| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเรื่องของบทความนี้ก็ขอกล่าวถึงเบื้องหลังสักนิด หลายเดือนก่อนนั้นบทความเรื่องความอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศของวัยรุ่นที่ผมได้เขียนเป็นการแนะนำเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาเรื่องการช่วยตัวเองและความคับข้องใจทางศีลธรรมนั้นได้ก่อให้เกิดวิวาทะทางความคิดระหว่างผู้อาวุโสประมุขคาทอลิกในประเทศไทยกับผมเจ้าของบทความ จนทำให้ผมร้อนตัวต้องเขียนบทความชี้แจงจุดยืนของตัวเองดังที่บางท่านอาจจะได้ติดตามจากอิสระดอทคอมมาแล้ว หลังจากนั้นต่อมาผมได้มีโอกาสชี้แจงเป็นการส่วนตัวกับผู้อาวุโสโดยตรง ได้รับทราบถึงความรู้สึก น้ำเสียงและความคิดเห็น แน่นอน ผมยังยืนยันในหลักการของความถูกต้องตามหนังสือคำสอนคาทอลิกที่ใช้ในปัจจุบัน แต่ผมก็มีคำถามกับตัวเองหลังจากนั้นว่า ระหว่างผู้อาวุโสกับผมนั้นเราสื่อความหมายกันคนละภาษาหรือเปล่า แน่นอนเราสนทนากันด้วยภาษาไทย แต่ผมมองข้ามภาษาที่ลึกไปกว่านั้นหรือเปล่า ตามแบบฉบับของคนอาเซียที่มักจะสื่อความหมายด้วยภาษาที่ซับซ้อนหลายภาษาพร้อมกัน เช่น ภาษาของความห่วงใย ภาษาของความอึดอัด ภาษาของอัตตาที่พูดตรงไม่ได้ ภาษาของความเขินอาย ภาษาที่มีนัยทางสังคมและความปลอดภัย ภาษาของความไม่ต้องการมีเรื่อง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนสื่อออกมาในหลายด้าน เช่น พูดอ้อมๆ วกไปเวียนมา พูดด้วยสีหน้าท่าทีและบางครั้งก็พูดแบบทีเล่นทีจริง บางครั้งก็สื่อในลักษณะชิ่งฝากไปบอก ฯลฯ คำถามของผมคือ ท่านผู้อาวุโสอยากสื่ออะไรกับผม? บทความของผมไปกระทบสิ่งใดที่ทำให้เกิดความห่วงใยในแวดวงคาทอลิกไทยขึ้นมา นี่คือคำถามที่ผมพยายามเข้าใจและใช้เวลาพิจารณาตริตรอง และต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมค้นพบและนำมาแบ่งปันบนหัวข้อเรื่องว่า คำท้วงติงของผู้อาวุโส โดยขอกล่าวเป็นสองตอนที่ท่านผู้อาวุโสท้วงติงผมโดยตรงและท้วงติงต่ออิสระดอทคอม 1) วิวาทะทางความคิด "ลูกรัก จงฟังคำสอนของบิดาและใส่ใจในคำสอนนั้นเพื่อเจ้าจะได้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง" (สุภาษิต 4:1) หลังจากที่เกิดวิวาทะทางความคิดกับท่านผู้อาวุโสแล้ว คำสอนในพระคัมภีร์ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของผม ไม่ใช่การเตือนแต่เป็นการชี้แนะว่าผมจะมองข้ามปรีชาญาณของผู้อาวุโสไปไม่ได้ ผมจึงมาพิจารณาว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้น ปรีชาญาณนั้นอยู่ที่ไหน ปรีชาญาณคืออะไร มันซ่อนเร้นมาในรูปแบบใด คำถามเหล่านี้ไม่ใช่จะตอบได้ง่ายๆ และแล้ววันหนึ่งผมก็จับเจ้าปรีชาญาณนี้ได้เมื่อผมกำลังค้นคว้าและพยายามทำความเข้าใจในคำสอนของ ไมสเตอร์ เอ็กการ์ต (1260-1327)นักเพ่งพิศชาวเยอรมันที่ถูกพระศาสนจักรในยุคนั้นประณามว่าสอนสิ่งที่ผิดหลง ปีเตอร์ อะเบอลาร์ด (1079-1142) และ วิลเลียม