issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | บทความ
article
สตรีคาทอลิก ประกาศกพระคริสตเจ้า

ในสถานการณ์ที่ทุกสิ่งถูกนำมาเป็นสินค้าและบริการ ไม่เว้นแม้แต่วัฒนธรรม หรือเนื้อตัวร่างกายมนุษย์ ทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระเป็นเจ้าถูกย่ำยี คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรี (คคส.) ขออุทิศตนเป็น "ปากเสียง" เพื่อยืนยันคุณค่า ศักดิ์ศรี สิทธิ และบทบาทสตรี

1.

ภายหลังจากการประชุมในหัวข้อ "สานุศิษย์ชาวคริสต์ในเอเชีย" ของ สหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย (FABC 6) เมื่อปี พ.ศ.2538 บรรดาพระสังฆราชในเอเชียต่างตระหนักถึงการทำงานเกี่ยวกับ "สตรี" โดยเฉพาะ จึงได้มีมติตั้งคณะกรรมการพระสังฆราชเพื่อการอภิบาลฆราวาสว่าด้วยเรื่องสตรี (BILA on Women) ขึ้น และคณะกรรมการฯ ชุดนี้ได้เลือกศูนย์มหาไถ่ที่พัทยา ประเทศไทยเป็นสถานที่ประชุมครั้งที่ 1 ในปลายปี 2538 นั้นเอง การประชุมครั้งนั้น ได้สร้างความตื่นตัวให้กับสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะกรรมการคาทอลิกฯ ภายใต้กรรมาธิการฝ่ายสังคม ชมรมนักบวชหญิง ตลอดจนอาจารย์มหาวิทยาลัยและฆราวาสอื่นแม้มิได้สังกัดหน่วยงานใด ส่งผลให้บุคคลเหล่านี้ รวมตัวกันเป็น "คณะทำงานประสานงานสตรีคาทอลิก" เสียสละเวลา และกำลังสติปัญญาอย่างมาก เพื่อการประชุมปรึกษาหารือหลายต่อหลายครั้ง จัดทำรายงานสถานการณ์ปัญหาและการพัฒนาสตรีในประเทศไทย ร่วมหาแนวทางการทำงานสตรีคาทอลิกในประเทศไทย และอื่นๆ รวมเป็นระยะเวลา 4 ปีเต็ม ที่สุด เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2543 สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีมติให้ตั้ง "คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรี" หรือ "คคส." ขึ้นอย่างเป็นทางการ เป็นองค์กรระดับชาติของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ภายใต้ กรรมาธิการฝ่ายสังคม สภาพระสังฆราชฯ

2.

ด้วย วิสัยทัศน์ (VISION) ที่ว่า "สตรีคาทอลิก ประกาศกพระคริสตเจ้า ยืนยันคุณค่า ศักดิ์ศรี สิทธิ และบทบาทสตรี" ซึ่งได้จากการปรึกษาหารือในการประชุมสัมมนาและสมัชชา คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรี ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนตุลาคม 2543 ทำให้ คคส. มี พันธกิจ (MISSION) ดังต่อไปนี้

1. ปลุกจิตสำนึกสตรีให้ตระหนัก ยืนยัน และผดุงไว้ซึ่งคุณค่า ศักดิ์ศรี สิทธิ และบทบาทของตนตามจิตตารมณ์พระวรสาร

2. พัฒนาศักยภาพสตรีให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าในการรับใช้สังคม โดยเน้นผู้ยากไร้

3. มุ่งสร้างค่านิยมใหม่ในพระศาสนจักร ให้คริสตชนตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นสตรี-บุรุษตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า

