| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
"คริสต์มาส" เป็นคำที่คุ้นหูสำหรับทุกคน แม้ในสังคมของคนต่างศาสนา เขาก็รู้จักกันดีว่าเป็นวันฉลองของคริสตชน วันที่ 25 ธันวาคมทุกปี วันนี้มีความหมายอะไร? หลายคนทราบดี แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่ทราบว่าเป็นวันฉลองวันเกิดของพระเยซูคริสตเจ้า องค์ความสว่างและความรอดสำหรับมนุษยชาติ เสียงเพลงจิงเกิลเบล ไซเลนท์ไนท์ และอื่นๆอีกมากมายดังกังวานในหูจนจำได้ เพราะเปิดกันทุกหนทุกแห่ง เมื่อเทศกาลนี้มาถึง บรรดาห้างร้าน บ้านเรือน วัดวาอาราม ต่างก็จัดแจงประดับประดากันอย่างสวยงาม เป็นภาพที่ติดตาตรึงใจ ทำให้บรรยากาศมีแต่ความชื่นชมยินดี ถ้าจะพูดกันแล้ว ในรอบปีของพระศาสนจักร มีเทศกาลฉลองใหญ่ๆอยู่ 2 วง คือวงปัสกาและวงคริสตสมภพ ถ้าจะดูความสำคัญที่สุด ต้องยกให้วงปัสกา เพราะเป็นการฉลองการกลับคืนชีพ เป็นชัยชนะเหนือความตาย แต่ถ้าจะดูความนิยมที่สุดล่ะก็ ต้องยกให้วงคริสตสมภพ เพราะเป็นการฉลองวันเกิดของพระเยซู ผู้เป็นของขวัญที่พระบิดามอบให้ชาวเรา ของขวัญนี้เป็นองค์ความรัก ซึ่งเรามอบความรักให้เป็นของขวัญแก่กันและกันในรูปสิ่งของต่างๆ ซึ่งนิยมทำกันทั่วโลก วันเกิดของพระเยซู พระเยซูเจ้าเกิดวันไหนจริงๆ? คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้แน่นอน พระองค์เกิดแน่ แต่ไม่รู้วันไหน เดือนใดและปีที่เท่าไร แม้แต่พระวรสารบันทึกโดยนักบุญลูกา ก็ไม่ได้บอกข้อมูลอะไร นอกจากว่า "มีรับสั่งตามจักรพรรดิซีซาร์ออกุสตุส ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้จดทะเบียนสำมะโนครัว เมื่อคีรีเนอัสเป็นเจ้าเมืองซีเรีย คนทั้งปวงต่างคนต่างได้ไปขึ้นทะเบียนยังเมืองของตน" (ลก.2:1-3) บรรดานักวิชาการจึงมีงานต้องค้นคว้า และได้มีทฤษฎีต่างๆกันขึ้นมา ทฤษฎีที่ 1 ของ John Chrysostom และ B.Lawry เชื่อว่าพระเยซูเกิดวันที่ 25 ธันวาคม เพราะเอลีซาเบ็ธเริ่มตั้งครรภ์ยอห์น แบปติสต์ในวันฉลอง Day of Atonement ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายน ฉะนั้น วันเกิดของท่าน 9 เดือนต่อมา คือวันที่ 24 มิถุนายน ส่วนพระเยซูเกิดหลังยอห์น 6 เดือน จึงตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม แต่ทฤษฎีนี้ไม่แน่นอนนัก ทฤษฎีที่ 2 ซึ่งไม่แน่นอนเช่นกัน คือทฤษฎีของ L.Duchesone เขาคิดว่าวันคริสตมาสตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมเพราะตามประเพณีถือเอาวันที่ 25 มีนาคมเป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนและสิ้นพระชนม์ ฉะนั้นคงจะปฏิสนธิในวันที่ 25 มีนาคมด้วย และอยู่ในครรภ์ 9 เดือน วันเกิดจึงควรจะเป็นวันที่ 25 ธันวาคม มาถึงทฤษฎีที่ 3 ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนมาก คือทฤษฎีของ H.Usenr และ B.Botte ได้พัฒนาต่อมา ทฤษฎีนี้ถือเอาวันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันเกิดของพระเยซู เพราะเลียนแบบชาวต่างศาสนา ซึ่งชาวต่างศาสนาในอาณาจักรโรมันนับถือเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ โดยถือว่าเป็นผู้ให้ความสว่างและการเจริญเติบโตแก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร เมื่อมาถึงฤดูหนาวในวันที่พระอาทิตย์เริ่มอยู่ในตำแหน่งสูงสุด ทำมุมฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก กลางวันจะยาวเท่ากับกลางคืน (Winter Solstice) เขาจะทำการฉลองวันเกิดของ "พระอาทิตย์แห่งความมีชัย" (The Unconquered Sun) อย่างสนุกสนาน ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมตามปฏิทินของชาวจูเลียน และในวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ. 