แห่งอ๊อคคัม(1285-1347) นักปรัชญาที่อยู่ในข่ายสอนผิดหลงเช่นกันแต่คนละมุมและคนละสายวิชาการ โดยส่วนตัวแล้วชีวิตของนักปรัชญาเหล่านี้น่านับถือยิ่ง เช่น ไมสเตอร์เอ็กการ์ตและวิลเลียมแห่งอ๊อคคัม แต่คำถามก็คือ เขาเหล่านี้สอนผิดจริงๆหรือ หรือเป็นเพียงแต่ว่าคำสอนของเขาไม่ตรงกับยุคสมัยเท่านั้นเอง หรือว่าคำสอนของเขาตีความได้หลายแง่มุมจนทำให้เกิดผลเสียตามมา หรือเป็นเพราะว่าคำสอนของเขาเหล่านี้ขัดแย้งกับความเข้าใจและไม่ถูกใจของผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง เราต้องยอมรับว่าคำสอนของเขาเหล่านี้เป็นพื้นฐานของคำสอนในยุคปัจจุบันในหลายแง่มุมรวมทั้งที่ไม่ยอมรับโดยฝ่ายคาทอลิกแต่ยอมรับโดยนักปรัชญาสายอื่น เช่น คำสอนที่รู้จักกันในชื่อ นามนิยม (Nominalism) ของวิลเลียมอ๊อคคัม หรือหลักการทางจริยะศาสตร์ของอะเบอร์ลาร์ดที่เน้นว่า บาปหรือไม่นั้นอยู่ที่ความตั้งใจของเจ้าตัวเป็นหลัก แน่นอนคำสอนเหล่านี้ในแง่รายละเอียดแล้วมีการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ผมสนใจและถามตัวเองคือ เขาเหล่านั้นในอดีตล้วนยืนยันว่าคำสอนของตนเองถูกต้องและบางคนก็ยืนยันด้วยชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าเขาสอนถูกต้อง แต่ชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับคำว่าถูกต้องอย่างเดียวหรือ ?และถ้ามองในแง่ของสังคมส่วนรวมแล้วคำว่าถูกต้องนั้น เป็นหลักประกันความสงบสุขของสังคมและมนุษยชาติได้หรือไม่? ชีวิตมนุษย์นั้นต้องการความถูกต้องหรือความสงบสุขมากกว่ากัน คำสอนของนักคิดในอดีตหลายคนยังดังก้องและสะท้อนความถูกต้องเรื่อยมาแต่ก็ไม่ได้มีผลผลักดันในแง่สร้างสรรสังคมให้เป็นหลักเป็นฐานและก่อเกิดอารยะธรรมสำหรับอนาคต มาถึงจุดนี้ผมก็ซึมลึกทันที ผมรู้สึกว่าผมประติดประต่อภาษาของผู้อาวุโสกับคำว่าถูกต้องของผมได้แล้ว จุดต่างมันอยู่ที่ว่า ผมมองที่ความถูกต้องอย่างเดียว และมองข้ามจุดที่ว่าถูกต้องแล้วสร้างสรรอะไรเพิ่มเติมต่อสังคมหรือเปล่า หรือความถูกนั้นก่อความวุ่นวายและเข้าใจไขว้เขวหรือเปล่า ส่วนผู้อาวุโสนั้นคงจะมองจากจุดของความสงบสุข สิ่งที่เคยถือหรือคิดกันมานานจนกลายเป็นความเข้าใจว่าถูกต้องในบริบทสังคมเมืองไทย สิ่งที่ผมเขียนนั้นเป็นสิ่งใหม่แม้จะถูกต้องตามหลักการแต่ก็จะมีปัญหากับการยอมรับของคนที่ถือคุณค่าแบบเดิมและเชื่อมั่นว่าความเชื่อแบบเดิมนั้นจะพาไปสู่ความรอดและเป็นพื้นฐานทางสังคมคาทอลิก พูดง่ายๆก็คือว่าอย่างน้อยเราก็ถือกันมาเช่นนี้หลายปีล่ะ และในหลายๆปีที่ผ่านมานั้นสังคมคาทอลิกก็ได้สร้างบรรทัดฐานบนหลักการความเข้าใจเรื่องบาปแบบเดิมอันนี้เอง เหตุนี้ก็ต้องถือว่าใช้ได้ ความคิดใหม่จะก่อให้เกิดการบิดผันทางความคิด ความวุ่นวายตามมา และนี้เองที่ผมถือว่าเป็นปรีชาญาณของผู้อาวุโส ที่อยากจะบอกผมว่า ความถูกต้องนั้นไม่ได้เป็นหลักประกันความสงบสุขเสมอไป ดังนั้นแม้จะไม่อาจรับประกันว่าจะไม่เกิดวิวาทะทางความคิดขึ้นอีกในอนาคต แต่ผมก็ต้องขอบอกท่านผู้อาวุโส ณ ที่นี้ว่า ผมได้สวดสายประคำใช้โทษบาปและทำบุญให้ทานคนจนแล้วนะครับ . 