4. มุ่งขจัดการเลือกปฏิบัติและการกระทำรุนแรงต่อสตรีทุกรูปแบบ

5. เสริมศักยภาพและประสานงานระหว่างหน่วยงานสตรีคาทอลิกทุกระดับ เพื่อความเป็นปึกแผ่นและเป็นหนึ่งเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ คคส. จึงให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านการศึกษาเทววิทยาในแง่มุมสตรี ได้แก่ การศึกษาถึงเป้าประสงค์ในการสร้างสตรีของพระเป็นเจ้า และการตีความพระคัมภีร์แนวสตรีนิยม และกิจกรรม 'เพื่อนร่วมทางชีวิต'-การอบรมชีวิตจิตแก่ผู้นำสตรี เพื่อเสริมศักยภาพสตรี ด้วยความเชื่อว่า เมื่อสตรีสามารถเข้าถึงเทววิทยา มีความเชื่อในพระเจ้า และเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับพระองค์ได้ด้วยตัวของเธอเองแล้ว จะเป็นพลังมหาศาลผลักดันให้สตรีแสดงศักยภาพ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากได้อย่างเข้มแข็ง ไปพร้อมๆ กับเสริมพลังให้พวกเธอแบ่งปันพระพรที่พวกเธอได้รับ ไปยังพี่น้องที่ทุกข์ยากอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อสร้างสตรีที่มี 'คุณภาพ' มี 'วุฒิภาวะ' และ มี 'ความพร้อม' ที่จะร่วมในการไตร่ตรองทางเทววิทยา และการประกาศข่าวดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามความคาดหวังของพระศาสนจักร(ทิศทางงานอภิบาล ค.ศ. 2000: น. 27 ข้อ 1.1.4-1 และนโยบายปฏิบัติข้อ 7)

พร้อมกับการให้การศึกษา คคส. มีนโยบายที่จะศึกษาวิจัยประเด็นหรือเรื่องต่างๆเกี่ยวกับสตรี เพื่อค้นหาองค์ความรู้ของสตรีไทย ชีวิตสตรีในแง่มุมต่างๆ ปัญหาและอุปสรรครวมทั้งปัจจัยส่งเสริม ในการพัฒนาสตรีทั้งในพระศาสนจักรและสังคม และอื่นๆ ทั้งนี้ แม้จะยังไม่สามารถดำเนินการได้ในระหว่างนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังคนและงบประมาณ แต่ยังเป็นความตั้งใจและความพยายามที่จะดำเนินการ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานด้านสตรีของพระศาสนจักรในระยะยาว

สำหรับการมุ่งสร้างค่านิยมและทัศนคติใหม่ในพระศาสนจักร ให้คริสตชนตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของสตรี-บุรุษตามภาพลักษณ์ของพระเป็นเจ้านั้น คคส. ได้จัดทำจดหมายข่าวเผยแพร่ข้อมูลและรณรงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเพศ และความแตกต่างในภารกิจต่อโลกปัจจุบันของสตรี-บุรุษ อันจะนำไปสู่ความเคารพกันและกัน และร่วมมือในพันธกิจแห่งการสร้างสังคมที่อุดมด้วยความยุติธรรมและสันติสุขสืบไป

เนื่องจากความเป็นองค์กรระดับชาติของพระศาสนจักรในประเทศไทย และได้รับมอบหมายให้ ร่วมงานกับสภาพระสังฆราชฯ ในการปฏิบัติพันธกิจเพื่อสตรีในการปกป้องชีวิต สิทธิ ศักดิ์ศรี และคุ้มครองให้รอดพ้นจากการเสียเปรียบ และการยกสถานภาพให้เท่าเทียมกับบุรุษ (ทิศทางงานอภิบาล ค.ศ.2000: น. 173) คคส. จึงร่วมประสานงานกับองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสตรีอื่นๆ เพื่อร่วมในขบวนการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีสตรี เช่น ร่วมเรียกร้องให้บริษัทกิฟฟารีนยกเลิกโฆษณา ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมในการเผยแพร่ เพราะเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดและขาดการเคารพในศักดิ์ศรีสตรี เป็นต้น ไปพร้อมๆ กับร่วมเคลื่อนไหว เพื่อผลักดันเชิงนโยบาย และแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสตรี ในระดับโครงสร้างด้วย

