มีความหวังเล็ก ๆ ว่าหนึ่งหรือสองนั้น อาจจะ หรือแม้แต่เกือบจะได้รับศีลบวช ผมก็คงจะรู้สึกอิ่มเอิบใจที่ได้ทำในสิ่งที่คริสตชนคนหนึ่งพึงทำให้แก่ศาสนจักรได้ มากไปกว่าการบำรุงกิจการของวัด การให้ทาน หรือแม้แต่การสวดภาวนา ตามปกติที่พวกเราทำกัน

กระแสเรียกของเด็ก ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างอัตคัต หากเรา ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าในคริสตธรรม ไม่เปิดโอกาสหรือแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ให้แก่พวกเขาเท่าที่ควร การนำสวด ทำวัตร การปฎิบัติศาสนกิจที่ฆราวาสพึงกระทำไม่เพียงแค่การพาเด็ก ๆ ไปฟังมิสซาวันอาทิตย์ การชี้นำให้เด็กเกิดความสนใจต่อกลุ่มเยาวชนของวัดที่กำลังช่วยมิสซา กลุ่มนักขับ ขณะทำกิจการต่าง ๆ ของวัด รวมถึงการให้เด็กได้เรียนคำสอน การพูดคุยให้ความรู้เรื่องราวในพระคัมภีร์ ประวัตินักบุญ หรือรวมทั้งการแลกเปลี่ยนความเห็นในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างอ่อนน้อมต่อพระการุญของพระ การสอนให้เด็ก ๆ ขอพระพรให้แก่กิจการเล็ก ๆ ที่พวกเขาต้องทำ ไม่ว่า การทำการบ้าน การสอบ ภาวนาให้แก่พ่อแม่พี่น้องที่กำลังเจ็บป่วย จนไปถึงการสอนข้อความเชื่อที่พระศาสนจักรสั่งสอนโดยไม่ต้องมีการวิเคราะห์ รวมถึงการสอนให้เขาได้รู้จักบทสวดภาวนาต่าง ๆ นอกเหนือจากบทภาวนาประจำที่เขาได้ยินได้ฟังเวลาไปวัด การให้เด็กได้รับศีลต่าง ๆ อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานที่พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ต้องถือปฎิบัติ

แต่ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงเพื่อให้เขาเหล่านั้นเป็นคริสตชนที่ดีเท่านั้น หากแต่เป็นการเตรียมพร้อม หากเมื่อวันหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นจะได้เข้าบ้านเณร ก็จักได้ไม่เป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับบ้านเณร ถือเป็นการเตรียมตัวที่ดีและถูกต้อง เตรียมเขาให้พร้อมสำหรับงานสำคัญ ๆ ที่ในที่สุด เณรน้อยองค์หนึ่งอาจจะได้รับ

ส่วนเราที่เป็นพ่อเป็นแม่ฝ่ายกาย ก็จะมีความสุข หากเขาไม่ได้รับเลือก สุขที่เขาออกมาเป็นคนดีต่อครอบครัวที่รัก เป็นคนดีต่อวัด เป็นคนดีจริง ๆ ของสังคม เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับครอบครัวใหม่ของเขาเองในอนาคตต่อไป เราจะไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี เพราะเรารู้ว่านับแต่วันแรกที่เขาเข้าบ้านเณร เราก็ได้ยกถวายเขาเป็นบูชาแก่พระผุ้เป้นเจ้า ผู้ทรงพิพากษายุติธรรม ผู้ทรงพระปรีชาญาณ ผู้ทรงกรุณาและเมตตาอย่างที่ไม่มีมนุษย์คนใดเข้าใจได้ แล้วเราจะต้องมีความสุขยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีก หากเขาได้รับเลือก

เราผู้มีส่วนร่วมสร้างเณรน้อยองค์เล็ก ๆ เราผู้มีส่วนร่วมก่อสร้างปฎิญาณอันแน่วแน่ให้ท่านถวายตัวรับใช้พระตลอดชีวิต เราสูญเสียลูกชายไปหรือ เขาผู้ซึ่งเป็นที่รักของครอบครัว ผู้ซึ่งได้รับการทะนุถนอมเลี้ยงดู ผู้ที่ได้ความรัก เอาใจใส่ ได้ร่ำเรียนในโรงเรียนดี ๆ ผู้ที่ได้กินอิ่มในขณะที่เราหิว โหยหาลำบากและขัดสน แต่ในวันนั้น เราจะเป็นผู้อิ่มเอมในความสำเร็จของเขา เราจะได้ตักตวงความสุขยิ่งกว่าใคร ๆ ในพิธีต่าง ๆ ที่เราไปร่วมให้เขา ความสุขในโลกนี้เท่านั้นหรือที่เรามาดมั่นเอาจากเขา การเฝ้ารอให้เขาเรียนจบ หางานทำ หาเลี้ยงดูเราในยามที่เราแก่ชรา เท่านั้นเองหรือ

แม้ว่าในที่สุด ผมก็ไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณแม่ของผมผิดหวังไปเลย ท่านก็ยังทำในสิ่งที่ท่านตั้งใจไว้หากว่าผมได้รับเลือก ทุกอย่างเราเป็นผู้กำหนดตัวเราเอง โดยมีพระเป็นผู้ให้คำปรึกษาผ่านทางคำภาวนา

ความเชื่อของชาวพุทธที่ต้องบวชเรียนอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตนั้น เป็นความเชื่อที่ก่อให้เกิดกระแสเรียกที่ดีในความเห็นของผม การให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเข้าบ้านเณรอย่างดี ๆ ทุก ๆ คน ก็อาจเป็นการปฎิวัติวัฒนธรรมทางความเชื่อของชาวเราคริสตชนที่ดีได้เช่นกันไม่ใช่หรือ มาช่วยกันเสริมสร้างกระแสเรียกให้แก่พวกเขากันเถอะครับ ศาสนาไปไม่รอดแน่หากพวกเราไม่ช่วยกัน

ในสายตาผม จำนวนเณรที่น้อยขนาดนี้ คงไม่เพียงพอกับปริมาณศาสนกิจที่เพิ่มมากขึ้น กับการตามล่าวิญญาณที่เสื่อมถอยลงทุกวัน ๆ อย่างที่พวกเราตระหนักอยู่ แม้ว่าเราไม่สามารถเข้าใจพระประสงค์ของพระที่มีต่อคริสตจักรไทยได้ แต่นี่ก็คงไม่ผิดต่อความตั้งใจของพระเยซูคริสต์ที่ได้แต่งตั้งอัครสาวก ที่ได้มอบพระกายเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้ยกอำนาจในการยกบาปให้แก่ผู้ที่ได้รับเลือกสรร ภายใต้สังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวันนี้ เราทุกคนรู้ดีว่าจิตวิญญาณของเราอยู่ในภาวะเสี่ยงมากเท่าใด การที่เราช่วยกันสร้างเครื่องมือกอบกู้วิญญาณก็ยิ่งต้องมีความจำเป็นดุจเดียวเช่นกัน
 

 

หน้ารัง | บทความ

24 เมษายน 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002