2) คำท้วงติงของผู้อาวุโสที่มีต่อ อิสระดอทคอม (ISSARA.COM) จำได้เมื่อหน้าร้อนปี 1999 ที่บ้านของคณะพระมหาไถ่ที่โอ๊คแลนด์ ซานฟรานซิสโก บ.ก.เหินหาวและนายช่างฯได้ติดต่อขอไปพักร้อนที่บ้านเรา ตอนนั้นบ.ก.เหินหาวเรียนอยู่ที่นิวยอร์คและนายช่างฯทำงานอยู่ที่เขตแอ๊ตแลนต้า ทั้งคู่เป็นรุ่นน้องของผม ดูพวกเขาจะให้ความนับถือผมและให้เกียรติผมไม่น้อยเมื่อได้มาปรึกษาหารือกันเริ่มอิสระดอมคอมขึ้นเป็นครั้งแรก ตอนนั้นพวกเราได้คุยกันมากมายตลอดเวลาสี่ห้าวันที่อยู่ที่โอ๊คแลนด์ ที่สุดเราได้ตกลงกันว่า เราจะเปิดศักราชใหม่ในวงการเขียนคาทอลิกเมืองไทยโดยเปิดเวปไซด์ที่ชื่อ อิสระและเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ISSARA.COM ซึ่งมีฐานอยู่ทางสหรัฐอเมริกา (ขณะที่ทางสามพรานก็เริ่มทำเหมือนกันเพียงแต่ขลุกขลักทางด้านเท็คนิคบ้าง ) ปรัชญาพื้นฐานที่เราทำคือ การแพร่ธรรมในรูปแบบใหม่ เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคอินเตอร์เน็ต การแพร่ธรรมจึงต้องทันยุคสมัย ที่โอ๊คแลนด์วันนั้นจึงเป็นดั่งวันเริ่มต้นประกาศตัวการแพร่ธรรมแบบใหม่ระหว่างพี่น้อง ในด้านเท็คนิคนั้น นายช่างฯรับไปทำ บ.ก.เหินหาวรับผิดชอบทางความคิด ข้อมูล ผมสนับสนุนทางด้านงานเขียนข้อคิดพระวรสารและบทความอื่นๆทางชีวิตฝ่ายจิตและด้านจริยศาสตร์ที่ผมจะไปเรียนต่อที่โรมในปีถัดมา จุดเริ่มต้นของเราเริ่มง่ายๆอย่างนี้เองครับ ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้ว แม้ผมจะไม่ได้ติดตามและทำงานกับอิสระดอทคอมเต็มเวลาแต่ผมก็รู้สึกว่าได้มีส่วนรับผิดชอบผลักดันให้มันเกิดแวดวงวรรณกรรมอีเล็คโทรนิคนี้เช่นกัน แน่นอน น้องๆคนอื่นๆคือผู้ที่ดำเนินงานต่อและผลักดันให้อิสระดอทคอมเป็นมาอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ อย่างที่ได้กล่าวแล้ว ปรัชญาพื้นฐานของอิสระดอทคอมคือ การแพร่ธรรมในรูปแบบใหม่ เคารพในเสรีภาพของความคิดเห็นที่แตกต่างบนพื้นฐานของเหตุผล โดยเราคาดหวังว่างานแพร่ธรรมด้านนี้จะปลอดจากบรรยากาศของการแทรกแซงทางอำนาจปกครองและอิทธิพลของความคิดแบบเดิมๆในเมืองไทย เหตุนี้เองเราจึงมีฐานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาโดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่คนไทยทางอเมริกาด้วย แต่ในภาคปฏิบัติแล้วคนที่สนใจและติดต่อเข้าเยี่ยมชมส่วนใหญ่ก็มาจากทางเมืองไทย และเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความคิดแบบเก่าของคาทอลิกทางเมืองไทย สิ่งที่ท้าทายและการปะทะกันทางความคิดก็เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เรานึกไปเองว่าถ้ามีฐานที่สหรัฐอเมริกาแล้วเราจะปลอดจากอิทธิพลของผู้มีอำนาจทางเมืองไทย แต่เปล่าเลย เพราะคนที่เปิดเข้าเยี่ยมชมเวปไซด์ของเราถือเอาว่าเมื่อเวปไซด์เป็นภาษาไทย สำหรับคนไทยอ่าน คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทยก็ต้องรับผิดชอบในฐานะสมาชิกคณะเป็นผู้ริเริ่มทั้งๆที่ตามความเป็นจริงแล้วตอนนั้นหรือว่าตอนนี้ก็เถอะ ยังคงมีสมาชิกของคณะส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าเยี่ยมเวปไซด์อิสระดอทคอมเลยเนื่องจากแต่ละคนก็มีงานรับผิดชอบของตนเองไป สมาชิกอาวุโสหน่อยอาจจะไม่รู้วิธีใช้อินเตอร์เน็ตเสียด้วยซ้ำ จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม อิสระดอทคอมเป็นของคณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทยแน่นอน และเช่นนั้นก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่ตามมา อิสระดอทคอมได้สร้างความฮือฮาเกิดขึ้นในแวดวงคาทอลิกเมืองไทยที่ใช้คอมพิวเตอร์จริงๆ และที่โด่งดังมากขึ้นเมื่อมีการเปิดเวทีสนทนา ตอบถาม ปัญหาต่างๆ รวมทั้งการสนทนาออกความคิดเห็นผ่านทางกระทู้ต่างๆที่ตั้งขึ้นมา ภาพรวมแล้วอิสระดอทคอมทำตามปรัชญาพื้นฐานที่วางไว้ดีพอสมควร แต่ไม่นานเสียงดังลั่นก็ตามมาเมื่อเกิดมีการตั้งกระทู้ถามที่พาดพิงไปถึงชีวิตส่วนบุคคลของพระสงฆ์นักบวชในบางสังฆมณฑลและบางคณะ ในมุมสนทนานั้นมีการใช้ภาษาถึงลูกถึงคน บางครั้งก็ไม่ค่อยสุภาพนัก บางครั้งก็คาบลูกคาบดอกและบางครั้งก็เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยก็เคยมี คำถามที่ตามมาคือ เราจะทำอย่างไรถึงจะควบคุมผู้เยี่ยมชมเวปไซด์ของเราให้อยู่ในจรรยาบรรณที่ควรจะเป็น คำถามที่เกี่ยวกับปัญหาของพระสงฆ์ นักบวช ดูจะได้รับความสนใจมากที่สุด แต่เป็นความสนใจแบบไม่สร้างสรรค์เท่าไหร่ บางคนยังสนใจความบกพร่องหรือพูดถึงความผิดบกพร่องของผู้อื่น การสนทนาเองก็พุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาดของพระสงฆ์นักบวชบางคน มีการแฉพฤติกรรมบางอย่างของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ซึ่งก็เป็นการนินทาว่าร้ายผ่านทางเท็คโนโลยีเท่านั้นเอง มีการถกเถียงกันทั้งที่เห็นด้วยและต่อต้านตามกระทู้ที่ตั้งขึ้น อัตตาของแต่ละคนเริ่มพอกพูนมากขึ้นทุกวันบนกระดานสนทนาของอิสระดอทคอม และแล้ววันหนึ่งคำท้วงติงพร้อมด้วยปรีชาญาณของผู้อาวุโสก็มาถึงผมในฐานะเป็นสมาชิกพระมหาไถ่ว่า อิสระดอทคอมนั้นให้อิสระมากเกินไปหรือเปล่า? เราเถียงกันแบบไม่ระวังจนเป็นการสาวไส้ให้กากินหรือเปล่า? เราคาทอลิกกลายเป็นที่สะดุดใจให้กับพี่น้องศาสนาอื่นที่มีความเชื่อถือและค่านิยมต่างจากเราหรือเปล่า? ภาพลักษณ์ที่น่านับถือของชีวิตนักบวชนั้นเริ่มถูกตำหนิติเตียนจากหลายๆจุด ทั้งที่เป็นความจริงและเป็นความเข้าใจผิด ผู้อาวุโสบางท่านบอกว่าเข้าไปอ่านในมุมสนทนาแล้วรับไม่ได้ที่บางคนทำตัวเป็นศัตรูกับความอ่อนแอของพระสงฆ์นักบวชบางองค์ และรับหน้าที่เป็นกองสอดแนมจับผิดแล้วนำมาแฉให้ชาวบ้านรู้โดยมีพื้นฐานบนคำว่า ความจริงและความถูกต้อง ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของความมั่นใจว่า ฉันเห็นคุณพ่อ ..ซิสเตอร์ อยู่ที่ .