ในขณะที่ทำงานระดับนโยบายในส่วนกลาง พันธกิจหลักของ คคส. อีกส่วนหนึ่งยังมุ่งไปที่ 'การเสริมสร้างกลุ่มสตรีในระดับสังฆมณฑล' ให้เกิดขึ้น เพื่อการทำงานที่จะหนุนเสริมศักยภาพและเป็นกำลังใจให้กัน มีการดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน คคส. สามารถร่วมสนับสนุนให้เกิด 'คณะกรรมการสตรี ระดับสังฆมณฑล' ขึ้นใน 5 สังฆมณฑลแล้ว ได้แก่ ฝ่ายงานสตรีสังฆมณฑลเชียงใหม่ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรีสังฆมณฑลจันทบุรี แผนกสตรีคาทอลิกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ คณะกรรมการสตรีศูนย์สังคมพัฒนาอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรีสังฆมณฑลอุดรธานี

ขอย้ำว่า คคส. มิได้ตั้งขึ้นเพื่อมุ่งที่จะทำงานเฉพาะกับสตรีเพียงอย่างเดียว หรือต้องการแบ่งแยกกลุ่มสตรี-บุรุษออกจากกัน ตรงกันข้าม กลับมุ่งเสริมสร้างมิตรภาพที่แท้จริงระหว่างบุรุษและสตรี ด้วยการตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของกันและกัน ทว่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ทำให้เรียนรู้ว่า ในสถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใดที่วิกฤต และส่งผลกระทบต่อสมาชิกในชุมชนทั้งหญิงและชาย ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความรุนแรง วิกฤตเศรษฐกิจ หรืออื่นๆ กลุ่มสตรี เด็ก และคนชรา มักได้รับผลกระทบสูงกว่ากลุ่มอื่นเสมอๆ ทำให้สตรีมีความทุกข์ต่อชีวิตมากกว่า ด้วยตระหนักในความทุกข์ดังกล่าวนี้เอง งานสตรีจึงมีความสำคัญต่อพระศาสนจักร โดยการนำพระศาสนจักรไปยืนอยู่เคียงข้างผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ด้านงานพัฒนาของพระศาสนจักรเกือบครึ่งศตวรรษ และประสบการณ์ของ คคส. 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ คคส. เรียนรู้ว่า การทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคเท่าเทียม ระหว่างหญิงชายในสังคมนั้น จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนทั้งสองเพศ ดังนั้น แม้ คคส. จะมีชื่อว่าเป็น "คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสตรี" หากการทำงานในก้าวต่อไปของเรา จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง คริสตชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับ รวมทั้งเพื่อนศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆด้วย เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ 'หญิงชาย' ตามภาพลักษณ์ของพระเป็นเจ้า ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร

3.

สิทธิและบทบาทของสตรีได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน และในพระศาสนจักรเองนั้น ก็มีความกระตือรือร้นที่จะส่งเสริมบทบาทฆราวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรี ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้านของพระศาสนจักร ในภาคปฏิบัติ แม้จะปรากฎว่า ยังมีสตรีจำนวนไม่มากนักที่ได้รับโอกาส หากหวังว่า ในอนาคตต่อๆ ไป สตรีที่เข้าไปมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรและสังคมจะเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนและคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ของสังคมปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ การล่อหลอกให้มนุษย์บริโภคเกินความจำเป็น จนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ชีวิตมนุษย์ สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ อย่างไร้จิตสำนึก สตรีและเด็ก ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการสร้างความเจริญนี้อย่างหลีกเลี่ยงมิได้

การนำ 'ศาสนธรรม' กลับมาชี้นำสังคม และเรียกร้องให้ศาสนิกนำ 'ธรรม' มาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ถือเป็นความพยายามที่จะต้านกระแสการทำลายล้างมนุษย์นี้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความเข้มแข็งของทุกคน ในการนี้ ขอเราสนับสนุนผู้หญิงให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ให้เธอมีความพร้อมที่จะเป็นประกาศก เพื่อประกาศข่าวดีของพระองค์ ด้วยเธอเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในครอบครัว พระศาสนจักร และสังคม
 

 

หน้ารัง | บทความ

4 มิถุนายน 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002