274 จักรพรรดิ Aurelian ได้ประกาศเป็นทางการให้ถือ เทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์เป็นองค์อุปถัมภ์ของจักรวรรดิโรมันทั้งหมด ในต้นๆศตวรรษที่ 3 บรรดาคริสตชนก็ได้ให้ชื่อแก่พระเยซูเจ้าว่าเป็น "พระอาทิตย์แห่งความยุติธรรม" (Sun of Justice) ฉะนั้นจึงฉลองวันเกิดของพระเยซู ผู้เป็น "พระอาทิตย์แห่งความยุติธรรม" ตรงกับวันฉลองวันเกิดของ "พระอาทิตย์แห่งความมีชัยตลอดกาล" ของชนต่างศาสนาคือวันที่ 25 ธันวาคม ธรรมเนียมถ้ำพระกุมาร การฉลองวันเกิดของพระเยซูในวันดังกล่าวนี้ ปรากฏแน่ชัดในพระศาสนจักร ณ กรุงโรมอย่างช้าที่สุดคือปี ค.ศ. 366 และเป็นประเพณีสืบต่อกันมาเรื่อยๆ เพราะความศรัทธาจึงมีการเพิ่มเติมเสริมแต่งให้วันฉลองนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น คือในปี ค.ศ. 1223 นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ก็ได้เป็นคนแรกที่ทำการฉลองโดยจัดทำถ้ำพระกุมารขึ้นที่หุบเขาแห่งหนึ่ง เพื่อให้สมจริงสมจัง และชวนเชิญชาวบ้านละแวกนั้นมาสักการะและร่วมพิธีฉลอง ถึงกับมีเรื่องเล่าว่าขณะท่านเทศน์ ได้อุ้มรูปพระกุมารขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน คนที่มาร่วมพิธีเห็นมือพระกุมารยื่นออกลูกหนวดเคราของท่านนักบุญ อย่างไรก็ดี ธรรมเนียมการทำถ้ำได้เริ่มขึ้นจากท่านนักบุญนี้เองและเป็นที่นิยมจนปัจจุบัน เพลงคริสต์มาส เพลงคริสต์มาสที่เปิดฟังกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แต่งขึ้นในสมัยกลางๆศตวรรษที่ 19 มีบางเพลงที่แต่งขึ้นก่อนนั้นอีก เช่นเพลง Christ was born on Christmas day แต่งในปีค.ศ. 1582 O come all ye faithful แต่งในศตวรรษที่ 18 เป็นต้น เพลงต่างๆเหล่านี้สื่อความหมายให้เกิดอารมณ์และจินตนาการ ทำให้ผู้ฟังลิ้มรสบรรยากาศคืนเหมันต์ที่พระทรงบังเกิดได้อย่างดี ต้นคริสต์มาส บัตรอวยพรและของขวัญ ต้นคริสต์มาสที่เราเห็นตั้งอยู่ทั่วไป ทำด้วยวัตถุนานาชนิด เป็นสัญลักษณ์หมายถึงต้นไม้แห่งสวนสวรรค์ ประดับประดาด้วยลูกแก้วและหลอดไฟสีสันหลายหลาก สวยงามสะดุดตา เป็นสัญลักษณ์หมายถึงแอปเปิล เพื่อระลึกถึงอาดัมและเอวา ธรรมเนียมการประดับต้นไม้นี้เริ่มในปี 1605 บัตรอวยพรส่งความสุขแก่ผู้ที่เรานับถือ ผู้ที่เรารักและมิตรสหาย มีธรรมเนียมมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 และสิ่งสุดท้าย ซึ่งทุกคนชมชอบอยากจะได้รับก็คือของขวัญ ของขวัญชิ้นแรกที่ทุกคนได้รับมอบในวันคริสต์มาสก็คือพระกุมาร เป็นของขวัญล้ำค่าที่พระบิดามอบให้ เพราะพระกุมารนี้แหละเป็นผู้นำความรอดมายังมนุษย์ และพามนุษย์กลับไปหาพระบิดาเจ้า โดยวิธีให้ชีวิตของพระองค์เองเป็นค่าไถ่ ตั้งแต่รู้ความจนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่เคยปรากฏเลยว่าซานตาคลอส ขวัญใจของเด็กๆที่แต่งตัวสีแดง มีหนวดขาว หิ้วถุงของขวัญใบใหญ่ๆมาแจกของขวัญ แล้วจะเก็บเงินจากเด็กๆ ถ้าหากมีก็คงจะแปลกมากๆเลยทีเดียว จากชีวิตของพระเยซูและซานตาคลอส ทำให้ผู้เขียนอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ว่าชีวิตเราเกิดมาทั้งทีต้องทำให้มีคุณค่าสำหรับคนอื่นไม่ดีกว่าหรือ ชีวิตที่มีคุณค่าก็คือชีวิตที่มีความรัก เป็นรักเพื่อความดีของคนอื่น ดังชีวิตของพระเยซูที่รักมนุษย์มากจนกระทั่งยอมตายเพื่อช่วยให้มนุษย์มีความรอด เสื้อสีแดงของซานตาคลอสคือสีแดงแห่งความรัก หนวดเคราขาวคือสัญลักษณ์ของความใจดี อ่อนโยน โอกาสวันคริสต์มาสปีนี้ เราก็ควรจะตั้งใจว่าจะมีชีวิตที่สวมด้วยเสื้อสีแดง มีหนวดเคราขาวในจิตใจและมีถุงบรรจุความรักเพื่อมอบให้กับคนอื่นๆ |
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000