ฯลฯ ท่านผู้อาวุโสมิได้พูดกับผมว่า ท่านเป็นห่วงภาพลักษณ์ของพระสงฆ์นักบวช เพราะพูดเช่นนี้ตื้นเขินเกินไป เนื่องจากภาพลักษณ์มิได้ช่วยให้เราเข้าสู่ความจริงแท้ว่าเราเป็นใครได้เลย แต่ผมก็พยายามเข้าใจปรีชาญาณที่อยู่นอกเหนือน้ำเสียงและคำพูดของท่านและเห็นว่าปรีชาญาณอันนี้มีคุณค่าแก่การใส่ใจ คำท้วงติงแฝงด้วยปรีชาญาณของผู้อาวุโสทำให้ผมซึมและทำให้ผมถามตัวเองว่า ความจริงที่นำมาฟ้องกันในเวปไซด์อิสระดอทคอมนี้จะทำให้เราเป็นอิสระ ดั่งสโลแกนที่เราตั้งไว้จริงหรือ ? ถ้ามองจากฐานของสโลแกนที่นักบุญยอห์นเคยพูดไว้ว่า ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ (ยน. 8:32)นั้นน่ากลัวว่าเรากำลังจะหลงประเด็นกันอย่างสุดกู่ เพราะความจริงที่พระเยซูเจ้าหมายถึงนั้นคือ พระองค์เอง แต่ความจริงที่เป็นความผิดของผู้อื่นที่บางท่านนำมาแฉนั้นดูไม่น่าจะใช่จิตตารมณ์ของพระองค์เลย และจากจุดนี้ก็มีคำถามตามมาอีกว่า อิสระดอทคอมได้เดินในแนวทางของการแพร่ธรรมจริงหรือหรือเป็นเพียงเวทีก่อความผิดพ้องหมองใจกันระหว่างคริสตชนกันเองในโลกแห่งเทคโนโลยี ? คณะพระมหาไถ่ในฐานะผู้รับผิดชอบการแพร่ธรรมแบบใหม่นี้จะมีบทบาทเป็นเพียงเจ้าของเวทีที่เอื้อเฟื้อสนามหรือเวทีให้คนทะเลาะกัน หรือสร้างความบาดหมางกัน คณะจะพูดแบบชาวบ้านว่า "ฉันไม่ได้มีส่วนในการเล่นนะฉันเก็บต๋งอย่างเดียว" ได้หรือ? ความหมายคือเราจะหวังผล(end)โดยมิได้ใส่ใจกับวิธีการ(means)ได้หรือ ? ตามหลักจริยธรรมคาทอลิกแล้วไม่อาจจะยอมรับได้ว่าเป็นสิ่งชอบธรรมหากเรามองเพียงผลโดยมิได้คำนึงถึงวิธีการที่จะได้มาซึ่งผลนั้นๆ โดยส่วนตัวของผมเองในฐานะที่เคยร่วมเริ่มต้นสร้างอิสระดอทคอมมานั้น ขอกล่าวยืนยันว่า เป้าหมายของอิสระดอมคอมคือการแพร่ธรรมในยุคเทคโนโลยี เราเน้นที่การแพร่ธรรม บิดาอัลฟอนโซคงจะเสียใจยิ่งหากสมาชิกคนใดให้ผู้อื่นใช้ทรัพย์สินของคณะเป็นที่ที่ทำร้ายผู้อื่น หรือใช้ทรัพย์สินนั้นไม่ใช่เพื่อการแพร่ธรรมแต่แพร่ความชั่วร้ายในจิตวิญญาณ เหตุผลของแต่ละคนที่นำมาอ้างในกระดานสนทนานั้นล้วนแต่ถูกต้องทั้งสิ้น แต่ความถูกต้องนี้มีประโยชน์ในการเสริมสร้างจิตตารมณ์ของความรักตามแบบฉบับพระคริสตเจ้าองค์ความจริงหรือเปล่า? ความจริงที่บางคนนำมาแฉบนกระดานสนทนานั้นคงเป็นความจริงแต่ถามว่าเป็นความจริงที่ทำให้เราเป็นไทหรือเป็นทาส? พี่น้องผู้จัดทำอิสระดอทคอมเองต้องไม่มองข้ามปรีชาญาณของผู้อาวุโสที่ท้วงติงมา เพราะปรีชาญาณเป็นสิ่งล้ำค่าควรแก่การแสวงหามาครอบครอง และที่มากไปกว่านั้นเราเป็นธรรมทูตแห่งความรักและสันติของพระคริสตเจ้า เราคือผู้เผยแผ่ธรรมมะมิใช่ผู้แพร่ความเกลียดชัง อัตตา ความรุนแรง หากสิ่งใดผิดต่อเป้าประสงค์และเจตนารมณ์ของการเผยแผ่ธรรมะดังกล่าว มิควรหรือที่เราจะต้องป้องกันหรือแก้ไขบนพื้นฐานของความจริงที่จะทำให้เราเป็นอิสระแท้ในพระคริสตเจ้า ตามที่นักบุญยอห์นหมายถึง?
|
20 มกราคม 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002