| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | ||
มันเป็นปกตินิสัยหลังจากการตื่นนอนในตอนเช้า ผมมักจะมายืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง แล้วทอดสายตาไปสู่ทิวทัศน์ตรงหน้า และวันนี้ก็อีกเช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างและแปลกใหม่กว่าทุก ๆ วันคือ เช้าวันนี้ผมรู้สึกโล่งใจ และสบายใจมากกว่าทุกวัน ราวกับว่ามีใครได้หยิบสิ่งที่กดทับจิตใจผมออกไป มันเป็นความรู้สึกสดชื่นเพราะได้สัมผัสกับสภาพอากาศที่ไม่มีมลพิษ ได้สูดกลิ่นไอของโอโซนในขณะที่ฝนยังคงโปรยปรายอยู่ พุ่มไม้หนาทึบเขียวขจีที่อยู่เบื้องหน้าได้รับการชำระล้างให้เขียวสะอาด สดใส งดงามปราศจากฝุ่นละออง ที่เดิมเคยเกาะติด เกรอะกรัง บัดนี้ได้ละลายหายไปพร้อมกับสายฝน ความรู้สึกของผมได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันเป็นความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือเดียว เพราะเมื่อตอนที่ผมตื่นนอนขึ้นมาใหม่นั้น ผมรู้สึกมึนหัวตึบตึบ สาเหตุคงเป็นเพราะผมใช้ความคิดมากก่อนนอน และยิ่งมีความคิดฟุ้งซ่านมากขึ้นเมื่อล้มตัวลงนอน ครุ่นคิดไปเรื่อยๆ เรื่องนี้บ้าง เรื่องโน้นบ้าง ผมใช้เวลานานพอสมควร กว่าจะหลับลงได้ คืนนี้นับว่าโชคดีหน่อยนึงที่ไม่ได้ฝันร้ายในเรื่องเดิม ๆ ผมมักดึงเอาความรู้สึกเดิมๆ ที่มีต่อเหตุการณ์ และประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตที่มันได้จบลงไปแล้วมาครุ่นคิด ถ้ามันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ที่ทำให้เรามีความสุขก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ มันเป็นการจมอยู่ในวังวนของอดีต ที่หลาย ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ตัวเอก ตัวรอง ตัวประกอบ ตัวร้าย ตัวโกงก็ได้ล้มหายตายจากไปจากอดีตนั้นแล้ว หรือหลาย ๆ คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ลืมเรื่องนั้นไปแล้ว หรือไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอะไร แต่สำหรับผมในฐานะเป็นผู้ถูกกระทำ ย่อมยากที่จะลืม แต่ความทรงจำมันก็ทำให้ชีวิตของผมเจ็บปวด ในทุกครั้งที่ผมนึกถึงมัน ท้องฟ้ามักจะแจ่มใส หลังจากเมฆครึ้มดำและพายุฝนฟ้าคะนองได้ผ่านพ้นไปแล้ว ความสุขของมนุย์มักจะเกิดหลังจากที่ช่วงวิกฤตของชีวิตได้ผ่านพ้นไป และชีวิตได้มีโอกาสพบกับสิ่งดี ๆ จิตใจก็จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเดิม เพื่อต้อนรับกับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น และนั่นคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้ เม็ดฝนที่ตกลงมากระทบพื้นของสนามบาสเก็ตบอลหน้าอาคารที่พัก แตกกระจายเป็นฝอย ผมมีความรู้สึกว่าจิตใจที่ขุ่นมัวของผมได้รับการชำระล้าง ให้กลับมีความรู้สึกสดชื่นขึ้น แรงกระแทกจากสิ่งที่ทรงพลังที่มาจากเบื้องบนเป็นสิ่งเดียวที่จะเยียวยาผมได้ คือ พระวาจาของพระเจ้า ที่หลั่งลงมาจากพระบิดาอย่างไม่ขาดสาย เพียงแต่เราจะเปิดใจรับหรือไม่ ต่างหาก " ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน.. พวกเขาไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิด และอย่าทำผิดอีก" ยน.8:7-11 ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่เคยทำผิด ทุกคนเป็นคนบาป เราต้องยอมรับความเป็นคนบาป พร้อมกับการกลับใจ ไม่หวนกลับไปทำความผิดนั้นซ้ำอีก และขณะเดียวกันต้องให้อภัยกับทุกคนที่มีข้อผิดพลาดกับเรา มีคำกล่าวว่า "การให้อภัยใครคนหนึ่ง คือการปล่อยนักโทษคนหนึ่งให้เป็นอิสระ นั่นคือตัวเราเอง" การให้อภัยผู้อื่น จึงเป็นการคืนอิสรภาพให้แก่ตนเอง ทำให้ชีวิตเราเป็นอิสระจากการผูกใจเจ็บ เกลียดชัง และหลุดพ้นจากการมีอารมณ์เศร้าหมอง หรือซึมเศร้า เหตุการณ์ในอดีตเราเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราสามารถปรับมุมมองใหม่ ให้มีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อคนอื่น ๆ ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วยการยอมรับ เข้าใจ และให้อภัย แล้วกลับมามีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เมื่อวาน ผมถามพระเจ้าว่า ทำไมชีวิตผมจึงถูกทำร้ายจนเกิดบาดแผลที่ใจ มันเจ็บปวด และทุกข์ทรมาน วันนี้ ผมเข้าใจแล้วว่า นั่นคือ แผนการณ์ของพระองค์ผมคือ ผู้ที่ต้องยอมป่วยก่อน เพื่อผลิตเซรุ่มนำไปรักษาผู้อื่น อย่างน้อยที่สุด ผมก็เข้าใจผู้อื่นที่มีประสบการณ์ทำนองเดียวกับผม พรุ่งนี้ ผมจะเปลี่ยนสถานะตนเอง จากคนป่วยเป็นหมอรักษาคนอื่น |
17 พฤศจิกายน 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002